
ท้าทาย...เจ้านายโหด
เสียงตบแฟ้มลงบนโต๊ะดังลั่นไปทั้งฟลอร์ออฟฟิศที่เงียบกริบ พนักงานทุกคนสะดุ้งเฮือก ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตากับเจ้าของเสียงพิฆาตนั้น ‘พี่ภีม’ หัวหน้าทีมหนุ่มหล่อไฟแรงที่มาพร้อมกับความโหดเหี้ยมระดับสิบกะโหลก เขาทั้งเก่ง ทั้งเนี้ยบ และปากจัดเป็นที่หนึ่ง ใครทำงานพลาดแม้แต่นิดเดียวเป็นต้องโดนด่าจนหูชาหน้าสั่นไปทั้งวัน ความสมบูรณ์แบบของเขาคือฝันร้ายของลูกน้องทุกคน
“นนท์! นี่มันรายงานเหี้ยอะไรวะ! ตัวเลขผิดไปตั้งกี่จุด รู้มั้ยว่ามันเสียหายแค่ไหน!” เสียงเข้มตะคอกใส่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือน นนท์ หนุ่มน้อยหน้าใสที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยอะไร ยืนตัวลีบก้มหน้ารับชะตากรรม ดวงตาคมกริบของภีมจ้องเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
“ขะ...ขอโทษครับพี่ภีม ผม...ผมคงเบลอไปหน่อย”
“เบลอ? มึงมาทำงานนะเว้ย ไม่ได้มาเดินเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์! ถ้าทำได้แค่นี้ก็ไสหัวกลับบ้านไปดูดนมแม่มึงไป!”
คำพูดบาดลึกกรีดใจจนนนท์หน้าชา แต่ในแววตาที่ก้มต่ำนั้นกลับมีประกายบางอย่างวูบไหว...ประกายที่ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความท้าทายที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขากำหมัดแน่นก่อนจะคลายออกแล้วพูดเสียงเรียบ “ผมจะแก้ให้เดี๋ยวนี้ครับ”
วันนั้นทั้งวัน นนท์กลายเป็นเป้าโจมตีของภีมไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ดูจะผิดไปเสียหมด จนกระทั่งเวลาเลิกงานที่ทุกคนทยอยกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงภีมที่ยังนั่งตรวจงานอยู่ที่โต๊ะ กับนนท์ที่กำลังเก็บของเตรียมกลับ
“ยังไม่ไปอีกเหรอ หรือว่าทำโอทีหาเงินไปซื้อสมองก้อนใหม่” ภีมแขวะลอยๆ โดยไม่เงยหน้าจากจอคอม
นนท์หยุดชะงัก หันมายิ้มมุมปากนิดๆ “ยังครับ กะว่าอยู่รอส่งพี่ภีมก่อน”
“หึ! ปากดี” ภีมแค่นเสียงในลำคอ “ที่นี่มันที่ของกู กฎของกู ใครเจ๋งไม่จริงอยู่ไม่ได้หรอกนะเว้ยเด็กน้อย มึงจำไว้” เขาพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กอดอกจ้องนนท์อย่างเหนือกว่า “ที่นี่...กูใหญ่สุด”
คำพูดนั้นเหมือนเป็นสวิตช์ที่ปลดปล่อยบางอย่างในตัวนนท์ออกมา เขายิ้มกว้างขึ้นอีกนิด เดินตรงเข้าไปหาภีมช้าๆ จนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงคืบ “แน่ใจเหรอครับ...ว่าพี่ใหญ่สุด” นนท์พูดเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความนัย ดวงตาที่เคยดูซื่อๆ ตอนนี้กลับฉายแววเจ้าเล่ห์จนภีมรู้สึกแปลกๆ
“มึงหมายความว่าไงวะ” ภีมขมวดคิ้ว เริ่มไม่พอใจ
“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละครับ” นนท์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูภีม “ผมว่า...เรามาพิสูจน์กันหน่อยดีมั้ยครับ ว่าระหว่างพี่กับผม...’ของใคร’ มันใหญ่กว่ากันแน่”
ภีมผงะไปทันที นี่มันไม่ใช่คำท้าทายเรื่องงาน แต่มันคือการหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายซึ่งๆ หน้า! ความโกรธพุ่งขึ้นจนหน้าแดงก่ำ ไอ้เด็กนี่มันกล้าดียังไง! “มึง...มึงว่าไงนะ!”
“ก็ได้ยินแล้วนี่ครับ หรือว่า...พี่ไม่กล้า?” นนท์ย้่วต่อ พร้อมกับส่งสายตาดูแคลน “ถ้าพี่ชนะ ผมจะยอมกราบตีนพี่แล้วลาออกไปเลย แต่ถ้าผมชนะ...” นนท์เว้นจังหวะ ลากสายตาลงต่ำไปยังเป้ากางเกงสแล็คของภีม “พี่ก็ต้องดูแล ‘ผู้ชนะ’ หน่อย...ก็แค่นั้นเอง”
ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ภีมที่เชื่อมั่นในความเป็นชายของตัวเองมาตลอดไม่มีวันยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาลูบคมได้ “ได้! มึงจะได้รู้ว่านรกมีจริง! เข้าไปในห้องทำงานกู!” เขาตวาดลั่น แล้วเดินกระทืบเท้าปึงปังนำเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่มุมสุดของออฟฟิศ ก่อนจะปิดประตูลงกลอนดังปัง!
บรรยากาศในห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัว ภีมยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงาน จ้องนนท์ด้วยสายตาอาฆาต “ถอด! กูจะดูซิว่ามึงมีดีแค่ไหน!”
นนท์ยิ้มอย่างผู้คุมเกม เขาค่อยๆ ปลดเข็มขัด รูดซิปกางเกงยีนส์ลงช้าๆ แล้วล้วงเอาความเป็นชายที่ยังหลับใหลออกมาวางพาดบนขอบกางเกงใน...ขนาดที่ยังไม่ตื่นตัวเต็มที่ของมันยังทำเอาภีมลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันดูหนาและยาวกว่ามาตรฐานชายไทยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด