เกียรติยศเปลือยเปล่า · PenPlotBack to communityby North Star· Aug 31, 2026TH
เกียรติยศเปลือยเปล่า
กร ทายาทหนุ่มผู้สูงศักดิ์ของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับแสนล้าน แอบซ่อนตัณหาด้านมืดด้วยการพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเพื่อเสพติดความอัปยศ ทว่าเมื่อเกมท้าทายศีลธรรมครั้งล่าสุดในห้างสรรพสินค้าของครอบครัวเกือบทำให้ความลับของเขาถูกเปิดเผย เขากลับต้องเผชิญกับภัยคุกคามลึกลับที่เอาเกียรติยศของวงศ์ตระกูลมาเป็นตัวประกัน เดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความลับที่อาจถูกแฉ แต่คือการสูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเองไปสู่เงื้อมมือของผู้อื่น
เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของผู้คนในแกลเลอรี่หรูใจกลางเมืองดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของกร ชายหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบต้นๆ ทายาทคนเดียวของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ กรยืนนิ่งอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงสด เนื้อตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน มีเพียงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ลูบไล้ไปทั่วผิวกายขาวเนียนที่ได้รับการดูแลมาอย่างดี หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึก ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดกลัว ควยแท่งใหญ่ที่ปกติจะสงบนิ่งอยู่ในกางเกงแบรนด์เนมราคาแพง ตอนนี้กลับผงกหัวตั้งชันขึ้นมาอย่างท้าทาย หยาดน้ำเงี่ยนใสๆ เริ่มซึมออกมาจากปลายหัวบานแดงก่ำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบไล้ลำควยแข็งโป๊กของตัวเองเบาๆ ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่าง นี่แหละ... ความรู้สึกที่เขากระหายหา ความรู้สึกของการได้ลดทอนคุณค่าตัวเองลงมาจนต่ำต้อยติดดิน สวนทางกับสถานะทางสังคมที่สูงส่งราวกับอยู่บนยอดปราสาทงาช้าง
กรไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้เพื่อเงิน ในเมื่อเงินทองที่บ้านเขามีให้ใช้ชาตินี้ก็ยังไม่หมด แต่เขาทำเพื่อสนองตัณหาด้านมืดที่ซุกซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ความเสียวที่ได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ได้เอาชื่อเสียงและเกียรติยศของวงศ์ตระกูลมาแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความอัปยศอดสู มันเป็นความฟินที่หาไม่ได้จากการเสพสุขบนเตียงนุ่มๆ ในเพนท์เฮาส์สุดหรูของตัวเอง คืนนี้เขารับงานเป็น "โมเดลศิลปะมีชีวิต" ผ่านเว็บบอร์ดใต้ดินที่เขาแอบเข้าไปสิงอยู่นานแล้ว กติกาคือต้องยืนเปลือยกายบนแท่นจัดแสดงกลางห้องโถง เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม ห้ามขยับ ห้ามพูด ห้ามแสดงอารมณ์ใดๆ ปล่อยให้สายตานับร้อยคู่ของแขกเหรื่อในงานจ้องมอง สำรวจร่างกายของเขาเหมือนเป็นแค่วัตถุชิ้นหนึ่ง แค่คิดน้ำเงี่ยนก็ไหลเยิ้มออกมาอีกระลอกใหญ่ กรสูดหายใจเข้าลึกๆ กำควยตัวเองแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะปล่อยมือแล้วก้าวเท้าเดินออกจากหลังม่านไปช้าๆ
แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาที่แท่นสี่เหลี่ยมสีขาวกลางห้องโถง ทันทีที่ร่างเปลือยเปล่าของกรปรากฏขึ้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นรอบทิศ ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปบนแท่น ยืนตรงในท่าที่ถูกกำหนดไว้ แขม่วท้อง เกร็งกล้ามเนื้อนิดๆ เพื่อให้หุ่นที่ผ่านการเข้ายิมมาอย่างหนักดูสมบูรณ์แบบที่สุด สายตาคมกริบของเขาทอดมองตรงไปข้างหน้า พยายามทำเหมือนไม่รับรู้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่กำลังโลมเลียไปทั่วทุกอณูของร่างกายเขา แต่ในใจกลับร้อนรุ่มไปด้วยความเงี่ยนที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เขารับรู้ได้ถึงสายตาของผู้หญิงที่มองมายังเป้ากางเกง... ไม่สิ ตอนนี้มันไม่มีกางเกงแล้ว พวกเธอกำลังมองมาที่ควยของเขา ควยที่ตั้งโด่ชี้ฟ้าอวดความใหญ่ยาวอย่างไม่อายใคร บางคนซุบซิบกันแล้วหัวเราะคิกคัก บางคนยกมือถือขึ้นมาแอบถ่าย กรอยากจะหลับตาลงเพื่อหนีจากความอับอาย แต่ก็ทำไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ ส่วนหนึ่งของความเสียว เขาต้องเปิดตา รับรู้ทุกอย่าง สัมผัสทุกความรู้สึกของการถูกหยามเกียรติด้วยสายตา "ดูควยมันสิ ใหญ่จัง" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนดังพอที่เขาจะได้ยิน "น่าเอามาเสียบหีเล่นเนอะ" เพื่อนของเธอตอบกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะ กรยืนตัวแข็งทื่อ แต่ข้างในแทบจะระเบิดออกมา ควยของเขากระตุกหงึกๆ ตอบสนองต่อคำพูดหยาบโลนเหล่านั้น น้ำเงี่ยนไหลทะลักออกมาเป็นทางยาวจนหยดลงบนแท่นสีขาว เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นถี่ๆ จากมุมหนึ่งของห้อง กรเหลือบตาไปมอง เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังซูมกล้องมาที่หว่างขาของเขาอย่างโจ่งแจ้ง ความอายแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า แต่ในขณะเดียวกัน ความเสียวซ่านก็กระแทกเข้าที่โคนควยอย่างรุนแรงจนแทบยืนไม่ไหว เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปเหมือนชั่วนิรันดร์ เมื่อผู้จัดงานให้สัญญาณ กรก็ก้าวลงจากแท่น เดินกลับเข้าหลังม่านไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่พ้นสายตาผู้คน เขาก็ทรุดตัวลงกับพื้น พิงผนังแล้วชักควยของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ภาพสายตาดูถูกเหยียดหยาม เสียงหัวเราะเยาะ และคำพูดลามกต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง มันกลายเป็นสุดยอดตัวกระตุ้นอารมณ์ชั้นดี "อ๊า... เสียวควย... พวกมึงมองกู... มองควยกู..." เขากระซิบกับตัวเอง มือรูดรัวควยที่แข็งเหมือนท่อนเหล็กจนเส้นเลือดปูดโปน "อ๊าาา... จะแตกแล้ว... อูยยย" กรแหงนหน้าขึ้น อ้าปากค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งเป็นระลอก ก่อนจะปลดปล่อยน้ำเชื้อขุ่นข้นจำนวนมหาศาลพุ่งกระฉูดใส่ผนังกำมะหยี่สีแดงสด เลอะเป็นดวงๆ เขานอนหอบหายใจอย่างหมดแรง แต่ในใจกลับรู้สึกอิ่มเอมอย่างประหลาด คืนนี้มันยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น เขารู้ดีว่าตัวเองได้เสพติดความเสี่ยงและความอัปยศนี้เข้าเสียแล้ว และเขาต้องการมันอีก... ต้องการให้มันแรงขึ้นกว่านี้อีก
หลายสัปดาห์ต่อมา กรเริ่มรู้สึกว่างานโชว์ตัวในที่ลับตามแกลเลอรี่หรือปาร์ตี้ส่วนตัวมันยังไม่เร้าใจพอ ความเสี่ยงมันน้อยเกินไป เขาต้องการอะไรที่มันสาธารณะกว่านี้ อะไรที่มันจี้จุดความกลัวของเขาได้มากกว่านี้ กลัวว่าจะถูกจับได้ กลัวว่าจะมีคนรู้จักมาเห็นเข้า แล้วคืนหนึ่งขณะที่เขากำลังไถดูบอร์ดใต้ดินเจ้าประจำ เขาก็เจอกับโพสต์รับสมัครงานที่ทำให้เลือดในกายฉีดพล่าน "ต้องการนายแบบเฉพาะกิจ ถ่ายงาน outdoor คอนเซ็ปต์ 'Mannequin Challenge' กลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านใจกลางเมือง ค่าตอบแทนสูง" หัวใจของกรแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นชื่อห้างสรรพสินค้าแห่งนั้น... มันคือ "เดอะ แกรนด์ เอ็มโพเรียม" ห้างที่ใหญ่และหรูที่สุดในเครือธุรกิจของพ่อเขาเอง! นี่มันบ้าไปแล้ว ความเสี่ยงระดับสิบกะโหลก ถ้าถูกจับได้ไม่ใช่แค่เขาที่ซวย แต่คือทั้งตระกูล แต่... ยิ่งเสี่ยงมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเสียวมากเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? กรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ควยของเขาแข็งตัวขึ้นมาทันทีที่จินตนาการถึงภาพตัวเองไปยืนแก้ผ้าอยู่กลางห้างของพ่อ มีพนักงานที่โค้งหัวให้เขาทุกครั้งที่เจอหน้าเดินผ่านไปมา มีลูกค้าไฮโซที่แม่ของเขาชอบไปนั่งจิบน้ำชาด้วยเดินช้อปปิ้งอยู่ใกล้ๆ แค่คิดก็เสียวจนน้ำเดินแล้ว เขาพิมพ์ข้อความตอบกลับไปโดยไม่ลังเล "ผมสนใจครับ"
วันนัดหมายมาถึงเร็วกว่าที่คิด กรขับรถสปอร์ตคันหรูมาจอดในที่จอดรถ VIP ของห้างซึ่งเป็นสิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวของเขา เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นตลกกับชีวิตตัวเอง เดินผ่านพนักงานรักษาความปลอดภัยที่รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อม "สวัสดีครับคุณกร" กรทำได้แค่พยักหน้ารับแล้วเดินตัวลีบๆ ไปยังจุดนัดพบที่ชั้นใต้ดิน มันเป็นห้องเก็บของเก่าๆ ที่ไม่มีใครใช้แล้ว ช่างภาพซึ่งเป็นชายร่างท้วมกับทีมงานอีกสองสามคนรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขามองกรด้วยสายตาประหลาดใจ คงไม่คิดว่าคนที่มารับงานอุบาทว์แบบนี้จะมีลักษณะเหมือนคุณหนูผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว "ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเลยน้อง" ช่างภาพสั่งเสียงห้วนๆ "เดี๋ยวจะให้ใส่แค่วิกผมกับหน้ากาก แล้วไปยืนตรงลานน้ำพุชั้น G นะ ยืนนิ่งๆ เหมือนหุ่นโชว์เสื้อผ้า ห้ามขยับเด็ดขาดจนกว่าพี่จะให้สัญญาณ" กรพยักหน้ารับช้าๆ มือไม้สั่นเทาขณะที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ราคาแพงออกจากตัวทีละชิ้นจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า ทีมงานเอาวิกผมสีบลอนด์ยาวประบ่ากับหน้ากากพลาสติกสีขาวเกลี้ยงๆ ที่เจาะแค่รูตามาให้ใส่ กรสวมมันเข้าไป ความรู้สึกของการปกปิดตัวตนทำให้เขากล้าบ้าบิ่นขึ้นมาอีกนิด แต่ถึงอย่างนั้น ควยของเขาก็ยังหดเหลืออันนิดเดียวด้วยความกลัว "เฮ้ย ทำไมหดงี้วะ" ทีมงานคนหนึ่งพูดขึ้นมาลอยๆ "เดี๋ยวถ่ายออกมาไม่สวยนะเว้ย" กรหน้าชาวาบ รู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่แล้วช่างภาพก็เดินเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ "ไม่ต้องกลัวน้อง ยิ่งคนเยอะๆ ยิ่งต้องโชว์ให้มันเห็นไปเลยว่าของเรามันของจริง ไม่ใช่หุ่นปูนปั้น" พูดจบมันก็ยื่นมือมาบีบเคล้นพวงไข่ของกรอย่างแรงจนเขาเผลอร้องออกมาเบาๆ ความเจ็บปนเสียวแล่นปราดขึ้นมาทันที ควยที่หดอยู่เมื่อครู่ค่อยๆ พองตัวขึ้นช้าๆ "เออ อย่างงี้สิ ค่อยน่าดูหน่อย ไปได้แล้ว!"
กรเดินตัวแข็งทื่อตามทีมงานออกไป ลานน้ำพุชั้น G เป็นจุดที่คนพลุกพล่านที่สุดในห้าง เสียงผู้คนและเสียงน้ำพุดังก้องอยู่ในหู เขาถูกจับให้ไปยืนบนแท่นเล็กๆ ข้างพุ่มไม้ที่จัดแสดงอยู่ ทุกย่างก้าวเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงฝ่าเท้า ทันทีที่เขายืนนิ่งในท่าที่ถูกจัดไว้ สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว "นั่นมันอะไรน่ะ" "คนจริงนี่หว่า!" "แก้ผ้าทำไมวะ อุบาทว์" "เฮ้ย แต่หุ่นดีนะมึง ดูควยดิ" เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง กรยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ใต้หน้ากากพลาสติก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาเห็นกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงกำลังยืนหัวเราะคิกคักแล้วชี้มาที่ควยของเขา บางคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโออย่างไม่เกรงใจ ความอัปยศอดสูถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นยักษ์ แต่ความเงี่ยนมันกลับรุนแรงยิ่งกว่า ควยของเขาแข็งเปรี้ยงชี้โด่ท้าทายสายตาทุกคู่ที่มองมา มันกระตุกตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ น้ำเงี่ยนเหนียวข้นไหลซึมออกมาไม่หยุดหย่อน เขากำหมัดแน่น พยายามข่มความรู้สึกอยากจะชักควยตัวเองตรงนั้นให้ได้ แล้ววินาทีที่หัวใจเขาแทบจะวายก็มาถึง เมื่อเขาเห็นร่างของผู้หญิงวัยกลางคนที่คุ้นตาอย่างยิ่งเดินออกมาจากร้านเพชรที่อยู่ไม่ไกล... คุณน้าลดา เพื่อนสนิทของแม่เขานั่นเอง! กรแทบจะหยุดหายใจ คุณน้ากำลังเดินตรงมาทางนี้พร้อมกับเพื่อนในกลุ่มไฮโซของเธอ ถ้าเธอจำเขาได้แม้เพียงนิดเดียว... ทุกอย่างจบสิ้นแน่ "ตายจริง นั่นมันอะไรกันน่ะคะ น่าเกลียดน่ากลัว" เสียงแหลมๆ ของคุณน้าลดาดังขึ้น กรหลับตาปี๋ ภาวนาให้เธอรีบๆ เดินผ่านไป "พวกบ้าศิลปะสมัยนี้ก็อย่างนี้แหละค่ะคุณพี่ อย่าไปสนใจเลยค่ะ ไปดูคอลเลคชั่นใหม่ของอีกร้านดีกว่า" เพื่อนของคุณน้าพูดขึ้นแล้วจูงแขนเธออกไปอีกทาง กรค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองตามร่างของพวกเธอจนลับสายตาไป เขารอดแล้ว... เขารอดมาได้อย่างหวุดหวิด ความรู้สึกโล่งอกอย่างสุดขีดผสมปนเปกับความเสียวซ่านที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุดทำให้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป ในวินาทีนั้นเองที่สัญญาณจากช่างภาพดังขึ้น กรไม่รอช้า รีบวิ่งกลับไปยังห้องเก็บของทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณ เขาพุ่งเข้าไปในห้อง กระชากหน้ากากกับวิกผมออก แล้วทรุดตัวลงชักควยที่กำลังจะระเบิดของตัวเองอย่างไม่คิดชีวิต "อ๊าาา... เสียว... เสียวควยชิบหาย... เกือบไปแล้ว... อูยยยย" เขาครางออกมาเสียงดัง มือขยี้หัวควยบานๆ อย่างแรงจนมันแดงก่ำ ภาพคุณน้าลดาเดินเข้ามาใกล้ ภาพสายตาคนทั้งห้างจ้องมองควยเขา มันวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนหนังโป๊ชั้นเยี่ยม "มองกูสิ... มองควยกู... อ๊าาาา" กรเร่งความเร็วขึ้นอีก รูดลำควยจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบ "จะแตกแล้ว... แตก... อ๊าาาาาาาาา!" ร่างของเขากระตุกเฮือกใหญ่ น้ำรักสีขาวขุ่นข้นพุ่งทะลักออกมาอย่างรุนแรงจนสาดกระจายไปทั่วพื้นห้องเก็บของเก่าๆ ที่อยู่ในห้างของพ่อตัวเอง เขานอนแผ่หลา หอบหายใจโยน ความรู้สึกผิดบาปและความฟินสุดขีดตีรวนกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออก เขารู้แล้วว่าตัวเองได้ข้ามเส้นที่ไม่ควรข้ามมาแล้ว และดูเหมือนว่า... เขากำลังจะก้าวข้ามมันไปอีกครั้งในไม่ช้าหลังจากจัดการทำความสะอาดคราบน้ำรักปนเปื้อนฝุ่นบนพื้นห้องเก็บของอย่างลนลาน กรก็รีบสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหรากลับคืนสู่ร่างกาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเหมือนคุณหนูผู้สูงส่งคนเดิม ก่อนจะเดินกลับไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ในโซน VIP มือที่กำพวงมาลัยยังคงสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่ยังหลงเหลืออยู่
เมื่อกลับถึงเพนท์เฮาส์ส่วนตัวอันกว้างขวาง เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น กรหยิบมันขึ้นมาเปิดดู เว็บบอร์ดใต้ดินที่เขาใช้ติดต่อประสานงานมีข้อความหลังไมค์ส่งเข้ามาจากผู้ใช้ปริศนาคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่รูปโปรไฟล์
หัวใจของกรกระตุกวูบราวกับตกจากที่สูงเมื่อกดเปิดอ่านข้อความนั้น
มันคือรูปถ่ายความละเอียดสูงสองรูป รูปแรกคือภาพจังหวะที่เขากำลังกระชากหน้ากากพลาสติกสีขาวออกในมุมมืดของทางเดินหลังห้าง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาอย่างชัดเจนเต็มตา ส่วนรูปที่สอง... คือภาพรถสปอร์ตคันหรูของเขาพร้อมป้ายทะเบียนประมูลเฉพาะตัวที่จอดเด่นหราอยู่ในช่องจอดรถส่วนบุคคลของตระกูล
ใต้ภาพเหล่านั้นมีข้อความสั้นๆ ระบุไว้ว่า:
“ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรแสนล้าน จะมีความชอบวิพากษ์วิจารณ์ต่ำตม ชอบเอาควยใหญ่ๆ ของตัวเองมายืนโชว์ให้พวกสามัญชนดูจนน้ำเงี่ยนเยิ้มกลางห้างของพ่อตัวเอง... เสียวมากไหมครับคุณกร?”
ลมหายใจของกรสะดุดกึก ใบหน้าขาวเนียนร้อนผ่าวด้วยความกลัวและอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว! ความลับอันดำมืดที่เขาซ่อนเร้นไว้กำลังจะทำลายเกียรติยศทั้งหมดของตระกูลลงในพริบตา ทว่า... ในขณะที่สมองกำลังกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ท่อนเอ็นอวบใหญ่ใต้กางเกงสแล็กเนื้อดีกลับกระตุกหงึกๆ และผงาดง้ำแข็งปั๋งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำเหนียวใสเริ่มเอ่อล้นออกมาเลอะกางเกงในอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ ความกลัวที่ว่าจะถูกแบล็กเมล์กลับกลายเป็นยากระตุ้นชั้นยอดที่ทำให้เขามีอารมณ์ทางเพศสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขารีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยนิ้วมือที่สั่นระริก: “คุณต้องการอะไร?”
เพียงไม่กี่วินาที ฝ่ายนั้นก็ตอบกลับมาพร้อมพิกัดสถานที่แห่งหนึ่ง:
“คืนวันศุกร์นี้ สี่ทุ่มตรง เจอกันที่คฤหาสน์ส่วนตัวย่านชานเมือง มีปาร์ตี้หน้ากากของพวกกลุ่มอีลีทกระเป๋าหนักที่ชอบความดิบเถื่อนรอคุณอยู่... คราวนี้คุณจะไม่ได้ยืนเป็นหุ่นโชว์เฉยๆ แน่ เตรียมตัวเตรียมใจโดนผู้ชายเป็นสิบๆ คนรุมล้อม รุมลูบคลำ และกระแทกรูร่อนๆ ของคุณจนน้ำแตกคาแท่นจัดแสดงได้เลย ถ้าคุณไม่มา... ภาพพวกนี้จะถูกส่งตรงไปให้คุณพ่อของคุณทันที”
กรจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยแววตาที่สั่นไหว ความคิดที่ว่าจะต้องไปนอนแอ่นโค้ง ยอมจำนนให้ชายแปลกหน้าหน้าตาดีและมีอิทธิพลรุมรังแกและย่ำยีร่างกายอันสูงส่งของเขา มันทำให้ช่องทางรักด้านหลังของเขารู้สึกขมิบตอดรัดอากาศอย่างรุนแรงด้วยความหิวกระหาย ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบไล้เป้ากางเกงที่แข็งโป๊กของตัวเอง พลางเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความเสียวซ่านลึกๆ ในทรวงอก
เขารู้ดีว่านี่คือกับดัก และมันคือความวิบัติที่อาจทำลายชีวิตเขาไปตลอดกาล แต่ร่างกายและจิตวิญญาณที่เสพติดความอัปยศอดสูของเขากลับกู่ร้องอย่างยินดี... เขาปฏิเสธข้อเสนอนี้ไม่ได้จริงๆ ความเสียวซ่านครั้งใหม่ที่เหนือกว่าทุกครั้งกำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้าคืนวันศุกร์มาเยือนเร็วดั่งโกหก กรไม่ได้ขับรถสปอร์ตของตัวเองไป แต่เลือกใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกติดตาม เขาสวมสูทสีดำสนิททับเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมหน้ากากเรียบๆ สีเงินที่ปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ แม้จะพยายามทำตัวให้กลมกลืน แต่รัศมีของคุณชายผู้สูงศักดิ์ก็ยังคงแผ่ออกมาอย่างไม่อาจปิดบัง หัวใจของเขาเต้นระรัวอยู่ในอก แต่ส่วนล่างของร่างกายกลับตื่นตัวจนอึดอัดไปหมด ควยแท่งใหญ่แข็งขืนดันเป้ากางเกงจนนูนเด่นออกมาอย่างน่าเกลียด
เมื่อรถแท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่ถนนส่วนบุคคลที่ทอดยาวไปยังคฤหาสน์เป้าหมาย กรก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง สองข้างทางเรียงรายไปด้วยรถซูเปอร์คาร์ราคาแพงระยับยิ่งกว่าที่จอดในลานจอดรถของพ่อเขาเสียอีก ที่นี่คือแหล่งรวมตัวของอภิมหาเศรษฐีตัวจริง เสียงดนตรีแจ๊สฟังสบายๆ ลอยแว่วออกมาจากตัวคฤหาสน์ที่สว่างไสว ตัดกับบรรยากาศลึกลับน่าขนลุกรอบด้านอย่างสิ้นเชิง
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ชายชุดดำสองคนในหน้ากากอีกาที่ยืนรออยู่ก็เดินเข้ามาหาเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะผายมือเชิญให้เขาเดินเข้าไปด้านใน กรเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวรู้สึกหนักอึ้งราวกับกำลังเดินไปสู่ตะแลงแกงประหาร ภายในห้องโถงใหญ่โอ่อ่าตระการตา เต็มไปด้วยแขกเหรื่อชายหญิงในชุดราตรีหรูหรา ทุกคนสวมหน้ากากหลากหลายรูปแบบ ทั้งหน้ากากขนนกวิจิตรตระการตา ไปจนถึงหน้ากากหนังสัตว์ที่ดูดิบเถื่อน พวกเขากำลังพูดคุยจิบเครื่องดื่มกันอย่างสบายอารมณ์ แต่สายตาที่มองลอดผ่านช่องหน้ากากมายังเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายและไม่เป็นมิตร
แล้วเขาก็เห็น ชายร่างสูงในชุดทักซิโด้สั่งตัดพอดีตัว สวมหน้ากากเหยี่ยวสีทองอร่ามที่ดูโดดเด่นกว่าใครในงาน ชายคนนั้นยืนรอเขาอยู่ที่กลางห้องโถง ในมือถือแก้วแชมเปญแกว่งไปมาเบาๆ กรหัวใจหล่นวูบ เขารู้ได้ในทันทีว่านี่คือผู้ที่ส่งข้อความมาแบล็กเมล์เขา
“มาตรงเวลาดีนี่... คุณกร” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านหน้ากากเหยี่ยวออกมานั้นช่างคุ้นหูอย่างน่าประหลาด กรขมวดคิ้ว พยายามนึกให้ออกว่าเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหน
ชายในหน้ากากเหยี่ยวเดินเข้ามาใกล้ ยื่นแก้วแชมเปญในมือให้ “ดื่มหน่อยสิ จะได้ผ่อนคลาย”
กรส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่”
ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ “ผมก็คือคนที่ชื่นชมในความกล้าบ้าบิ่นของคุณไงล่ะ... ส่วนสิ่งที่ผมต้องการ... ก็คือการได้เห็นคุณ... เปลือยเปล่าและยอมจำนนอยู่แทบเท้าของพวกเราทุกคนที่นี่”
พูดจบ เขาก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นถอดหน้ากากเหยี่ยวสีทองออกช้าๆ
วินาทีที่ใบหน้าภายใต้หน้ากากปรากฏสู่สายตา โลกทั้งใบของกรก็เหมือนจะพังทลายลงมาตรงหน้า “พี่เคน!”
เคน... หรือ เคนจิโร่ นักธุรกิจลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจร่วมกับพ่อของเขามานาน เป็นรุ่นพี่ที่กรเคารพนับถือมาตลอด เขามองกรด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน แววตาที่เคยดูอบอุ่นเป็นมิตร บัดนี้กลับฉายแววของนักล่าผู้โหดเหี้ยม
“ตกใจเหรอ?” เคนถามเสียงเรียบ “พี่เฝ้ามองแกมานานแล้วนะกร ไอ้คุณหนูที่ได้ทุกอย่างมาง่ายๆ ไม่เคยต้องดิ้นรนอะไร วันนั้นที่ห้าง... พี่บังเอิญไปทำธุระแถวห้องเก็บของพอดี เลยได้เห็นโชว์เด็ดของแกเข้าเต็มๆ ตา... มันน่าทึ่งมากเลยรู้ไหม ที่ได้เห็นทายาทเดอะ แกรนด์ เอ็มโพเรียม ยืนชักควยท่ามกลางกองขยะในห้างของพ่อตัวเอง”
ความอัปยศแล่นริ้วขึ้นมาจับใบหน้าของกรจนร้อนฉ่า เขาอยากจะต่อยหน้าชายตรงหน้าให้คว่ำ แต่ก็ทำได้เพียงกำหมัดแน่น
เคนยิ้มกว้างขึ้น “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า... พี่ไม่ได้อยากทำลายแก แต่พี่แค่อยากจะ ‘แบ่งปัน’ ความสุขสุดยอดที่แกได้รับให้เพื่อนๆ ของพี่ได้ลิ้มลองบ้าง ทุกคนที่นี่... ล้วนเป็นพวกอีลีทที่เบื่อหน่ายความหรูหราจอมปลอม พวกเขาโหยหาความดิบเถื่อน... และคืนนี้... แกคือของขวัญชิ้นพิเศษของพวกเรา”
เคนตบมือสองครั้งเป็นสัญญาณ ทันใดนั้น แขกเหรื่อทุกคนในห้องโถงก็หันมามองกรเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบเงียบลง กลายเป็นความเงียบที่น่าอึดอัด ดนตรีแจ๊สหยุดบรรเลง และไฟสปอตไลท์ดวงหนึ่งก็สาดส่องลงมายังแท่นยกพื้นเล็กๆ กลางห้องที่กรเพิ่งสังเกตเห็น
“ขึ้นไปสิ” เคนพยักพเยิดไปยังแท่นนั้น “แล้วถอดเสื้อผ้าของแกออก... ทีละชิ้น... ช้าๆ”
กรยืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป สายตานับร้อยคู่จ้องมองมาที่เขาราวกับจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าทุกชิ้นให้ออกจากร่าง ควยของเขาแข็งโป๊กจนเจ็บหนึบไปหมด มันคือความกลัว ความอับอาย แต่ในขณะเดียวกัน... มันคือความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน เขากำลังจะถูกย่ำยีเกียรติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน... ต่อหน้าคนเหล่านี้... และเขาก็เกลียดตัวเองที่ส่วนลึกของหัวใจกลับร่ำร้องต้องการมัน
เคนเห็นกรยังลังเล จึงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ถ้าแกไม่ทำ... แค่คลิกเดียว พ่อของแกจะได้เห็นทุกอย่าง... รวมถึงคลิปที่แกกำลังจะถูกพวกเรา ‘รุมรัก’ ในคืนนี้ด้วย... เลือกเอาสิ คุณกร”
คำขู่นั้นเด็ดขาดและได้ผล กรหลับตาลงช้าๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เขาก้าวเท้าขึ้นไปบนแท่นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด ท่ามกลางสายตาอันหิวกระหายของฝูงอสูรในคราบผู้ดีที่กำลังรอขย้ำเหยื่ออันโอชะอยู่เบื้องล่างเสียงปลดกระดุมเม็ดแรกดังแกร๊กเบาๆ ในความเงียบงัน แต่มันกลับก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่าในโสตประสาทของกร แผงอกขาวเนียนที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างดีค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อยภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว ความอัปยศเหมือนเหล็กร้อนๆ ที่นาบลงบนผิว แต่ท่อนเอ็นใต้ร่มผ้ากลับยิ่งแข็งขืนขึ้นตอบสนองต่อทุกสายตาที่จ้องมอง
“เร็วสิ... อย่าให้แขกของพี่รอนาน” เสียงของเคนดังขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจสั่งการที่กรไม่อาจขัดขืน
มือที่สั่นเทาของชายหนุ่มปลดกระดุมเม็ดที่สอง สาม และสี่ตามลำดับจนหมดสิ้น เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกจากร่างแล้วปล่อยให้มันร่วงหล่นลงบนพื้นแท่นอย่างไร้ค่า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยงามที่ทำให้แขกบางคนในงานเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
กรหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อทำในสิ่งต่อไป เขาเอื้อมมือไปปลดตะขอกางเกงสแล็กเนื้อดี เสียงซิปที่ถูกรูดลงดัง ‘ครืด’ ยาวนานผิดปกติในความรู้สึกของเขา ก่อนที่กางเกงราคาแพงจะร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า เหลือเพียงอันเดอร์แวร์สีดำที่โอบอุ้มความคับแน่นที่พร้อมจะระเบิดออกมาไว้
“ถอดมันออกด้วยสิ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาจากกลุ่มคนดู ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ
กรกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนห้อเลือด ก่อนจะก้มลงเกี่ยวขอบกางเกงในแล้วดึงมันลงมาอย่างช้าๆ ทันทีที่เป็นอิสระ ลำควยใหญ่ยาวที่แข็งตัวเต็มที่ก็ดีดผึงออกมาอวดโฉมท้าทายสายตาทุกคู่ ปลายหัวบานแดงฉ่ำวาวไปด้วยน้ำเงี่ยนใสๆ ที่ไหลซึมออกมาไม่หยุด
เสียงครางฮือดังกระหึ่มขึ้นกว่าเดิมจากทั่วทุกมุมห้อง “ดูสิ มันเงี่ยนด้วย” หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน “ของดีจริงๆ สมกับเป็นสายเลือดผู้ดี” ชายอีกคนเอ่ยชมอย่างไม่ปิดบังความหื่นกระหาย
เคนยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณ ทันใดนั้น หญิงสูงวัยคนหนึ่งในชุดราตรียาวสีนิลและหน้ากากจิ้งจอกเงินก็ก้าวออกมาจากกลุ่มคน เธอเดินตรงมาที่แท่นด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากร
นิ้วเรียวยาวที่ทาเล็บสีเลือดนกของเธอค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแผงอกของกรอย่างเชื่องช้า ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเธอทำให้กรสะดุ้งเฮือก ขนทั่วกายลุกชันขึ้นพร้อมกัน เธอกรีดปลายนิ้วไล้ลงมาที่ลอนหน้าท้องของเขาอย่างยั่วยวน... และเชื่องช้า... จนกระทั่งหยุดอยู่ที่โคนควยที่กำลังกระตุกตุบๆ ของเขา
กรกลั้นหายใจ ลำควยของเขากระตุกรุนแรงตอบสนองต่อสัมผัสอันเย็นเยียบนั้น หญิงสูงวัยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ของเธอปาดหยาดน้ำเงี่ยนที่เอ่อล้นอยู่ตรงปลายหัวควยของเขาขึ้นมาอย่างไม่รังเกียจ
เธอยกนิ้วขึ้นมาพิจารณาหยาดน้ำใสๆ นั้นครู่หนึ่ง ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองอย่างไม่กะพริบ แล้วในวินาทีต่อมา เธอก็แตะปลายนิ้วนั้นที่ปลายลิ้นของตัวเอง รับรสชาติความอัปยศของทายาทหนุ่มอย่างเปิดเผย
“หวาน...” เธอกระซิบเสียงพร่า
วินาทีนั้นเองที่แขกคนอื่นๆ เริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาก้าวเข้ามาห้อมล้อมแท่นจัดแสดงจากทุกทิศทาง มือหยาบกร้านและนุ่มนวลนับสิบคู่เริ่มเอื้อมเข้ามาสัมผัสร่างกายของเขา รุมทึ้ง ลูบไล้ และขย้ำทุกสัดส่วนราวกับฝูงสัตว์ป่าที่คลั่งกระหาย
นั่นคือสัญญาณ... ประตูสู่ขุมนรกที่เขาโหยหาได้เปิดออกแล้วจริงๆกรถูกผลักจนเซถลาไปด้านหลัง ร่างเปลือยเปล่าของเขากลายเป็นสมบัติสาธารณะในบัดดล มือเย็นเฉียบที่ประดับด้วยแหวนเพชรราคาแพงลูบไล้ไปทั่วแผงอก ในขณะที่มือหยาบกร้านของชายอีกคนก็บีบขย้ำก้นกลมกลึงของเขาอย่างแรงจนเป็นรอยแดง เสียงหัวเราะหื่นกระหายดังขึ้นรอบตัว ปะปนไปกับเสียงกระซิบกระซาบภาษาต่างประเทศที่เขาฟังไม่ออก แต่รับรู้ได้ถึงความหมายที่แฝงอยู่
สมองของกรขาวโพลน ความคิดและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ตอบสนองต่อทุกสัมผัส ความอัปยศและความเงี่ยนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กระแทกกระทั้นเข้าใส่โสตประสาทของเขาอย่างรุนแรง ลำควยแข็งขึงของเขาถูกมือหลายคู่ผลัดกันกำรูดจนมันแดงก่ำและปวดหนึบ หยาดน้ำรักไหลเยิ้มออกมาไม่ขาดสายจนหยดแหมะลงบนผิวเย็นๆ ของแท่นจัดแสดง
แล้วกรก็สบตากับเคนโดยบังเอิญ พี่ชายที่เขาเคยเคารพยืนกอดอกพิงเสาโรมันอยู่ไม่ไกล มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะที่แสนเย็นชา แววตาของเขาบอกชัดเจนว่านี่คือการลงทัณฑ์ นี่คือการสั่งสอนให้คุณหนูผู้ไม่เคยลำบากได้รู้ซึ้งถึงรสชาติของการตกเป็นเบี้ยล่างอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น ร่างของกรก็ถูกกดให้คุกเข่าลงบนแท่น ก่อนจะถูกจับให้โน้มตัวไปข้างหน้าจนฝ่ามือทั้งสองยันพื้นไว้ในท่าคลานสี่ขาที่แสนน่าอับอาย สะโพกมนถูกจับให้โก่งขึ้นสูง เปิดเปลือยช่องทางรักสีหวานที่ขมิบตอดอย่างหวาดหวั่นสู่สายตาของทุกคน
“ดูสิ... รูของคุณหนูยังบริสุทธิ์อยู่เลย” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ตามมาด้วยความรู้สึกเย็นวาบเมื่อเจลหล่อลื่นขวดใหญ่ถูกเทราดลงมาที่ร่องก้นของเขาอย่างไม่ปรานี ความเย็นของเจลตัดกับความร้อนรุ่มของร่างกาย ทำให้กรสะท้านเฮือกและเผลอครางออกมาเบาๆ
เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ท่อนเอ็นร้อนผ่าวขนาดมหึมาของใครคนหนึ่งก็จ่อเข้ามาที่ปากทาง ก่อนจะกดกระแทกเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างรุนแรงโดยไม่มีการเล้าโลมใดๆ
กรกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากร่างกายส่วนล่างของเขาจนแทบแหลกสลาย น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่อยู่ เขาพยายามจะดิ้นรนขัดขืน แต่ก็ถูกมือหลายคู่กดร่างไว้จนขยับไม่ได้ ได้แต่รับแรงกระแทกอันหนักหน่วงและป่าเถื่อนที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
แต่แล้ว... ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ความเสียวซ่านที่เจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ความอัปยศของการถูกย่ำยีโดยชายแปลกหน้าต่อหน้าคนนับร้อย กลับกลายเป็นสุดยอดสารกระตุ้นที่ทำให้ลำควยของเขาแข็งเปรี้ยงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงครางอย่างสุขสม เขากำลังจะถึง... ถึงจุดสุดยอดท่ามกลางความวิบัติที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง
“อ๊า... อ๊า... อึก... เสียว... จะ... จะแตกแล้ว!” กรตะโกนอย่างไม่เป็นภาษา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ร่างกายกระตุกเกร็งรับแรงกระแทกจากด้านหลัง ก่อนที่น้ำรักสีขาวขุ่นจะพุ่งทะลักออกมาจากลำควยของเขาจนสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นแท่นหินอ่อนเบื้องหน้า พร้อมๆ กับที่ชายด้านหลังคำรามลั่นและปลดปล่อยสายธารอุ่นๆ เข้ามาในร่างกายของเขาจนล้นทะลัก
ร่างของกรอ่อนยวบลงทันที เขาทรุดลงไปนอนกองกับพื้นแท่นอย่างหมดเรี่ยวแรง สติสัมปชัญญะเลือนลาง แต่ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป คือรอยยิ้มอันน่าพึงพอใจของเคน และสายตาของฝูงอสูรที่ยังคงจ้องมองเขา... ราวกับว่างานเลี้ยงในค่ำคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นกรค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมาในความพร่ามัว สัมผัสแรกคือความนุ่มของผ้าปูที่นอนและผ้าห่มไหมราคาแพงที่ห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าของเขาอยู่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องลอดผ่านม่านผืนหนาเข้ามาในห้องนอนที่ไม่คุ้นตาซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา กลิ่นหอมสะอาดจางๆ บอกให้รู้ว่าร่างกายของเขาได้รับการชำระล้างมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดระบมไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะความปวดแสบที่ช่องทางด้านหลังซึ่งถูกทารุณกรรมมาอย่างหนักหน่วง คือเครื่องยืนยันว่าเรื่องเลวร้ายในคืนที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ฝันไป
ภาพความทรงจำอันป่าเถื่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัว เสียงหัวเราะเยาะเย้ย สัมผัสหยาบโลน แรงกระแทกอันไร้ความปรานี... กรหลับตาแน่น พยายามขับไล่ภาพเหล่านั้นออกไป แต่ยิ่งพยายาม เขาก็ยิ่งจำมันได้ชัดเจนขึ้น เขามองไปรอบตัว บนเก้าอี้นวมข้างเตียง ชุดสูทแบรนด์เนมของเขาวางพับไว้อย่างเรียบร้อย บนนั้นมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ วางทับอยู่
เขาฝืนความเจ็บปวด ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นไปหยิบมันมาอ่าน ลายมือหวัดๆ แต่ทรงอำนาจนั้นเป็นของเคนอย่างไม่ต้องสงสัย
"พักผ่อนให้สบายล่ะคุณหนู แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเรียกใช้ครั้งต่อไป อย่าคิดหนี... เพราะตอนนี้พี่มีทุกอย่างอยู่ในมือแล้ว และพี่รับรองว่าแกจะสนุกกับมันมากกว่าเดิมเสียอีก"
มันไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นคำประกาศิตที่ตอกย้ำสถานะใหม่ของเขา... ทาสผู้ภักดีของซาตานในคราบเทพบุตร กรขยำกระดาษโน้ตในมือก่อนจะโยนมันทิ้งอย่างเกรี้ยวกราด แต่ในใจกลับรู้ดีว่าเขาไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกแล้ว
เมื่อกลับมาถึงเพนท์เฮาส์ส่วนตัว กรก็ตรงไปยังห้องน้ำและเปิดฝักบัวที่แรงที่สุดราดรดร่างกายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เขาขัดถูผิวขาวๆ ของตัวเองจนขึ้นรอยแดงเถือก หวังจะชะล้างความสกปรกและความอัปยศอดสูที่ฝังลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณออกไปให้หมดสิ้น แต่ก็เปล่าประโยชน์ เขายังคงรู้สึกแปดเปื้อนอยู่ดี
หลายวันต่อมา กรใช้ชีวิตราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ เขาต้องแสร้งทำเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์คนเดิม ไปร่วมงานสังคม พบปะผู้คน และยิ้มให้กับทุกคนที่เข้ามาทักทาย โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมนั้น เขากำลังกรีดร้องด้วยความหวาดผวาและเฝ้ารอ "คำสั่ง" ครั้งต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
เสียงโทรศัพท์ที่ไม่ปรากฏชื่อผู้โทรดังขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง กรสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดรับ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของเคนดังขึ้นจากปลายสายทันที
"เป็นยังไงบ้าง... หายเจ็บหรือยัง?" เคนถามด้วยน้ำเสียงเหมือนห่วงใย แต่แฝงไว้ด้วยการเย้ยหยัน
"คุณต้องการอะไรอีก" กรเค้นเสียงตอบกลับไป
"ต้องการให้แกทำงานชิ้นต่อไปให้พี่ไง" เคนหัวเราะในลำคอ "สุดสัปดาห์นี้ พ่อของแกจะจัดงานเลี้ยงการกุศลประจำปีที่คฤหาสน์ของตระกูลใช่ไหม... แน่นอนว่าพี่ได้รับเชิญ และแกก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วยในฐานะเจ้าบ้านที่ดี"
หัวใจของกรหล่นวูบ "คุณจะให้ผมทำบ้าอะไรในบ้านของผมเอง!"
"ใจเย็นสิกร" เคนกล่าวเสียงเรียบ "มันเป็นงานง่ายๆ ไม่ต้องแก้ผ้าโชว์ใครหรอก... คืนนั้น แกมีหน้าที่แค่คอยดูแลและรับใช้พี่คนเดียว... ตลอดทั้งงาน"
กรขมวดคิ้ว "รับใช้? หมายความว่ายังไง"
"ก็หมายความตามนั้น... เติมไวน์ให้พี่ จุดซิการ์ให้พี่ หรือถ้าพี่เมื่อย... แกก็ต้องนวดให้พี่ ถ้าเก้าอี้ของพี่ไม่นุ่มพอ แกก็ต้องคุกเข่าลงเป็นที่วางเท้าให้พี่... ทั้งหมดนั่น... ต่อหน้าพ่อแม่ของแก ต่อหน้าคุณน้าลดา และต่อหน้าแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติทุกคนในงาน แกต้องแสดงบทบาทลูกชายที่แสนดีและรุ่นน้องที่เคารพรุ่นพี่อย่างแนบเนียนที่สุด... ทำได้ใช่ไหม?"
โลกทั้งใบของกรหมุนคว้าง เขาแทบจะทรุดลงไปกับพื้น ความคิดที่จะต้องถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในอาณาเขตที่ปลอดภัยที่สุดของตัวเอง ต่อหน้าผู้คนสำคัญที่สุดในชีวิต มันคือการทรมานทางจิตใจที่เลวร้ายยิ่งกว่าการถูกข่มขืนทางกายเสียอีก
แต่ในขณะที่สมองกำลังปฏิเสธอย่างรุนแรง... ท่อนเอ็นใต้กางเกงของเขากลับค่อยๆ แข็งขืนขึ้นมาอย่างน่ารังเกียจ มันตอบรับต่อภาพความอัปยศที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเต็มใจที่สุด
"เงียบไปแบบนี้... แสดงว่าตกลงสินะ" เคนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบ "ดีมาก... แล้วเจอกันวันงานนะ... น้องชาย"
เสียงสัญญาณที่ตัดไปดังเสียดยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ กรยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องเพนท์เฮาส์ที่กว้างขวางแต่กลับอ้างว้างราวกับสุสาน เขารู้แล้วว่าตัวเองได้เดินทางมาถึงจุดที่ไม่มีวันหวนกลับแล้วจริงๆ และนรกขุมต่อไป... ก็กำลังรอเขาอยู่ในบ้านของตัวเองค่ำคืนแห่งงานเลี้ยงการกุศลมาถึง คฤหาสน์ของตระกูลสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเต็มไปด้วยแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติในแวดวงสังคม กรสวมชุดทักซิโด้สั่งตัดพิเศษ ยืนต้อนรับแขกอยู่เคียงข้างบิดามารดาด้วยรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดี แต่ภายในใจของเขากลับปั่นป่วนราวกับพายุ ทุกครั้งที่ประตูบานใหญ่เปิดออก เขาก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดระแวง
แล้วชายคนนั้นก็มาถึง... เคนจิโร่ก้าวเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าสง่างามในชุดสูทสีเข้มที่ขับเน้นรูปร่างสูงใหญ่ของเขาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น พ่อของกรเดินเข้าไปต้อนรับอย่างสนิทสนมและเป็นกันเอง “เคน! ดีใจจริงๆ ที่นายมาได้”
เคนยิ้มรับอย่างอบอุ่น ก่อนจะหันมาสบตากับกรที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สำหรับกร มันคือสัญญาณเริ่มต้นของเกมล่าเหยื่อที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิต
ตลอดช่วงต้นของงาน เคนทำตัวเป็นแขกผู้มีเกียรติอย่างสมบูรณ์แบบ เขาสนทนากับนักธุรกิจและนักการเมืองหลายคน แต่สายตาของเขากลับคอยจับจ้องอยู่ที่กรตลอดเวลา และแล้วคำสั่งแรกก็มาถึง... เคนซึ่งยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนของพ่อกร ชูแก้วไวน์ที่พร่องไปกว่าครึ่งขึ้นเล็กน้อย แล้วสบตากับกรจากอีกฟากของห้องโถง
หัวใจของกรเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขาจำใจต้องปลีกตัวออกจากวงสนทนาของกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน เดินตรงไปหาเคนด้วยสีหน้าเรียบเฉย “พี่เคนครับ จะให้ผมเติมไวน์ให้ไหมครับ” เขาเอ่ยถาม พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“โอ้ ดีเลย กำลังอยากได้พอดี ขอบใจมากนะกร” เคนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเขาเบาๆ ขณะที่เขากำลังรินไวน์แดงราคาแพงลงในแก้ว “เด็กดี... เริ่มทำหน้าที่ของแกได้ดีนี่”
กรเม้มปากแน่น รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาผละออกมาทันทีที่รินไวน์เสร็จ แต่ความอัปยศเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ไม่นานหลังจากนั้น ขณะที่เคนกำลังนั่งคุยอยู่บนโซฟากำมะหยี่กับคุณน้าลดาและเพื่อนๆ ไฮโซของแม่เขา เคนก็แกล้งทำปากกาลงยาราคาเรือนแสนหล่นลงบนพื้นพรมใต้โต๊ะ
“แย่จริง... สงสัยจะแก่แล้ว ก้มไม่ไหวซะแล้วสิ” เคนบ่นพึมพำเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน แล้วหันมาทางกรที่ยืนอยู่ไม่ไกล “กร ช่วยเก็บปากกาให้พี่หน่อยได้ไหม”
ใบหน้าของกรชาวาบ การต้องคุกเข่าลงต่อหน้าคนมากมาย โดยเฉพาะต่อหน้าเพื่อนสนิทของแม่ ทำให้เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่สายตาข่มขู่ของเคนทำให้เขาไม่มีทางเลือก ชายหนุ่มจำต้องเดินเข้าไป ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่า มุดศีรษะเข้าไปใต้โต๊ะเพื่อเก็บปากกาด้ามนั้น ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบปลายรองเท้าหนังขัดมันวาวของเคนก็ตั้งใจขยับมาสัมผัสหลังมือของเขาเบาๆ ราวกับเป็นเรื่องบังเอิญ
กรสะดุ้งสุดตัว แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขารีบหยิบปากกาแล้วลุกขึ้นยืนส่งให้เคน “นี่ครับพี่เคน”
“ขอบใจมากนะจ๊ะตากร เป็นเด็กดีมีน้ำใจจริงๆ เลย” คุณน้าลดาเอ่ยชมด้วยความเอ็นดู โดยไม่รู้เลยว่าหลานชายที่เธอกำลังชื่นชมนั้น เพิ่งถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปเมื่อครู่นี้เอง
ความอดสูทบทวีขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน ทั้งการถูกใช้ให้ไปหยิบซิการ์ การต้องยืนกางร่มให้ขณะที่เคนออกไปคุยโทรศัพท์ริมสระน้ำ หรือแม้แต่การต้องคอยนวดไหล่ให้เคนเบาๆ ขณะที่เขานั่งคุยธุรกิจ ทุกการกระทำล้วนอยู่ในสายตาของพ่อแม่และแขกเหรื่อทุกคน แต่ไม่มีใครเอะใจ เพราะมันดูเหมือนการแสดงความเคารพของรุ่นน้องที่มีต่อรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันเท่านั้น
จนกระทั่งมาถึงจุดแตกหัก...
เคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อาร์มแชร์บุหนังตัวใหญ่กลางห้องสมุดที่ถูกเปิดให้เป็นมุมพักผ่อนส่วนตัว เขาถอนหายใจออกมาดังๆ พลางบ่นว่า “เมื่อยชะมัด... น่าจะมีที่วางเท้าสบายๆ สักอันนะ”
แล้วเขาก็หันมามองกรที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้องด้วยแววตาที่ทอประกายอำมหิต มันคือคำสั่งที่ชัดเจนที่สุดและเลวร้ายที่สุด กรยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ความคิดที่ว่าจะต้องยอมลดตัวลงไปเป็นที่วางเท้าให้กับชายที่ทำลายชีวิตเขา... ในบ้านของเขาเอง... ต่อหน้าบรรพบุรุษในรูปภาพที่แขวนอยู่บนผนัง มันทำให้เขาแทบคลั่ง
แต่แล้วความกลัวที่ว่าจะถูกแฉก็เอาชนะทุกสิ่ง ท่ามกลางสายตาของแขกหลายคู่ที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ กรค่อยๆ เดินเข้าไปหาเคนราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกบังคับ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะทิ้งตัวลงคุกเข่าช้าๆ... และโน้มตัวลงไปอยู่ในท่าหมอบคลานบนพื้นพรมเปอร์เซียราคาแพง
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบข้าง พ่อของกรที่เพิ่งเดินเข้ามาเห็นขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ส่วนแม่ของเขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เคนยิ้มอย่างผู้มีชัย เขายกเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาวางบนแผ่นหลังของกรอย่างเชื่องช้า น้ำหนักของรองเท้าหนังราคาแพงที่กดทับลงมานั้น ไม่ได้หนักเท่ากับความอัปยศอดสูที่บดขยี้จิตวิญญาณของเขาจนแหลกละเอียด
กรหลับตาปี๋ กัดฟันแน่นจนกรามสั่น เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ เขาคือตัวตลก เขาคือทาส เขาคือเฟอร์นิเจอร์มีชีวิตในบ้านของตัวเอง แต่ท่ามกลางความอัปยศจนแทบขาดใจตายนั้น ท่อนเนื้อใต้กางเกงทักซิโด้ของเขากลับแข็งขืนขึ้นมาจนปวดหนึบ ความเสียวซ่านที่น่ารังเกียจแล่นพล่านไปทั่วร่างจนตัวสั่นสะท้าน เขาเกลียดตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกของการถูกหยามเกียรติถึงขีดสุดนี้... มันทำให้เขามีความสุขจนแทบบ้า