เดิมพันลับ ทัณฑ์ทรมาน
สารวัตรก้องถูกแก๊งอาชญากรลักพาตัวมาเค้นหาชื่อสายลับในองค์กร เมื่อการทรมานทางร่างกายและจิตใจลุกลามจนถึงขีดสุด เขาต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูครั้งใหญ่เพื่อรักษาความลับสำคัญไว้ ท่ามกลางความเจ็บปวดและหยาดน้ำตา เปลวเพลิงแห่งความแค้นได้ถูกจุดขึ้นในใจของเขาเพื่อรอวันทวงคืนความยุติธรรม
เปลือกตาหนักอึ้งเหมือนมีใครเอาหินมาถ่วงไว้ สารวัตรก้องพยายามจะลืมตา แต่มันทำได้แค่ปริบๆ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ ที่แขวนร่อแร่บนเพดานสังกะสีส่องลงมา ทำให้เขาเห็นภาพพร่าเลือนของโกดังร้างแห่งหนึ่ง กลิ่นอับชื้นของฝุ่น สนิม และฉี่หนูผสมปนเปกันจนแทบสำลัก ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือการตามประกบแหล่งข่าวในตรอกมืดๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนมีผ้าชุบอะไรสักอย่างกลิ่นฉุนกึ้กมาโปะที่จมูก...หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับววูบไป
“ตื่นแล้วเหรอ...คุณตำรวจ” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก ก้องพยายามจะขยับตัว แต่ก็พบว่าแขนขาของเขาถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้เหล็กเก่าๆ ที่เย็นเฉียบจนสะท้านไปถึงกระดูก เสื้อเชิ้ตของเขาถูกกระชากจนขาดวิ่น เผยให้เห็นแผงอกกำยำและกล้ามท้องเป็นลอนสวยที่เคลือบด้วยเหงื่อ ผิวสีแทนเข้มของเขาดูมันวาวภายใต้แสงไฟสลัว ช่างเป็นภาพที่ยั่วยวนในความทุกข์ทรมานเสียจริง
“พวกมึงต้องการอะไร” ก้องเค้นเสียงถามลอดไรฟัน พยายามสะกดความเจ็บปวดที่หัวซึ่งปวดตุบๆ ราวกับจะระเบิด
“ไม่ต้องการอะไรมาก...แค่รายชื่อสายของมึงทั้งหมดที่อยู่ในแก๊งกู” ไอ้เสือยิ้มแสยะ โน้มตัวลงมาใกล้จนก้องได้กลิ่นเหล้าเคล้าบุหรี่หึ่งจากลมหายใจของมัน “พูดง่ายๆ แล้วเราก็จบกันง่ายๆ มึงได้กลับบ้าน กูได้ทำงานต่อ วิน-วิน”
“ฝันไปเถอะไอ้สัส!” ก้องถ่มน้ำลายใส่หน้ามันเต็มๆ
เพี๊ยะ! ฝ่ามือหยาบกร้านฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของก้องอย่างจังจนหน้าหัน เลือดซิบที่มุมปาก “ปากดีนักนะมึง!” ไอ้เสือคำรามอย่างเดือดดาล มันเดินไปหยิบกล่องเครื่องมือที่วางอยู่บนโต๊ะเก่าๆ แล้วดึงเอาสายไฟสองเส้นที่มีขั้วหนีบออกมา “กูให้โอกาสมึงแล้วนะ...ในเมื่อไม่ชอบพูดดีๆ ก็คงต้องใช้วิธีอื่น”
ขั้วเหล็กเย็นเฉียบถูกหนีบเข้ากับหัวนมทั้งสองข้างของก้องที่ตั้งชูชันขึ้นมาเพราะความหนาวและความกลัว ก้องกัดฟันกรอด จ้องหน้ามันเขม็งด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ “มึงฆ่ากูเลยดีกว่า...กูไม่มีวันบอกอะไรมึงทั้งนั้น!”
“หึ...กูไม่ฆ่ามึงง่ายๆ หรอก มันไม่สนุก” ไอ้เสือหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนสวิตช์บนเครื่องแปลงไฟขนาดเล็ก...
เปรี้ยะ! ซ่าาาาา! กระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านเข้าสู่ร่างของสารวัตรหนุ่ม ร่างกายกำยำเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงบนเก้าอี้ กล้ามเนื้อทุกมัดบิดเกร็งจนเป็นคลื่น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำคอและแขน เสียงร้องโหยหวนหลุดออกมาจากลำคอของเขาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น มันเป็นเสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดบริสุทธิ์ที่ดังสะท้อนไปทั่วโกดังร้าง ไอ้เสือมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ มันค่อยๆ เพิ่มระดับไฟขึ้นอีก “ว่าไง...เปลี่ยนใจรึยัง?”
“อ๊ากกกกก! ไอ้...เหี้ยยยยย!” ก้องตะโกนตอบกลับไปทั้งที่ร่างยังสั่นสะท้านไม่หยุด ความเจ็บปวดมันแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู เหมือนมีเข็มนับล้านเล่มทิ่มแทงไปพร้อมๆ กัน กลิ่นไหม้จางๆ ของผิวหนังเริ่มลอยคลุ้ง ไอ้เสือปิดสวิตช์ ร่างของก้องอ่อนปวกเปียกลงทันที หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนเปียกชุ่มไปหมด
“ยังปากแข็ง...ดี...กูชอบคนใจสู้” ไอ้เสือพูดพลางเดินไปหยิบกระบอกฉีดยาที่บรรจุของเหลวสีขุ่นๆ เอาไว้ขึ้นมา มันใช้มีดกรีดกางเกงสีกากีของก้องจนขาด เผยให้เห็นต้นขาที่แน่นเปรี๊ยะไปด้วยมัดกล้าม “มึงเป็นตำรวจ...มึงน่าจะรู้ดีกว่ากูนะ ว่าในนี้มันคืออะไร”
แววตาของก้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “อย่านะ...มึง...มึงจะทำเหี้ยอะไร!” เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่เชือกที่มัดไว้แน่นหนาเกินไป
“ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ...เผื่อมันจะช่วยให้มึงสมองแล่นขึ้น” พูดจบปลายเข็มแหลมคมก็ปักฉึกลงบนเนื้อขาอ่อนของเขาเต็มแรง ก้องสะดุ้งเฮือก ของเหลวเย็นๆ ถูกฉีดเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดแล่นไปทั่วร่าง ภายในไม่กี่วินาที โลกทั้งใบของเขาก็เริ่มหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวไปหมด ความเจ็บปวดจากไฟฟ้าช็อตเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเคลิบเคลิ้มล่องลอยเหมือนอยู่ในความฝัน มันเป็นความสุขจอมปลอมที่น่ารังเกียจที่สุด