
ว่าที่เจ้าบ่าว ถึงคราวเป็นเมีย
นนท์กุมขมับขณะมองใบเสนอราคาในมือ มายด์ แฟนสาวของเขาดันไปเห็นชุดสูทของร้าน “จีจี้ กูตูร์” ในนิตยสารแล้วก็ประกาศิติต้องให้เขาใส่ชุดจากร้านนี้ในวันแต่งงานให้ได้ นนท์ที่รักแฟนก็ตามใจ แต่พอมาถึงร้านจริงๆ ถึงกับลมจับ แค่ค่าผ้ากับค่าตัดก็ปาเข้าไปเกือบแสนแล้ว เงินเก็บที่มีก็ต้องเอาไปจ่ายค่าจัดงานส่วนอื่นจนแทบไม่เหลือ เขาจะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายวะเนี่ย
“เป็นอะไรไปล่ะคะคุณน้อง” เสียงหวานแต่แฝงไปด้วยอำนาจของ ‘เจ๊จีจี้’ เจ้าของร้านดังขึ้น เจ๊แกเป็นสาวสองร่างสูงโปร่งที่แต่งตัวจัดจ้านตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ฝีมือการตัดสูทของเจ๊แกก็เป็นที่เลื่องลือว่าเนี้ยบกริบไร้ที่ติจริงๆ “หน้าซีดเหมือนเห็นผีเชียว หรือว่าไม่ถูกใจแบบที่เจ๊เลือกให้”
“เอ่อ… เปล่าครับเจ๊ สวยมากเลยครับ แต่ว่า…” นนท์อ้ำอึ้ง ไม่กล้าบอกตรงๆ ว่าเขาไม่มีเงินจ่าย
เจ๊จีจี้ยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุไปถึงข้างในกวาดมองร่างของนนท์ตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง นนท์เป็นผู้ชายหุ่นดี สูงร้อยแปดสิบกว่า ไหล่กว้าง เอวสอบ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ จากการเข้าฟิตเนสเป็นประจำ ผิวสีแทนเนียนละเอียด ยิ่งตอนที่เจ๊แกลงมือวัดตัวเขาเมื่อกี้ สัมผัสจากปลายนิ้วและสายวัดที่ลากไล้ไปทั่วแผ่นอก ลำตัว บั้นท้าย ก็ทำเอานนท์รู้สึกวูบวาบแปลกๆ ไปหมด
“เรื่องเงินใช่มั้ยล่ะ” เจ๊จีจี้พูดเหมือนอ่านใจเขาออก “เจ๊ดูออกน่า ไม่ต้องอายหรอก ของร้านเจ๊มันแพงจริง แต่คุณภาพก็ตามราคา… แต่เห็นแก่ว่าที่เจ้าบ่าวหุ่นแซ่บขนาดนี้ เจ๊มีข้อเสนอพิเศษให้”
นนท์ตาโต “จริงเหรอครับเจ๊! ลดให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ”
“ไม่ใช่ลดจ้ะ” เจ๊จีจี้ส่ายนิ้วไปมาอย่างมีจริต “แต่เป็นการ ‘จ่าย’ ในรูปแบบอื่น… ที่เจ๊เชื่อว่าคุณน้องมีต้นทุนพร้อมอยู่แล้ว” สายตาของเจ๊แกเลื่อนลงต่ำไปยังเป้ากางเกงของนนท์ที่เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะตวัดขึ้นมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “เจ๊เป็นคนตรงๆ นะ… เจ๊ถูกใจหุ่นคุณน้องมาก โดยเฉพาะตอนที่วัดช่วงสะโพกกับบั้นท้าย… แน่นดีจริงๆ ถ้าคุณน้องยอม ‘จ่าย’ ให้เจ๊ด้วยร่างกายของน้องคืนนี้ ชุดสูทชุดนี้พร้อมของแถมเป็นเสื้อเชิ้ตอีกสามตัว เจ๊ยกให้ฟรีๆ เลย ถือว่าเป็นของขวัญแต่งงานล่วงหน้า”
นนท์อ้าปากค้าง สมองของเขาขาวโพลนไปหมด เขาต้องแต่งงานกับมายด์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ตอนนี้เขากำลังถูกกะเทยเจ้าของร้านตัดสูทเสนอให้เอาตัวเข้าแลกกับชุดแต่งงาน! มันบ้าไปแล้ว! แต่ในขณะที่หัวสมองร้องเตือนว่าผิดมหันต์ ส่วนลึกในใจกับร่างกายมันกลับทรยศ ความรู้สึกวาบหวามตอนที่ถูกเจ๊จีจี้ลูบไล้ยังคงค้างคาอยู่ และส่วนนั้นของเขามันก็กำลังแข็งขืนขึ้นมาอย่างน่าอายใต้กางเกงสแล็ค นนท์เหลือบมองกระจกบานใหญ่ในร้าน เห็นภาพตัวเองยืนอยู่ข้างๆ เจ๊จีจี้ที่ยิ้มยั่วอยู่ข้างๆ ภาพเจ้าบ่าวในชุดสูทสุดหรูที่มายด์ใฝ่ฝันผุดขึ้นมาในหัว… เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
“ว่าไงคะคุณน้อง… สนใจ ‘โปรโมชั่น’ ของเจ๊มั้ย” เจ๊จีจี้เดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยมาแตะจมูก มือเรียวของเจ๊แกเอื้อมมาลูบไล้ที่แผงอกของนนท์เบาๆ ผ่านเนื้อผ้า “แค่ครั้งเดียว… แลกกับชุดที่เพอร์เฟกต์ที่สุดสำหรับวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต… ไม่คุ้มเหรอคะ” ปลายนิ้วของเจ๊ค่อยๆ เลื่อนต่ำลง… ต่ำลง… จนไปหยุดอยู่แถวๆ หัวเข็มขัดของเขา นนท์กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ในที่สุด… เขาก็ค่อยๆ พยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
“ถอดกางเกงออกสิจ๊ะ เหลือแต่บ็อกเซอร์พอ… เจ๊จะลองกางเกงตัวในให้ก่อน” เจ๊จีจี้สั่งขณะที่ในมือถือม้วนสายวัดกับเข็มหมุด นนท์ทำตามอย่างว่าง่าย หัวสมองของเขาตื้อไปหมด เขารู้สึกเหมือนเป็นหุ่นยนต์ที่รอรับคำสั่ง ในห้องลองชุดส่วนตัวที่ปิดม่านทึบจนมองไม่เห็นข้างนอก มีเพียงเขากับเจ๊จีจี้สองต่อสอง นนท์ยืนตัวสั่นน้อยๆ เหลือเพียงบ็อกเซอร์สีเทาตัวเดียวที่ตอนนี้มีบางอย่างตุงนูนขึ้นมาจนปิดไม่มิด เจ๊จีจี้ยิ้มพอใจ เดินเข้ามาใกล้จนแผงอกที่เสริมมาจนได้รูปของเจ๊เบียดเข้ากับแผ่นหลังของนนท์