
กลิ่นพ่อเพื่อน
คืนวันศุกร์แบบนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการไปนอนค้างบ้านเพื่อนอีกแล้ว โดยเฉพาะบ้านของไอ้ตี้ เพื่อนสนิทผมตั้งแต่มัธยม บ้านมันเป็นตึกแถงเก่าๆ หน่อย แต่ข้างในก็อยู่สบาย พ่อแม่มันใจดี โดยเฉพาะพ่อมัน... ลุงชัย พ่อของไอ้ตี้เป็นช่างซ่อมรถ ตัวใหญ่ๆ ไหล่กว้าง มีกล้ามเป็นมัดๆ ตามประสาคนทำงานใช้แรงงาน เวลาแกถอดเสื้อจะเห็นรอยสักรูปมังกรที่แผ่นหลัง ผมยาวประบ่าที่แกชอบรวบไว้ลวกๆ กับหนวดเคราครึ้มๆ ทำให้แกดูโคตรดุดันและโคตรแมนในเวลาเดียวกัน ทุกครั้งที่ผมมาบ้านไอ้ตี้ สายตาผมจะคอยแต่จับจ้องลุงชัยอยู่เรื่อย ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ได้แค่มองแกแบบลูกของเพื่อนมองพ่อเพื่อน แต่มันมีความรู้สึกเงี่ยนๆ ปนอยู่ด้วยเสมอ ผมแอบจินตนาการถึงกลิ่นตัวแกตอนเหงื่อออก กลิ่นสาบผู้ชายที่ทำงานหนักมาทั้งวัน แค่คิดควยผมก็เริ่มแข็งตุ่ยๆ ในกางเกงแล้ว
เย็นนั้นเรานั่งกินข้าวด้วยกัน ลุงชัยเพิ่งกลับมาจากอู่ เสื้อช่างสีน้ำเงินเข้มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แกถอดมันพาดไว้ที่เก้าอี้ เหลือแต่เสื้อกล้ามสีขาวบางๆ ที่แนบไปกับแผงอกและหน้าท้องเป็นลอนของแก ผมนั่งตรงข้าม พยายามทำตัวปกติ คุยกับไอ้ตี้ไปเรื่อยเปื่อย แต่หางตาก็คอยชำเลืองมองลุงชัยตลอดเวลา มองกล้ามแขนแกตอนตักข้าว มองแผงอกหนาๆ ที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ และที่สำคัญที่สุด... ผมแอบมองเป้ากางเกงยีนส์เก่าๆ ของแกที่มันตุงนูนออกมาเป็นลำจนเห็นได้ชัด ผมกลืนน้ำลายเอื๊อก จินตนาการไปว่าไอ้แท่งเนื้อที่อยู่ข้างในนั้นมันจะใหญ่แค่ไหน ผิวของมันจะเป็นสีอะไร เวลาแข็งเต็มที่จะใหญ่เท่าแขนกูรึเปล่าวะ... คิดเพลินจนไอ้ตี้ต้องสะกิด "ไอ้เหี้ย เหม่ออะไรของมึง" ผมสะดุ้ง รีบตักข้าวเข้าปากแก้เก้อ
พอกินข้าวเสร็จ ลุงชัยก็ขึ้นบ้านไปอาบน้ำ ทิ้งเสื้อช่างที่ชุ่มเหงื่อไว้บนเก้าอี้ กลิ่นเหงื่อเค็มๆ ผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ โชยมาแตะจมูกผม มันเป็นกลิ่นที่โคตรแมน โคตรกระตุ้นอารมณ์ ควยผมที่สงบไปแล้วเริ่มกลับมาตั้งโด่อีกครั้ง ผมอยากจะลุกไปหยิบเสื้อตัวนั้นมาสูดดมให้เต็มปอด แต่ก็ทำได้แค่นั่งบิดตัวไปมา เก็บอาการเงี่ยนสุดชีวิต ไม่นานนักลุงชัยก็เดินลงมาด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอว ท่อนบนเปลือยเปล่า หยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกและไรขนดำๆ ผมแกที่เปียกน้ำลู่ลงมาปรกหน้าผาก ผมจ้องมองตาไม่กระพริบ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของแกมันช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ลุงชัยเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่ม แล้วก็หันมาบอกพวกผม "เดี๋ยวพ่อจะออกไปหาเพื่อนข้างนอกหน่อยนะ คงกลับดึกๆ พวกมึงอย่าเล่นเกมเสียงดังล่ะ" แล้วแกก็เดินขึ้นห้องไปแต่งตัว ไม่ถึงสิบนาทีแกก็ลงมาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่ความหล่อความเท่ของแกไม่ได้ลดลงเลย พอลุงชัยออกจากบ้านไปแล้ว ในใจผมก็เริ่มคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาทันที
ผมกับไอ้ตี้เล่นเกมกันในห้องของมันจนเกือบเที่ยงคืน สุดท้ายมันก็ทนไม่ไหว ฟุบหลับคาจอยไป ผมรอจนแน่ใจว่ามันหลับสนิทจริงๆ ได้ยินเสียงกรนเบาๆ ของมันแล้ว ผมก็ค่อยๆ ย่องออกจากห้องนอน หัวใจเต้นตึกตักเหมือนจะทะลุออกมานอกอก ผมไม่ได้จะไปเข้าห้องน้ำหรือไปหาอะไรกินอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป้าหมายของผมคือตะกร้าผ้าหลังบ้านที่แม่ไอ้ตี้ใช้ใส่เสื้อผ้ารอซัก ผมรู้ว่าเสื้อผ้าที่ลุงชัยใส่มาทั้งวันต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ ผมค่อยๆ เดินย่องผ่านห้องนั่งเล่นที่มืดสนิท อาศัยแค่แสงไฟจากถนนที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่าง เปิดประตูหลังบ้านออกไปช้าๆ ไม่ให้เกิดเสียง ตะกร้าผ้าพลาสติกใบใหญ่วางอยู่มุมหนึ่ง ผมคุกเข่าลงข้างๆ มัน มือสั่นเทาไปหมด ผมเริ่มรื้อค้นเสื้อผ้าในตะกร้าอย่างเบามือที่สุด มีทั้งเสื้อผ้าของไอ้ตี้ ของแม่มัน แต่ผมไม่สนใจ ผมหาแต่ของชิ้นเดียว... ของที่เป็นของลุงชัย และแล้วผมก็เจอ... กางเกงในบ็อกเซอร์สีเทาเข้มตัวหนึ่ง! ผมจำได้ว่าเคยเห็นขอบมันโผล่ออกมาจากกางเกงยีนส์ของแกบ่อยๆ ผมหยิบมันขึ้นมา เนื้อผ้ายังอุ่นๆ และชื้นเหงื่ออยู่เลย วินาทีนั้น โลกทั้งใบของผมเหมือนหยุดหมุน