ชั้นสาม
นักเตะหนุ่มดาวรุ่งที่ถูกผู้จัดการทีมส่งตัวให้มาถ่ายแบบทดสอบในสตูดิโอชั้นสามของช่างภาพชื่อดังย่านพระโขนง ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเครื่องดื่มที่ยัดเยียดและคำสั่งทีละขั้นที่ค่อยๆ รุกเข้ามา ขณะที่ความเป็นมืออาชีพและความต้องการแอบแฝงเริ่มเบลอเส้นแบ่งระหว่างงานถ่ายภาพกับการถูกละเมิดร่างกาย
สตูดิโอของใหญ่ตั้งอยู่ชั้นสามของตึกเก่าย่านพระโขนง ป้ายหน้าประตูไม่ติดชื่อ มีแค่ตัวเลขสีดำเลอะฝุ่น ใครที่อยู่ในวงการถ่ายแบบรู้กันว่าถ้าได้ก้าวเข้าไปในห้องสีขาวห้องนั้น ก็เท่ากับได้ตั๋วขึ้นปกนิตยสาร ใหญ่เป็นช่างภาพที่ชื่อเสียงเกินหน้าตาไปไกล หนวดเคราครึ้ม พุงพลุ้ย เสื้อยืดสีดำตัวเดิมที่ใส่ซ้ำมาสามปี แต่ปลายนิ้วเขาแตะคัตเอาต์ทีไร ลูกค้ากระเป๋าหนักก็พร้อมจ่ายทุกที
นักเตะหนุ่มที่ใหญ่เล็งไว้ชื่อก้อง กองหน้าดาวรุ่งของสโมสรย่านฝั่งธน ผิวแทนเกรียมแดด ไหล่กว้างจนเสื้อยืดที่ใส่มาตึงเปรี๊ยะตรงอก แก้มตอบ ผมตัดสั้นเกรียนข้าง เอากระดาษโน้ตที่ผู้จัดการทีมยัดใส่มือมาให้ถึงสตูดิโอ ก้องยืนหน้าประตูอยู่เกือบห้านาทีก่อนจะเคาะ
“มาแล้วเหรอ” ใหญ่เปิดประตูทั้งที่กล้องยังคล้องคอ “เข้ามาดิ เดี๋ยววันนี้ถ่ายเซตทดสอบ ไม่ต้องเกร็ง”
ก้องก้าวเข้าไป สายตากวาดห้องกว้างที่พื้นเป็นปูนเปลือย ผนังขาว มีฉากผ้าม้วนสีเทา ไฟซอฟต์บ็อกซ์สามตัว บนโต๊ะยาวมีกล้อง แผ่นฟิลเตอร์ แล้วก็กระป๋องเบียร์เย็นเฉียบหกกระป๋องวางเรียงเป็นแถว
“ดื่มก่อนไหม” ใหญ่ดึงกระป๋องหนึ่งมาเปิด “ป๊อป เสียงแก๊สดังฟู่ เบียร์เย็นเจี๊ยบ ถ่ายเสร็จเดี๋ยวเลี้ยงอีก”
ก้องยิ้มแห้งๆ รับมาถือ “ผมไม่ค่อยดื่มก่อนซ้อมนะพี่”
“วันนี้ไม่ได้ซ้อม วันนี้ทำงาน” ใหญ่ยกกระป๋องชน “กินเถอะ หน้านายตอนเกร็งๆ มันไม่รอด”
เขาดื่มไปสามกระป๋องในยี่สิบนาที ขณะที่ผู้ช่วยของใหญ่ชื่อโอ๊ตยกไฟเข้ามาจัดฉาก โอ๊ตเป็นเด็กหนุ่มเอวบาง ตาคม ผิวขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือ ทำหน้าที่จัดไฟ เปลี่ยนแบ็กกราวน์ แล้วก็คอยถือรีเฟลกเตอร์ เวลาขยับตัว เสื้อโอ๊ตเลิกขึ้นจนเห็นเอวคอดกิ่ว ก้องเผลอมองแล้วก็หันหนี
“เอาล่ะ” ใหญ่ยกกล้องขึ้น “ยืนตรงนี้ ไหล่ผึ่ง คางเชิดนิดนึง”
ชัตเตอร์ดังเป็นจังหวะ ไฟแฟลชวาบเข้าตา ก้องยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง หน้าตึง ยิ้มไม่ออก
“ยิ้มหน่อยดิ”
“ผมยิ้มไม่เป็นพี่ หน้าผมมันดุ”
“งั้นถอดเสื้อ”
ก้องชะงัก “ห๊ะ”
“ถอดดิ เซตนี้เป็นแนวสปอร์ตแฟชั่น เห็นกล้ามหน่อย ลูกค้าอยากได้แบบนั้น” ใหญ่พูดเรียบ เหมือนสั่งให้เปลี่ยนเลนส์ “อีกอย่าง กินเบียร์ไปแล้วสามกระป๋อง ยังจะเขินอีกเหรอ”
เสื้อยืดถูกดึงข้ามหัว ก้องยืนเปลือยอกกลางแสงไฟ กล้ามอกแน่น หน้าท้องเป็นมัด ไล่ลงไปจนถึงขอบกางเกงวอร์มตัวหลวม เหงื่อผุดที่ซอกคอเพราะไฟร้อน
“ดีมาก” ใหญ่กดชัตเตอร์รัว “หันข้าง แอ่นอกนิด เอามือไพล่หลัง”
โอ๊ตเดินเข้ามาเอารีเฟลกเตอร์สีเงินส่องไฟเข้าซอกคอ ก้องรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของผู้ช่วยที่ยืนใกล้ผิดปกติ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ซอกหู
“นิ่งๆ นะครับ” โอ๊ตกระซิบ มือข้างหนึ่งแตะไหล่เปลือยของก้องเบาๆ แล้วเลื่อนลงกดกล้ามแขนให้ตึงขึ้น ปลายนิ้วเย็นเฉียบ แต่ก้องรู้สึกร้อนวาบตรงที่ถูกสัมผัส
“นี่” ใหญ่โยนกระป๋องเบียร์อีกกระป๋องมาให้ “ดื่มต่อ หน้านายตอนเมานิดๆ มันเซ็กซี่กว่า”
เบียร์กระป๋องนั้นถูกเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก้องไม่รู้ เขากินอึกใหญ่จนหมดกระป๋องภายในสามอึก รู้สึกร้อนวูบวาบในท้อง หน้าร้อนผ่าว มือไม้เย็นผิดปกติ แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ เลื่อนไหลไปหมด
“ถอดกางเกง”
“เดี๋ยวพี่ นี่มันเซตแฟชั่นไม่ใช่เหรอ”
“แฟชั่นผู้ชายสมัยนี้มันโชว์หุ่น โชว์สัดส่วน” ใหญ่ไม่แม้แต่จะวางกล้องลง “เหลือกางเกงในตัวเดียว นี่คือมาตรฐาน”
ก้องยืนนิ่งไปสามวินาที ร่างกายมันหนักอึ้ง แต่ความคิดกลับเบาหวิว เหมือนลอยอยู่ในน้ำอุ่น เขาปลดกางเกงวอร์มลงช้าๆ เหลือเพียงกางเกงในสีขาวตัวบางที่ฟิตเปรี๊ยะจนเห็นเป็นลำนูนดันผ้าออกมาเป็นรูปเป็นร่าง หัวบานดุนขอบยืดจนแทบล้น