
โดย ch· 21 มิ.ย. 2569TH
จุดจบท่านรอง
เสียงส้นรองเท้าหนังแบรนด์หรูของ ‘ภาคิน’ กระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันวาววับของโถงบริษัท ดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณที่เงียบสงัดในยามเช้าตรู่ เขาคือรองประธานหนุ่มไฟแรงที่ทุกคนใน ‘เจริญกรุ๊ป’ ต่างก็จับจ้อง รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่ขับเน้นสัดส่วนสมบูรณ์แบบราวกับนายแบบบนรันเวย์ กล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้าที่ได้มาจากการเข้ายิมอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพบุตรกรีกที่สลักเสลามาอย่างดี ไหนจะลำควยขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงสแล็คเนื้อดีที่สาวๆ ในออฟฟิศต่างก็แอบเม้าท์มอยกันอย่างออกรส ทุกอย่างที่ประกอบกันเป็นตัวเขาคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความทะเยอทะยาน และอำนาจที่น่าหวั่นเกรง ตำแหน่งของเขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการถีบตัวเองขึ้นมาจนได้แต่งงานกับ ‘มินตรา’ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของท่านประธานเจริญ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ ชีวิตของภาคินเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเสพสุขกับความหอมหวานของอำนาจและเงินตรา มีเมียสวย มีตำแหน่งใหญ่โต และที่สำคัญ เขามีอิสระที่จะแอบไปลิ้มลองของหวานนอกบ้านได้เสมอโดยที่เมียสาวสวยแต่ไร้เดียงสาของเขาไม่เคยระแคะระคาย แต่สวรรค์ของเขาก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อความลับเรื่องชู้สาวที่เขาซุกซ่อนไว้แดงโร่ออกมา ไม่ใช่แค่รูปถ่ายธรรมดา แต่เป็นคลิปวิดีโอความยาวหลายนาทีที่บันทึกภาพเขากำลังกระแทกกระทั้นเด็กฝึกงานสาวในคอนโดลับอย่างเมามัน และมันถูกส่งตรงถึงมือท่านประธานเจริญด้วยตัวเอง
วันนี้ภาคินถูกเรียกให้เข้าพบท่านประธานเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของตึก เขายังคงรักษามาดขรึมไว้ได้แม้ในใจจะร้อนรนเป็นไฟ เขาคิดว่าอย่างมากก็คงโดนด่า โดนลดตำแหน่ง หรือเลวร้ายที่สุดคือโดนไล่ออกแล้วหย่า แต่สิ่งที่รอเขาอยู่มันเลวร้ายกว่านั้นพันเท่า เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานโอ่อ่า สิ่งแรกที่เขาเห็นไม่ใช่ท่านประธานที่นั่งรออยู่หลังโต๊ะทำงานมะฮอกกานีตัวใหญ่ แต่เป็นชายฉกรรจ์ในชุดซาฟารีของฝ่ายรักษาความปลอดภัยสี่คนที่ยืนเรียงแถวอยู่ ดวงตาของพวกมันมองมาที่เขาราวกับเหยื่อ ท่านประธานเจริญนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังบุอย่างดี จิบวิสกี้สีอำพันในแก้วเจียระไนอย่างใจเย็น “มาแล้วเหรอ...ไอ้ลูกเขยคนโปรด” น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นจนภาคินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ “ผะ...ผมขอโทษครับท่านประธาน ผมผิดไปแล้ว” ภาคินรีบก้มหัวสารภาพ แต่ท่านประธานกลับหัวเราะในลำคอ “ผิดเหรอ? แกไม่ได้ทำผิดต่อฉัน แต่แกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของลูกสาวฉัน ของตระกูลฉัน! คิดว่าแค่คำขอโทษมันจะพอเหรอวะ?” สิ้นเสียงตะคอก รปภ.ร่างยักษ์สองคนก็พุ่งเข้ามาล็อคแขนภาคินไพล่หลังทันที “เฮ้ย! จะทำอะไร! ปล่อยกู!” ภาคินดิ้นรนสุดแรง แต่เรี่ยวแรงของชายฉกรรจ์ที่ทำงานใช้แรงงานมาทั้งชีวิตย่อมเหนือกว่าผู้บริหารที่เอาแต่เข้าฟิตเนสอยู่แล้ว พวกมันลากเขาทรุดลงไปคุกเข่าต่อหน้าท่านประธาน “กูจะไม่ไล่มึงออกหรอกภาคิน มันง่ายไป กูจะให้บทเรียนที่มึงจะไม่มีวันลืมไปจนวันตาย มึงภูมิใจในความเป็นชายของมึงนักใช่ไหม? ภูมิใจในไอ้ควยใหญ่ๆ ของมึงที่เอาไปเสียบใครต่อใครไม่เลือกหน้านักใช่ไหม? วันนี้แหละ กูจะทำให้มึงรู้ว่าไอ้สิ่งที่มึงภูมิใจนักหนามันก็แค่ท่อนเนื้อไร้ค่า” ท่านประธานพูดจบก็พยักหน้าให้ลูกน้อง คู่หูรปภ.อีกสองคนก็เดินเข้ามาจัดการถอดเสื้อผ้าของภาคินออกทีละชิ้นอย่างไม่ปราณีปราศรัย สูทสั่งตัดถูกกระชากจนขาดวิ่น เสื้อเชิ้ตขาวถูกกระตุกจนกระดุมหลุดกระจาย เนคไทแบรนด์เนมถูกใช้มัดมือของเขาไพล่หลังแน่นหนา กางเกงสแล็คและบ็อกเซอร์ถูกรูดลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าสมบูรณ์แบบที่น่ามอง แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู ท่อนเอ็นขนาดมหึมาที่เคยเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจ บัดนี้อ่อนพับห้อยต่องแต่งอยู่ระหว่างขาอย่างน่าสมเพช แก้มก้นขาวเนียนแน่นตึงกำลังสั่นระริกด้วยความกลัวและความอับอาย
“พาตัวมันไปที่โถงกลาง” ท่านประธานออกคำสั่งเสียงกร้าว รปภ.ทั้งสี่หิ้วปีกร่างเปลือยของภาคินออกจากห้องทำงาน ลากเขาผ่านทางเดินที่ปูด้วยพรมชั้นดี ไปยังลิฟต์ผู้บริหารที่เขาเคยใช้มันด้วยความผยองทุกวัน พนักงานที่เดินสวนไปมาต่างเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ บางคนรีบก้มหน้างุดหลบสายตา แต่หลายคนกลับหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายภาพรองประธานหนุ่มในสภาพล่อนจ้อนน่าอับอายเอาไว้ ความรู้สึกเหมือนถูกลอกคราบกลางฝูงชนมันเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกเฆี่ยนตีเสียอีก ร่างของเขาถูกลากมาจนถึงโถงกลางบริษัทที่โอ่อ่าที่สุด ที่ซึ่งพนักงานทุกคนต้องเดินผ่าน ที่ซึ่งมีจอ LED ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ และที่กลางโถงนั้น มีเสาโรมันจำลองต้นใหญ่ตั้งอยู่ พวกมันจับภาคินยืนหันหน้าเข้าหาเสา ตรึงแขนทั้งสองข้างของเขาไว้กับเสาด้วยกุญแจมือ ส่วนขาทั้งสองก็ถูกจับแยกออกจากกันแล้วล่ามไว้กับฐานเสา ทำให้เขายืนอยู่ในท่าอ้าซ่า เผยให้เห็นทั้งด้านหน้าและด้านหลังอย่างหมดจด ง่ามขาขาวกับพวงสวรรค์ที่ห้อยโตงเตง และร่องตูดที่ปิดไม่สนิทถูกจัดแสดงให้ทุกคนที่เดินผ่านไปมาได้เห็นอย่างเต็มตา ท่านประธานเจริญเดินตามลงมาพร้อมกับไมโครโฟนในมือ เสียงประกาศของเขาดังก้องไปทั่วทั้งบริษัทผ่านระบบเสียงตามสาย “พนักงานเจริญกรุ๊ปทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมารวมตัวกันที่โถงกลางบัดนี้ เรามีการแสดงชุดพิเศษให้ทุกท่านได้รับชม!” ไม่นานนัก พนักงานนับร้อยนับพันก็ทยอยกันลงมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นสภาพของภาคิน เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ใบหน้าหล่อเหลาของภาคินซีดเผือด เขาอยากจะมุดดินหนี อยากจะตายไปให้พ้นๆ จากสายตานับร้อยคู่ที่มองมาอย่างสมเพชเวทนา เหยียดหยาม และบางคู่...แฝงไปด้วยความใคร่รู้อย่างปิดไม่มิตร “ไอ้คนสารเลวที่พวกคุณเห็นอยู่นี่ คืออดีตรองประธานของพวกเรา!” ท่านประธานประกาศก้อง “มันเนรคุณ! มันสวมเขาให้ลูกสาวผม! วันนี้มันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำ! และผมมั่นใจว่าพวกคุณหลายๆ คนคงจะมีความแค้นส่วนตัวกับไอ้หน้าหล่อคนนี้ไม่มากก็น้อย วันนี้ ผมอนุญาตให้พวกคุณทุกคนได้มีส่วนร่วมในการลงโทษมันตามอำเภอใจ อย่างสาสม!” เสียงประกาศนั้นปลุกเร้าฝูงชนให้ครึกครื้นขึ้นมาทันที เสียงหัวเราะเยาะ เสียงโห่ร้องอย่างสะใจดังระงม ภาคินพยายามดิ้นรนสุดแรง แต่โซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้กับเสาแน่นหนาจนแทบไม่ขยับเขยื้อน เหงื่อเย็นๆ ผุดพราวทั่วร่างเปลือยเปล่า กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งกระตุกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ท่านประธานเดินเข้ามาใกล้ พลางล้วงเอาปลอกนิ้วเหล็กสีดำเงาวาวสี่ปลอกออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก เขาสวมมันเข้ากับนิ้วมือทั้งสี่ยกเว้นนิ้วโป้งของตัวเองอย่างชำนาญ ปลอกนิ้วพวกนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการต่อยตี แต่มันมีลวดลายนูนต่ำเป็นปุ่มเล็กๆ และสันคมกริบอยู่ด้านบน ออกแบบมาเพื่อการทรมานโดยเฉพาะ “มึงเห็นไอ้นี่ไหมภาคิน? มันถูกออกแบบมาเพื่อคนอย่างมึงโดยเฉพาะ” ท่านประธานพูดพลางยกมือซ้ายขึ้นมาไล้ปลายนิ้วที่สวมปลอกเหล็ก ลากเบาๆ จากต้นคอของภาคินลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะทำให้เขาสะท้านเฮือก “พวกคุณ! ใครอยากสัมผัสร่างกายของอดีตรองประธานหนุ่มหล่อคนนี้เป็นคนแรกบ้าง? เชิญเลย!” ทันใดนั้น เสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมาจากฝูงชน “หนูค่ะ! หนูขอเป็นคนแรก!” หล่อนคือ ‘รัตติยา’ เลขานุการส่วนตัวของภาคินนั่นเอง สาวใหญ่วัยสามสิบห้าที่ถูกภาคินใช้แรงงานอย่างหนัก ใช้งานเยี่ยงทาส แถมยังเคยถูกลวนลามด้วยสายตาและคำพูดดูถูกเหยียดหยามหลายต่อหลายครั้ง หล่อนเดินฝ่าออกมาจากฝูงชนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสะใจและความแค้นที่เก็บกดมานาน ในมือของหล่อนถือแก้วกาแฟร้อนที่เพิ่งซื้อมาจากโรงอาหารมาด้วย “แกจำได้ไหมภาคิน? ทุกครั้งที่แกใช้ให้ฉันชงกาแฟ แล้วแกก็บอกว่ามันห่วยแตก ไม่สมกับเป็นกาแฟที่คนชั้นสูงอย่างแกจะดื่ม งั้นวันนี้...ลองชิมนี่ดูซะ!” ว่าแล้วหล่อนก็สาดกาแฟดำร้อนฉ่าลงบนแผ่นหลังขาวเนียนของภาคินเต็มแรง “อ๊ากกกกก! แสบ! แสบชิบหาย!” ภาคินกรีดร้องลั่น ร่างกายกระตุกเกร็งเพราะความร้อนลวกบนผิวหนัง น้ำตาของเขาไหลพรากออกมาอย่างไม่อาจควบคุม เสียงหัวเราะชอบใจของฝูงชนดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ความเจ็บปวดทางกายมันสาหัส แต่ความอัปยศอดสูที่ถูกอดีตลูกน้องของตัวเองกระทำต่างหากที่มันเชือดเฉือนจิตใจของเขาจนเลือดซิบๆ
“ตาฉัน! ฉันถูกไอ้หมอนี่กลั่นแกล้งมาตลอด!” ชายวัยสี่สิบเศษที่ใส่แว่นตาหนาเตอะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีที่ถูกภาคินดุด่ากราดกลางที่ประชุมเพราะตัวเลขผิดพลาดเพียงเล็กน้อย จนเขาเกือบถูกไล่ออก เดินออกมาพร้อมกับไม้เรียวอันเล็กที่ดูเหมือนจะเตรียมมาเป็นอย่างดี “แกจำได้ไหมที่แกเรียกฉันว่าไอ้เต่าตาบอด? วันที่แกใช้เอกสารฟาดหน้าฉันต่อหน้าคนทั้งแผนก?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะง้างไม้เรียวแล้วฟาดลงไปเต็มแรงที่ก้นงอนๆ ของภาคิน เสียง ‘เพี๊ยะ!’ ดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยรอยแดงเป็นปื้นบนแก้มก้นขาว “โอ๊ย! พอแล้ว! ขอร้องล่ะ!” ภาคินร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่เคยมีใครกล้าทำอะไรแบบนี้กับเขามาก่อน แต่คำร้องขอของเขากลับเป็นแค่เสียงเพลงที่ไพเราะสำหรับฝูงชนที่กำลังคลั่งแค้น ไม้เรียวยังคงฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องอีกหลายสิบครั้งบนบั้นท้ายที่เคยนั่งอยู่บนเบาะหนังราคาแพง บัดนี้มันแดงเถือกเป็นรอยปื้นไปหมด รอยไม้บางรอยถึงกับแตกปริ่มเผยให้เห็นชั้นเนื้อในสีชมพูระเรื่อ ตามมาด้วยพนักงานคนแล้วคนเล่าที่ผลัดเปลี่ยนกันออกมาแก้แค้นภาคินในแบบของตัวเอง บางคนใช้หนังสติ๊กยิงเมล็ดถั่วเขียวใส่ไข่ทั้งสองข้างของเขาจนบวมเป่ง บางคนใช้ไม้หนีบผ้ามาหนีบตามติ่งหัวนมเล็กๆ จนมันคล้ำเป็นสีม่วง บางคนใช้ปากกามาร์คเกอร์สีแดงเขียนคำหยาบคายต่างๆ นานาไว้ทั่วร่างของเขา เช่น ‘ไอ้ชาติหมา’ ‘ไอ้คนลามก’ ‘ไอ้ควยทรราช’ ตามแผ่นหลังและต้นขา ตัวของภาคินในตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแผล รอยแดง รอยเขียวช้ำ และคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจมันถูกอัดอั้นจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวน เขาไม่เหลือคราบความเป็นรองประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่น้อย หลงเหลือไว้แต่เพียงเศษซากมนุษย์ผู้พ่ายแพ้ที่ถูกจับมาประจาน
เมื่อเห็นว่าเหล่าพนักงานเริ่มจะหมดมุกในการลงโทษแบบสมัครเล่น ท่านประธานเจริญก็ตัดสินใจยกระดับความอัปยศอดสูให้สูงขึ้นไปอีกขั้น เขากระซิบสั่งอะไรบางอย่างกับหัวหน้ารปภ. ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวทีเล็กที่ถูกจัดไว้กลางโถง “เอาล่ะ พวกคุณทุกคน ทีนี้ถึงเวลาของการลงโทษที่แท้จริงแล้ว! แก้ผ้าอย่างเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่มันทำ! ผมจะทำให้มันเข้าใจว่า ไอ้สิ่งที่มันภูมิใจนักหนา มันก็แค่ของเล่นที่ใครๆ ก็จัดการได้!” ท่านประธานพูดพลางชี้ไปที่จอ LED ขนาดยักษ์ ทันใดนั้น จอก็สว่างวาบขึ้นและเริ่มฉายคลิปวิดีโอที่ภาคินกำลังเย็ดกับเด็กฝึกงานสาวในคอนโดลับ เสียงครางหงส์ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังกระหึ่มไปทั่วโถง ทุกสายตาจับจ้องไปที่จอด้วยความตะลึง ภาคินเองก็เบิกตาโพลงด้วยความสยดสยองเมื่อเห็นภาพของตัวเองถูกถ่ายทอดสดต่อหน้าพนักงานนับพัน “ไม่! หยุด! ได้โปรดหยุดมัน!” เขาร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ความอับอายขั้นสุดยอดมันได้เผาผลาญจิตวิญญาณของเขาจนมอดไหม้เป็นจุณ
พร้อมกันนั้น หัวหน้ารปภ.ก็เดินถือกล่องดำใบเล็กออกมา เมื่อเปิดฝาออก ก็เผยให้เห็นดิลโด้สีดำสนิทขนาดใหญ่ยักษ์เทียบเท่าท่อนแขนมนุษย์ ยาวประมาณ 12 นิ้ว และมีเส้นผ่านศูนย์กลางพอๆ กับกระป๋องน้ำอัดลม มันทำจากซิลิโคนเนื้อนิ่มแต่คงรูปได้ดี ผิวสัมผัสขรุขระไปด้วยปุ่มเม็ดเล็กๆ และเส้นเลือดนูนขดจำลอง เหนือสิ่งอื่นใดคือมันเชื่อมต่อกับรีโมทคอนโทรลที่มีปุ่มมากมาย ซึ่งสามารถควบคุมระบบสั่นสะเทือนแรงสูงหลายระดับและระบบปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ได้ด้วย “นี่คืออาวุธพิเศษที่จะใช้ลงโทษไอ้คนทรยศคนนี้” ท่านประธานประกาศพลางรับรีโมทนั้นมาถือไว้ “พวกเราจะมาดูกันว่า รูตูดของอดีตรองประธานของเรา จะรับไอ้แท่งมหึมานี่ได้ไหม!” เสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง ภาคินซึ่งหันหลังให้กับฝูงชน รู้สึกได้ถึงสายตานับพันที่จ้องมองไปยังร่องตูดของเขา มันทำให้ขาหนีบของเขาเย็นเฉียบไปหมด รปภ.อีกสองคนเดินเข้ามาจับบั้นท้ายที่แดงระเรื่อของเขาแยกออกจากกันอย่างแรง เผยให้เห็นรูตูดสีชมพูอมน้ำตาลที่เม้มสนิทแน่นหนาด้วยความกลัวจนแทบจะไม่เห็นเป็นรู “อย่า! อย่านะ! ได้โปรด! กูสำนึกแล้ว! กูผิดไปแล้ว! อย่าเอาของใหญ่ๆ แบบนั้นยัดเข้าไปในตัวกูเลย!” ภาคินดิ้นพล่าน แต่หัวหน้ารปภ.กลับยิ้มเยาะ เขาบีบหลอดเจลหล่อลื่นชนิดพิเศษที่ให้ความเย็นซ่าและร้อนผ่าวในหลอดเดียวกัน บีบลงบนส่วนหัวของดิลโด้ยักษ์อย่างไม่ยั้งมือ จากนั้นก็เอานิ้วที่ชุ่มไปด้วยเจลลูบไล้ไปตามแนวร่องตูดของภาคินอย่างช้าๆ สัมผัสเย็นวาบทำให้เขาสะดุ้งเฮือก “อ๊ะ! ยะ...อย่าแตะ!” ภาคินร้องเสียงหลง แต่ปลายนิ้วเย็นๆ ก็เริ่มกดคลึงเบาๆ อยู่ที่ขอบรูตูดที่เม้มแน่น “ไม่เคยมีอะไรเข้ามาทางนี้สินะ ไอ้คุณชาย” หัวหน้ารปภ.กระซิบเยาะเย้ย ก่อนจะค่อยๆ สอดปลายนิ้วเข้าไปในรูตูดของภาคินทีละน้อย “โอ๊ย! เจ็บ! จะบ้าเหรอ! เอานิ้วออกไปนะ!” ความรู้สึกแปลกแยกและเจ็บตึงแล่นพล่านขึ้นมาจากรูทวารที่ไม่เคยถูกบุกรุกมาก่อน แต่นิ้วของรปภ.ก็ยังคงหมุนควงและดันลึกเข้าไปเรื่อยๆ พร้อมกับเพิ่มจำนวนนิ้วจากหนึ่งเป็นสอง และสองเป็นสามอย่างไม่ปรานี “อ๊ากกก! ไม่ไหวแล้ว! มันจะฉีกแล้ว! หยุด!” น้ำเสียงของภาคินสั่นเครือ น้ำตาไหลพราก แต่การร้องขอของเขากลับกลายเป็นแค่เสียงเชียร์ให้พวกมันทำรุนแรงขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่ารูตูดเริ่มขยายออกบ้างเล็กน้อย หัวหน้ารปภ.ก็ตัดสินใจว่าได้เวลาแล้ว เขาจ่อหัวดิลโด้ยักษ์ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเจลเย็นซ่าเข้ากับปากรูตูดที่แดงระเรื่อของภาคิน “ขอให้สนุกกับการลงโทษล่ะ คุณรองประธาน” เสียงกระซิบเย็นๆ ดังขึ้นข้างหู ก่อนที่หัวหน้ารปภ.จะออกแรงดันดิลโด้ทั้งแท่งเข้าไปในรูตูดของภาคินอย่างแรงและรวดเร็วในคราวเดียว “อ๊ากกกกกกกกก!!!” เสียงกรีดร้องที่แทบจะไม่เหมือนเสียงมนุษย์ดังทะลุเพดานโถง ตามด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจของพนักงานนับพัน เสียงนั้นมันทั้งเจ็บปวด ทั้งอัปยศอดสู และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ดิลโด้ขนาดมหึมากำลังขยายรูตูดอันแน่นหนาของเขาให้กว้างออกอย่างทารุณ เนื้อเยื่อภายในถูกบังคับให้ยืดขยายจนรู้สึกเหมือนจะปริแตก ความเย็นซ่าจากเจลและความร้อนผ่าวจากการเสียดสีมันผสมผสานกันจนเกิดเป็นความรู้สึกที่ทรมานเกินบรรยาย ท่านประธานมองดูสภาพของลูกเขยด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะยกมือขึ้นห้ามปรามไม่ให้รปภ.ขยับดิลโด้ต่อ “เดี๋ยวก่อน ยังไม่ต้องขยับ” เขาพูดเสียงดัง “ปล่อยให้มันคารูตูดไอ้นั่นไว้แบบนั้นก่อน เราจะมาเล่นเกมตอบคำถามกัน”“กติกาง่ายๆ ภาคิน” ท่านประธานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตจนภาคินขนลุกซู่ “กูจะถาม มึงก็แค่ตอบ ถ้ามึงตอบถูกใจกู...ก็แล้วไป แต่ถ้ามึงตอบผิด หรือไม่ตอบ...” ท่านประธานเว้นจังหวะ พลางยกนิ้วโป้งขึ้นลูบไล้ปุ่มต่างๆ บนรีโมทคอนโทรลในมือช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเผือดของภาคินที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาและเหงื่อ “...มึงก็จะได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ของกูให้มากขึ้นอีกนิด”
ภาคินส่ายหน้าไปมาอย่างสิ้นหวัง ความเจ็บปวดที่รูตูดมันแล่นปราดไปทั่วร่างจนเขาแทบจะหมดสติ มันไม่ใช่แค่ความเจ็บทางกาย แต่เป็นความรู้สึกถูกล่วงละเมิด ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี เขารู้สึกเหมือนมีท่อนเหล็กร้อนๆ เสียบคาอยู่ข้างใน ความคับแน่นและแรงกดดันมหาศาลทำให้เขาทั้งเจ็บทั้งจุกจนหายใจไม่ออก
“คำถามข้อแรก...” ท่านประธานเริ่มเกม “นับตั้งแต่ที่มึงแต่งงานกับลูกสาวกู มึงแอบไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นมากี่คนแล้ว? ตอบมาตามความจริง อย่าคิดโกหก เพราะกูมีบัญชีรายชื่อของมึงอยู่ในมือหมดแล้ว”
คำถามนั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจภาคิน เขาจะตอบได้อย่างไร? ถ้าตอบตามความจริง ตัวเลขนั้นมันมากมายจนน่าตกใจ ซึ่งจะยิ่งโหมกระพือความโกรธของท่านประธานให้ลุกโชน แต่ถ้าโกหก เขาก็จะถูกลงโทษอยู่ดี ริมฝีปากของภาคินสั่นระริก เขาอ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ที่น่าสมเพชเท่านั้น
“หืม? ไม่ตอบเหรอ? ถือว่าสละสิทธิ์นะ” ท่านประธานแสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น ก่อนจะกดปุ่มบนรีโมทคอนโทรลอย่างไม่ลังเล
วินาทีต่อมา ดิลโด้ยักษ์ที่เสียบคาอยู่ในรูตูดของภาคินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
“อ๊ากกกกกกก! อ๊าาาา! มะ...มันสั่น! หยุด! ได้โปรดหยุดมัน!” ภาคินกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนจากแท่งซิลิโคนขนาดมหึมามันปั่นป่วนอยู่ภายในช่องท้องของเขา มันบดขยี้จุดอ่อนไหวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผสมปนเปกันระหว่างความเจ็บปวดทรมานกับความเสียวซ่านอย่างน่ารังเกียจ สะโพกของเขากระตุกแอ่นไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ ขาที่ถูกล่ามไว้สั่นพั่บๆ น้ำลายฟูมปาก ดวงตาเหลือกขึ้นจนเห็นแต่ตาขาว เสียงหัวเราะและเสียงโห่ร้องของฝูงชนดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เห็นภาพรองประธานผู้สง่างามกำลังดิ้นเร่าๆ เหมือนปลาถูกทุบหัว
ท่านประธานปล่อยให้มันสั่นอยู่เกือบนาทีเต็ม ก่อนจะกดหยุด ภาคินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายอ่อนยวบแทบจะหมดแรง เขาไม่เคยรู้สึกอัปยศและไร้ค่าเท่านี้มาก่อนในชีวิต
“เป็นไง? ตื่นรึยัง?” ท่านประธานถามเยาะๆ “เอาล่ะ...ข้อที่สอง ในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดที่มึงเคยนอนด้วย...ลูกสาวกูเป็นคนที่เด็ดที่สุดรึเปล่า? หรือเป็นได้แค่ของตายที่น่าเบื่อบนเตียงสำหรับมึง?”
คำถามนี้โหดร้ายยิ่งกว่าคำถามแรก มันคือทางเลือกที่นำไปสู่ความตายทั้งสองทาง ถ้าเขาบอกว่ามินตราดีที่สุด มันก็คือคำโกหกที่ท่านประธานไม่มีวันเชื่อ แต่ถ้าเขากล้าพูดความจริงแม้เพียงเสี้ยวเดียวว่ามินตราไม่ใช่คนที่เร่าร้อนที่สุด...เขาคงไม่ได้ตายดีแน่
“มะ...มินตรา... มินตราดีที่สุดครับท่านประธาน” ภาคินเค้นเสียงตอบออกมาอย่างยากลำบาก น้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่า “ผม...ผมรักมินตราคนเดียวครับ”
“ตอแหล!” ท่านประธานคำรามลั่น ความอดทนของเขาสิ้นสุดลงแล้ว “ไอ้สันดานอย่างมึงมันไม่มีวันสำนึก!”
สิ้นเสียงคำราม เขาก็กดปุ่มสีแดงฉานบนรีโมท!
คราวนี้ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือน แต่เป็นกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นปราดจากดิลโด้เข้าสู่ภายในร่างกายของภาคินโดยตรง!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
ภาคินกรีดร้องสุดเสียงจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน ร่างทั้งร่างของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงราวกับถูกฟ้าผ่า ดวงตาเบิกโพลงค้าง ร่างกายแอ่นกระตุกเป็นจังหวะตามแรงช็อตของกระแสไฟฟ้า ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นไปทั่วทุกอณูของร่างกาย มันเจ็บจนเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทนรับไหว เสียงกรีดร้องของเขาแหลมสูงจนฟังไม่เป็นศัพท์ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง สติของภาคินขาดผึง ร่างกายที่เปลือยเปล่าและเต็มไปด้วยรอยแผลห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาอย่างน่าเวทนา มีเพียงดิลโด้สีดำสนิทอันมหึมาที่ยังคงเสียบคาบั้นท้ายของเขาเอาไว้ เป็นเครื่องหมายแห่งความพ่ายแพ้และความอัปยศที่จะตีตราเขาไปตลอดกาล