
สัมผัสลับบ่ายวันเสาร์
ในบ่ายวันเสาร์ที่ร้อนระอุขณะที่สองเพื่อนสนิทอย่างผมกับ "เต้" กำลังนอนเล่นแก้เบื่อ ความตึงเครียดทางร่างกายที่อธิบายไม่ได้กลับก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางบรรยากาศชวนใจเต้นและสับสนในความรู้สึก บทเรียนลับๆ ที่จะเปลี่ยนคำว่าเพื่อนสนิทไปตลอดกาลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
บ่ายวันเสาร์ที่ร้อนเหมือนนรกแตก ผมกับไอ้เต้เพื่อนสนิทนอนแผ่หราอยู่บนเตียงในห้องผม แอร์ก็เอาไม่อยู่ พัดลมก็เป่าแต่ลมร้อนๆ เราสองคนเพิ่งอัดเกมวินนิ่งกันไปสามสี่ตาจนเบื่อ ขนมที่ซื้อมาก็หมดเกลี้ยง ไม่มีเหี้ยอะไรทำนอกจากนอนมองหน้ากันไปมา ไอ้เต้มันเป็นคนตัวสูงกว่าผมหน่อย ผิวคล้ำแดดเพราะชอบเตะบอล หุ่นกำลังดีสมส่วน ผมยาวปรกหน้าผากนิดๆ ตามสไตล์วัยรุ่น ผมยอมรับเลยว่ามันเป็นคนหน้าตาดีคนนึงในกลุ่มเลยล่ะ ส่วนผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ ตัวเล็กกว่ามันนิดหน่อย ผิวขาวกว่าเพราะไม่ค่อยชอบออกแดด เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ ม.ต้น สนิทกันจนแทบจะแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันได้อยู่แล้ว แต่วันนี้... บรรยากาศมันแปลกๆ ไป
“มึงเป็นเหี้ยไรวะไอ้สัส นั่งบิดไปบิดมาอยู่ได้” ไอ้เต้ทักขึ้นมาทำลายความเงียบ มันนอนคว่ำเล่นมือถืออยู่ข้างๆ ผม ส่วนผมนอนหงายมองเพดาน รู้สึกกระสับกระส่ายไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะอากาศร้อนอย่างเดียว แต่มันมีความรู้สึกโหวงๆ วาบๆ ในท้องน้อย เหมือนมีอะไรมาปั่นป่วนอยู่ข้างใน โดยเฉพาะตรงเป้ากางเกงขาสั้นที่ผมใส่อยู่ มันเริ่มรู้สึกอึดอัด คับแน่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ไอ้จ้อนของผมมันตื่นขึ้นมาเองดื้อๆ แค่เพราะนอนอยู่ข้างๆ เพื่อนสนิทเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว
“เปล่า... แค่ร้อนๆ ว่ะ” ผมตอบเสียงอ่อย พยายามขยับตัวนอนตะแคงหนี หันหลังให้มันเพื่อซ่อนหลักฐานที่มันกำลังตั้งโด่ชี้หน้ามันอยู่ แต่ดูเหมือนจะไม่รอดสายตามันไปได้ “ร้อนบ้านมึงดิ ของขึ้นล่ะสิไม่ว่า” มันพูดพลางหัวเราะหึๆ ในลำคอ ผมใจหายวาบ รู้สึกหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาทันที “กูเห็นหรอกน่า ตุงซะขนาดนั้น บอกมาตรงๆ ไม่ต้องอายเพื่อน” ผมเงียบ ไม่รู้จะตอบยังไงดี มันเป็นความจริงที่เถียงไม่ออก ไอ้เต้คงเห็นผมเงียบไป เลยขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ ลมหายใจอุ่นๆ ของมันรดอยู่แถวต้นคอผม “มึงเคยชักว่าวป่ะ?” คำถามตรงๆ ของมันทำเอาผมสะดุ้ง พูดติดๆ ขัดๆ “มะ...ไม่เคย” ผมโกหก... คือเคยลองทำเองแบบมั่วๆ แต่มันไม่เคยเสร็จ ไม่เคยรู้สึกดีเลยสักครั้ง มันเลยเหมือนไม่เคยทำนั่นแหละ “จริงดิ? โห่ อย่างมึงเนี่ยนะ ไม่เคย” มันทำเสียงประหลาดใจ “โคตรเสียชาติเกิดเลยว่ะเพื่อน มา...เดี๋ยวกูสอนให้ ถือว่าเป็นวิชาสุขศึกษาภาคปฏิบัติ”
สิ้นเสียงมัน ผมยังไม่ทันได้ปฏิเสธหรือเห็นด้วย ไอ้เต้ก็พลิกตัวผมให้นอนหงายอีกครั้ง แล้วมันก็ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักผม จ้องหน้าผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ปนขี้เล่น ใจผมเต้นรัวเหมือนกลองชุด เหงื่อแตกพลั่กๆ มากกว่าเดิมอีก “เฮ้ย...จะทำไรวะ” ผมถามเสียงสั่น “สอนไง ถามมากว่ะ ถอดกางเกงดิ” มันสั่งหน้าตาเฉย ผมอึ้งไปชั่วขณะ แต่สายตาของมันที่มองมามันเหมือนมีอำนาจบางอย่างสะกดให้ผมต้องทำตามอย่างว่าง่าย ผมค่อยๆ ปลดตะขอกางเกงขาสั้นลงอย่างช้าๆ แล้วรูดมันลงไปกองอยู่ตรงข้อเท้า ไอ้เต้มองตามทุกการกระทำของผม ตอนนี้ผมเหลือแค่กางเกงในบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่ปกปิดไอ้จ้อนที่ยังแข็งโด่อยู่ มันนูนออกมาเป็นลำจนเห็นได้ชัด ไอ้เต้ยิ้มมุมปาก “ถอดให้หมดดิวะ จะสอนทั้งทีเอาให้เห็นภาพ” ผมลังเลอยู่แวบหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมดึงบ็อกเซอร์ลงตามไปกองกับกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นท่อนเอ็นสีชมพูระเรื่อที่แข็งตัวเต็มที่ ชี้ตรงไปยังหน้าท้องของไอ้เต้ที่นั่งคร่อมผมอยู่ หัวเห็ดบานแดงก่ำมีน้ำใสๆ ปริ่มออกมานิดหน่อยด้วยความเงี่ยนที่อัดอั้นมานาน ไอ้เต้มองมันตาไม่กระพริบ กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก “โห...ของมึงก็ไม่เบานี่หว่า” มันพึมพำ ก่อนจะยื่นมือมาจับที่โคนควยของผมเบาๆ ผมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความรู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตแล่นไปทั่วร่าง มันเป็นสัมผัสแรกจากคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง “ใจเย็นๆ... ไม่ต้องเกร็ง” เสียงมันนุ่มลง “เดี๋ยวกูจะสอนวิธีที่ทำให้มึงเสียวจนลืมโลกไปเลย”
ไอ้เต้เริ่มจากการสาธิตให้ดู มันค่อยๆ รูดหนังหุ้มปลายของผมลงจนสุด เผยให้เห็นหัวบานแดงฉ่ำเต็มตา แล้วมันก็ใช้นิ้วโป้งค่อยๆ คลึงวนเบาๆ ตรงส่วนหัวที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด “ตรงนี้... คือจุดที่เสียวที่สุด” มันกระซิบข้างหูผม “ต้องค่อยๆ เล่นกับมันก่อน อย่ารีบร้อน” ผมนอนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กัดปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางไม่ให้หลุดออกมา ความรู้สึกเสียวซ่านมันแล่นจี๊ดจากปลายจู๋ขึ้นมาถึงท้องน้อย ปั่นป่วนจนแทบคลั่ง จากนั้นมันก็บีบโลชั่นนีเวียในขวดที่วางอยู่หัวเตียงลงบนฝ่ามือของมันจนชุ่ม แล้วชโลมลงบนลำควยของผมจนทั่ว ความเย็นของโลชั่นตัดกับความร้อนจากร่างกายผมทำเอาผมสะท้านไปอีกรอบ “ใช้โลชั่น...มันจะลื่น ไม่เจ็บ แล้วก็ฟินกว่าเยอะ” มันอธิบายพลางใช้มือที่ชุ่มโลชั่นกำรอบลำควยของผมอย่างนุ่มนวล ไม่แน่นและไม่หลวมเกินไป แล้วเริ่มรูดขึ้นลงช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ “หายใจเข้าลึกๆ... ผ่อนคลาย... แล้วรับรู้ความรู้สึกที่กูกำลังทำให้มึง” ผมทำตามที่มันบอก หลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายตอบสนองต่อสัมผัสของมัน เสียงเนื้อกระทบกันดังจั๊บๆๆ ผสมกับเสียงหอบหายใจของผมและมันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ความเร็วในการรูดของไอ้เต้เริ่มเร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ของผมที่พุ่งสูงขึ้น ผมแอ่นสะโพกรับสัมผัสจากมือมันอย่างลืมตัว “อ่าาา... ตะ...เต้... เสียว... เสียวฉิบหาย” ผมครางออกมาอย่างสุดจะกลั้น “เออ... แบบนั้นแหละ... ครางออกมาดังๆ เลยเพื่อน... กูชอบฟัง” มันพูดเสียงแหบพร่า มือก็ยังคงเร่งจังหวะไม่หยุด ผมรู้สึกเหมือนตัวจะลอยขึ้นจากเตียง สมองขาวโพลนไปหมด รับรู้อย่างเดียวคือความเสียวที่อัดแน่นอยู่ตรงปลายควย มันกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว “กู...กูจะแตกแล้ว... ไม่ไหวแล้ว” ผมร้องบอกมัน ไอ้เต้ยิ้มอย่างพอใจ “แตกออกมาเลยเพื่อน... ปล่อยมันออกมาให้หมด” สิ้นเสียงมัน ผมก็เกร็งตัวกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยน้ำว่าวสีขาวขุ่นจำนวนมากพุ่งกระฉอกออกมาเต็มฝ่ามือของไอ้เต้และหน้าท้องของมันจนเปรอะไปหมด ร่างกายผมอ่อนระทวยเหมือนไม่มีกระดูก ลมหายใจหอบถี่จนหน้ามืด ไอ้จ้อนของผมยังกระตุกตุบๆ อยู่ในมือมันที่ยังกำไว้อยู่ ผมนอนแผ่หมดแรงอยู่บนเตียง รับรู้ได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะของน้ำกามที่เลอะอยู่บนตัวมันและมือมัน