
เพื่อน(ชาย)แท้ แพสวาท
ทริปล่องแพเมืองกาญฯ ครั้งนี้แม่งเป็นอะไรที่กูรอคอยมานาน ไม่ใช่เพราะอยากมาดูเขื่อนหรือนอนแช่น้ำโง่ๆ หรอกนะ แต่เพราะกูได้มากับ ‘ไอ้ไท’ เพื่อนรักเพื่อนสนิทที่กูแอบชอบมันมาตั้งแต่สมัยม.ปลาย การมาเที่ยวกันแค่สองต่อสองในที่ส่วนตัวแบบนี้ มันคือโอกาสทองที่กูจะสานฝันให้เป็นจริงให้ได้ ไอ้ไทมันเป็นผู้ชายในแบบฉบับชายแท้ที่หลุดออกมาจากนิยาย กล้ามเป็นมัดๆจากการเล่นบาส ทำงานก่อสร้างช่วยที่บ้าน ผิวสีแทนเข้มเพราะตากแดดตากลมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งตอนที่มันถอดเสื้อเตรียมจะลงเล่นน้ำนะมึงเอ๊ย… แผงอกกว้างๆ ไหล่หนาๆ ซิกแพคเป็นลอนจางๆที่หน้าท้องนั่น ทำเอากูใจสั่นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ กูได้แต่นั่งมองมันหยิบเบียร์กระป๋องขึ้นมาซดอึกๆ แล้วยิ้มกวนตีนให้กู "มึงจะนั่งมองกูอีกนานมั้ยไอ้สัส ลงมาเล่นน้ำด้วยกันดิ" เสียงห้าวๆของมันตะโกนแข่งกับเสียงน้ำที่ไหลเอื่อยๆอยู่ข้างแพ กูยิ้มแห้งๆแล้วรีบถอดเสื้อตามลงไปในน้ำ ความเย็นของน้ำในแม่น้ำแควปะทะกับผิวร้อนๆของกูจนสะดุ้ง แต่ความรู้สึกซาบซ่านที่ได้แช่อยู่ในน้ำกับคนที่แอบชอบมันฟินกว่าเป็นร้อยเท่า เราสองคนว่ายน้ำเล่นกันเหมือนเด็กๆ สาดน้ำใส่กันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก จนกระทั่งเบียร์ที่เตรียมมาหมดไปหลายกระป๋อง ความกล้าของกูก็เริ่มมาเยือน
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปตอนที่พระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มสุดท้ายของวันสาดส่องลงบนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ บนแพเหลือแค่เราสองคนกับแสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กๆ เสียงจิ้งหรีดเรไรเริ่มกรีดร้องประสานเสียงกันกล่อมราตรีให้ข้นคลั่กไปด้วยความเงียบและแรงปรารถนาที่อัดอั้นอยู่ในใจกู เราย้ายวงจากริมน้ำขึ้นมานั่งบนพื้นแพไม้ ไอ้ไทมันเมาได้ที่แล้ว หน้ามันแดงก่ำ ตาเยิ้มๆของมันจ้องมองกูแบบที่ไม่เคยมองมาก่อน "มองเหี้ยไรนักหนาวะไอ้ไท" กูแกล้งถามกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม มันไม่ตอบ แต่กลับค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ๆจนปลายจมูกเราแทบจะชนกัน กลิ่นเบียร์ผสมกับกลิ่นตัวผู้ชายแท้ๆของมันโชยเข้าจมูกกูเต็มๆ "กูว่า... มึงแม่งน่ารักว่ะ" สิ้นเสียงของมัน โลกทั้งใบของกูก็หยุดหมุน ไอ้ไทมันโน้มหน้าลงมาประกบริมฝีปากกูอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ลิ้นร้อนๆของมันสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากกูอย่างจาบจ้วง ไล่ต้อนลิ้นกูให้ตอบสนองกลับไปอย่างเมามันส์ รสจูบของมันเหมือนรสเบียร์ที่เราเพิ่งดื่มเข้าไป ขมปร่าแต่ก็หวานล้ำในเวลาเดียวกัน มือหนาๆของมันเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของกู ไล่ลงมาจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบขย้ำเต็มแรงจนกูสะดุ้ง กูไม่รู้ว่าเราร่นถอยไปอยู่ในห้องนอนแคบๆบนแพตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าของเราสองคนก็หลุดลุ่ยไปกองอยู่กับพื้นหมดแล้ว ร่างกายเปลือยเปล่าสองร่างกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ แสงไฟสลัวจากตะเกียงส่องให้เห็นทุกสัดส่วนบนร่างกายของไอ้ไทชัดเจนยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งตัวขึ้นรูปสวยงาม โดยเฉพาะท่อนเอ็นที่แข็งขืนผงาดขึ้นชี้หน้ากูอยู่ตรงกลางลำตัว มันใหญ่และยาวสมกับที่กูจินตนาการไว้ไม่มีผิด หัวบานแดงก่ำมีหยาดน้ำปริ่มๆออกมาจากปลายท่อ เส้นเลือดปูดโปนคาดพันรอบลำควยจนน่าเกรงขาม "อมให้กูหน่อย" เสียงแหบพร่าของมันเหมือนคำบัญชาสวรรค์ กูไม่ลังเลที่จะทำตาม ค่อยๆคลานเข่าเข้าไปใกล้ๆเป้าตุงๆของมัน แล้วใช้ปากครอบครองความเป็นชายของเพื่อนรักเอาไว้
กูเริ่มจากการใช้ลิ้นเลียวนรอบๆหัวบานของมัน ชิมรสชาติเค็มปะแล่มของน้ำหล่อลื่นที่ซึมออกมา ไอ้ไทครางฮือในลำคออย่างพอใจ นั่นยิ่งทำให้กูได้ใจ กูค่อยๆอ้าปากกว้างขึ้นแล้วกลืนกินท่อนควยร้อนๆของมันเข้าไปจนสุดลำคอ ความใหญ่โตของมันคับแน่นเต็มโพรงปากกูจนแทบหายใจไม่ออก กูใช้ลิ้นกับเพดานปากรูดรั้งขึ้นลงช้าๆ พยายามทำให้เหมือนกับที่เคยดูในหนังโป๊ เสียงครางกระเส่าของไอ้ไทยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ มือของมันขยุ้มกลุ่มผมกูแล้วกดหัวกูให้รับแรงกระแทกจากสะโพกสอบของมัน "อ๊าาา... ซี๊ดดด... ดี... ดีมากเพื่อนรัก... อย่างนั้นแหละ" กูอมให้มันจนกรามแทบค้าง มันทั้งใหญ่ทั้งยาวจนน้ำตาแทบเล็ด แต่ความรู้สึกฟินที่ได้ปรนเปรอเพื่อนรักมันมีมากกว่า กูเร่งจังหวะการใช้ปากให้เร็วขึ้นและแรงขึ้น จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงท่อนเอ็นที่กระตุกเกร็งอยู่ในลำคอ ไม่นานนักน้ำรักอุ่นๆจำนวนมหาศาลก็พุ่งทะลักเข้ามาเต็มปากกูจนล้นออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าไปหมด กูไม่รังเกียจที่จะกลืนกินทุกหยาดหยดของมันลงท้องไปจนหมดสิ้น นี่แหละรสชาติของความเป็นเพื่อนที่กูโหยหามาตลอด