บอร์ดรูมพิพากษา
บานประตูไม้โอ๊กบานใหญ่สลักลวดลายประณีตของห้องประชุมคณะกรรมการบริหารเปิดอ้าออกอย่างเงียบเชียบ ทว่าทันทีที่ภานุก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป บรรยากาศภายในห้องกลับผิดแผกไปจากทุกครั้งที่เขาคุ้นเคย
ไม่มีกรรมการบริหารคนอื่นนั่งรออยู่ ไม่มีเสียงพูดคุยเรื่องตัวเลขผลประกอบการหรือการขยายสาขา มีเพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งที่ปกคลุมไปทั่วห้องกว้าง แอร์คอนดิชันเนอร์ปรับอุณหภูมิต่ำจนไอเย็นเสียดแทงผิวหนัง แสงไฟวอร์มไวท์เหนือเพดานหม่นลงกว่าปกติ ส่องกระทบโต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีตัวยาวที่มีเพียงร่างของชายสูงวัยคนเดียวนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ
กวินท์ ประธานกรรมการบริหารผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจพันล้าน
เสียงประตูด้านหลังปิดลงตามด้วยเสียงกลอนล็อกอัตโนมัติที่ดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึก ภานุหันขวับไปมอง ก็พบว่าธันวายืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ มือทั้งสองข้างประสานไว้ด้านหน้าในท่ายืนมาตรฐานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พร้อมรับคำสั่งลงมือทุกวินาที
ภานุสะกดกลั้นความตระหนกที่แล่นวาบขึ้นมาในอก เขาดึงสูทให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและส่งรอยยิ้มอย่างที่มักใช้ประจบเอาใจพ่อตาเสมอ
“คุณพ่อ... ทำไมวันนี้ไม่มีใครมาประชุมเลยล่ะครับ หรือผมจำเวลาผิด?”
กวินท์ไม่ตอบ เขายังคงนั่งนิ่ง ประสานมือไว้บนโต๊ะ สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองลูกเขยด้วยความเย็นชาที่ไร้ความปรานีใดๆ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้รอยยิ้มของภานุเริ่มแข็งค้าง
“แกไม่ได้จำผิดหรอก ภานุ” เสียงทุ้มต่ำของกวินท์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ “แต่การประชุมวันนี้ มีแค่ฉันกับแก... สองคน”
“มีเรื่องด่วนอะไรหรือครับ ถึงต้องเรียกพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้” ภานุพยายามรักษาเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะนั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของตน
“ยืนอยู่ตรงนั้น” น้ำเสียงเฉียบขาดของกวินท์ตรึงเท้าของเขาไว้กับที่ทันที “เก้าอี้ตัวนั้น... แกไม่มีสิทธิ์นั่งมันอีกต่อไปแล้ว”
ความอึดอัดทะลักจุดเดือด ภานุเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติร้ายแรง สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวกรีดร้อง แต่ทิฐิของรองประธานหนุ่มยังสั่งให้เขาแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ
“คุณพ่อหมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ—”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์บนผนังห้องประชุมที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมส่วนกลางก็สว่างวาบขึ้น ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอความละเอียดสูงทำให้อากาศในปอดของภานุเหือดหายไปในพริบตา
มันคือภาพถ่าย บันทึกข้อความแชต และคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ทุกอย่างที่เขาคิดว่าปกปิดไว้อย่างมิดชิดในโทรศัพท์ส่วนตัวและคอนโดมิเนียมหรู ทั้งบทสนทนาวาบหวาม ภาพที่เขากอดก่ายกับหญิงสาวคนอื่น และรายละเอียดการโอนเงินจำนวนมหาศาลเพื่อปรนเปรอชู้รัก ข้อมูลนับร้อยไฟล์กำลังเลื่อนผ่านหน้าจออย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
สัญลักษณ์การโอนถ่ายข้อมูลที่กะพริบบนหน้าจอมือถือของเขาเมื่อครู่... คือสิ่งนี้นี่เอง
“คิดว่าสิ่งที่แกแอบทำลับหลังรดา ลับหลังครอบครัวฉัน มันจะซ่อนอยู่ใต้พรมได้ตลอดไปงั้นเหรอ?” กวินท์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ “แกคิดว่าการเป็นลูกเขยของฉัน มันให้สิทธิ์แกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของลูกสาวฉันยังไงก็ได้งั้นสิ”
ภานุหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก สมองที่เคยเฉียบแหลมด้านธุรกิจตื้อตันไปหมด “คุณพ่อครับ... มัน... มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด มีคนจัดฉากแกล้งผม ผมอธิบายได้—”
“หุบปาก!” กวินท์ตวาดเสียงกร้าว แรงกดดันมหาศาลบดขยี้คำโกหกของภานุจนแหลกละเอียด ประธานใหญ่โยนแฟ้มเอกสารหนาเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น แฟ้มนั้นไถลมาหยุดอยู่ตรงหน้าภานุ
“เปิดดูสิ”
มือของภานุสั่นเทาขณะเอื้อมไปเปิดแฟ้ม สิ่งที่เห็นในนั้นไม่ใช่แค่หลักฐานการนอกใจ แต่เป็นเอกสารทางกฎหมาย สัญญาการถือหุ้น บันทึกการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสัญญากู้ยืมค้ำประกันส่วนบุคคลที่เขาเคยลงนามไว้ตอนเข้ารับตำแหน่ง
“ตลอดเวลาที่แกเข้ามาเสวยสุขในตระกูลของฉัน แกแอบยักยอกงบประมาณโครงการไปฟอกเงินให้ผู้หญิงของแก และที่สำคัญ สัญญาส่วนแบ่งและหุ้นทั้งหมดที่แกถือครองอยู่ ล้วนมีเงื่อนไขพ่วงกับสถานะสมรสของแกกับรดา” กวินท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “หากแกถูกฟ้องร้องเรื่องประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง หนี้สินทั้งหมดจากโครงการที่แกดูแลจะถูกเรียกคืนทันที รวมทั้งค่าเสียหายทางแพ่งที่ทีมกฎหมายของฉันร่างไว้... มันมากพอที่จะทำให้แกกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ติดหนี้หลายร้อยล้าน และจบลงในคุก”
หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดซึมตามไรผมและหลังคอของภานุ ขาทั้งสองข้างแทบหมดแรงที่จะพยุงร่าง เขารู้ดีว่าเครือข่ายอำนาจของกวินท์ครอบคลุมทั้งวงการธุรกิจและกระบวนการยุติธรรม หากชายชราผู้นี้จะบดขยี้เขาให้จมดิน ก็ไม่มีใครหน้าไหนในประเทศนี้ยื่นมือเข้ามาช่วยได้
“คุณพ่อ... ได้โปรดเถอะครับ” ภานุเริ่มละล่ำละลัก อัตตาที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อย “เห็นแก่รดา... เราเคลียร์กันเงียบๆ ได้ไหมครับ ผมจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นทันที ผมจะยอมเซ็นใบหย่า ยอมลาออกจากตำแหน่ง...”
“เซ็นใบหย่า? ลาออก?” กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนภานุหนาวสะท้าน “แกคิดว่าการเดินออกจากที่นี่ไปอย่างเงียบๆ มันสาสมกับความเจ็บปวดที่ลูกสาวฉันได้รับงั้นเหรอ ภานุ?”
กวินท์ลุกขึ้นยืน ชายสูงวัยจัดเสื้อสูทของตนให้เรียบร้อยก่อนจะสบตากับภานุตรงๆ ด้วยสายตาของผู้ชนะเด็ดขาด
“แกชอบแสงสปอตไลต์ไม่ใช่เหรอ? ชอบให้คนกราบไหว้สรรเสริญ ชอบทำตัวเป็นชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ... ฉันจะไม่ยอมให้แกเดินออกไปพร้อมกับคราบของคนโชคร้ายที่แค่เลิกกับเมียเด็ดขาด”
“คุณ... คุณจะทำอะไรผม” ภานุเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัวที่ควบคุมไม่ได้
กวินท์หันไปพยักหน้าให้ธันวาที่ยืนคุมอยู่ด้านหลัง ก่อนจะหันกลับมามองภานุอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่ไร้ความปรานี
“แกยังต้องอยู่ที่นี่ ในฐานะหุ่นเชิดของฉัน ทำตามทุกคำสั่งที่ฉันและธันวาจะมอบให้ เพื่อชดใช้สิ่งที่แกทำลงไป... แกจะได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงานกาล่าประจำปีของบริษัทในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ไม่ใช่ในฐานะรองประธานอีกต่อไป”
กวินท์เดินผ่านร่างที่ยืนแข็งทื่อของภานุไปจนถึงหน้าประตู ชายชราหยุดชะงักชั่วครู่แล้วเอ่ยทิ้งท้ายโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“เตรียมตัวไว้เถอะ ภานุ... นรกของแก มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”