สมรภูมิพ่ายไข่สวาท

Chapter 2

ทัณฑ์เหล็กล้างศักดิ์ศรีชาย

2

ความมืดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่กระทิงรับรู้ได้คือความหนาวเย็นที่เสียดแทงไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความเย็นชื้นของป่าดงดิบที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นความเย็นยะเยือกของโลหะที่แนบสนิทกับแผ่นหลังและผิวหนังทุกส่วนที่สัมผัส เขาลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตาทำให้เขาต้องหรี่ตาลงในทันที กลิ่นฉุนของสารเคมีบางอย่างที่คล้ายกับยาฆ่าเชื้อลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นไหม้จางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายจมูกของเขา ความทรงจำสุดท้ายของเขากลืนหายไปในความเจ็บปวดรวดร้าวที่พุ่งพล่านจากหว่างขา...ใช่แล้ว...ไอ้กระสุนบ้านั่น...มันยิงเข้าที่ไข่ของเขา...

เมื่อดวงตาเริ่มปรับตัวเข้ากับแสงสว่างได้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของกระทิงก็ทำให้เลือดในกายของเขาเย็นวาบไปทั้งตัว เขาไม่ได้อยู่ในป่าอีกต่อไป แต่กลับนอนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนเตียงโลหะสีขาวสะอาดตาในห้องที่ขาวโพลนไปทุกด้าน ไร้ซึ่งหน้าต่างหรือประตูที่มองเห็นได้ แขนและขาทั้งสองข้างของเขาถูกกางออกจนสุดเป็นรูปดาว ถูกพันธนาการไว้กับขอบเตียงด้วยกุญแจโลหะที่รัดแน่นจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย ที่น่าอัปยศอดสูที่สุดคือขาทั้งสองข้างของเขาไม่ได้แค่ถูกมัดไว้เฉยๆ แต่มันถูกจับถ่างแยกออกจากกันจนสุดองศาด้วยกลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง บังคับให้ช่วงล่างของเขาเปิดโล่งอ้าซ่า เผยให้เห็นทุกสัดส่วนที่ควรจะสงวนไว้ให้โลกได้ประจักษ์อย่างหมดจด ขนควยดกหนาที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นชาย บัดนี้ดูน่าสมเพชท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดเชื้อ ดุ้นควยขนาดใหญ่ของเขาอ่อนพับไร้เรี่ยวแรง และที่สำคัญที่สุด...พวงไข่ของเขา...ความเจ็บปวดตุบๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากตรงนั้นยืนยันถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น มันบวมเป่งจนแทบจะปริ แดงก่ำสลับม่วงช้ำจนดูน่ากลัว เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วขึ้นมาจนถึงช่องท้องทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น

แต่ความสยดสยองที่แท้จริงยังรออยู่เบื้องหน้า เมื่อเขาเพ่งสติมองให้ดีขึ้น เขาก็เห็นมัน... "เครื่องจักร" ประหลาดที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือหว่างขาของเขา มันคือกลุ่มก้านแขนกลโลหะสีเงินวาววับหลายสิบแขนที่ยื่นออกมาจากเพดาน แต่ละแขนถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์หน้าตาพิลึกพิลั่นซึ่งดูไม่น่าไว้วางใจแม้แต่น้อย บางแขนมีปลายเป็นนวมชกมวยขนาดจิ๋ว บางแขนเป็นคีมโลหะที่พร้อมจะบีบรัดทุกสิ่ง บางแขนเป็นลูกกลิ้งที่เต็มไปด้วยปุ่มหนามทู่ๆ และบางแขนก็เป็นแท่งโลหะปลายมนที่สั่นไหวเบาๆ ส่งเสียงหึ่งๆ ในความเงียบ แขนกลทั้งหมดนั้นลอยตัวนิ่งอยู่ในอากาศ จ่อปลายอุปกรณ์ทรมานของมันลงมารอบๆ เป้ากางเกงที่เปิดโล่งของเขาในระยะประชิด ราวกับฝูงอสรพิษไฮเทคที่กำลังรอคำสั่งจากนายของมันเพื่อฉกเข้าใส่เหยื่อ ความตระหนักรู้ในชะตากรรมของตนเองกระแทกเข้าใส่กระทิงอย่างจัง เขาไม่ได้แค่ถูกจับ แต่เขากำลังจะถูกทรมานด้วยวิธีการที่วิปริตที่สุดเท่าที่นักรบคนหนึ่งจะจินตนาการได้ "ไอ้พวกลูกหมาตัวเมีย!" เขาสบถออกมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ พยายามกระชากแขนขาให้หลุดจากพันธนาการ แต่กุญแจโลหะไม่ขยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว มีเพียงเสียงโซ่กระทบกับเตียงที่ดังก้องอยู่ในความเงียบ เป็นการตอกย้ำถึงความสิ้นหวังของเขา

เสียงฟู่ของประตูอัตโนมัติที่เลื่อนเปิดออกทางผนังด้านหนึ่งทำให้กระทิงหยุดชะงัก ร่างระหงในชุดหนังรัดรูปสีดำขลับก้าวเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ไพลิน...นังตัวดีคนนั้นเอง ใบหน้าเรียบเฉยของเธอกวาดตามองสภาพของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดลงที่เป้ากางเกงที่ถูกจัดแสดงไว้อย่างน่าอดสู มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "ตื่นแล้วเหรอไอ้สัตว์ป่า นึกว่าจะนอนเป็นผักให้กูเชือดซะอีก" น้ำเสียงของเธอเย็นชาและแฝงไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง "สภาพมึงนี่มันน่าสมเพชจริงๆ นะ ดูกล้ามเป็นมัดๆ ที่พวกมึงภูมิใจนักหนาสิ พอโดนมัดติดเตียงแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนเนื้อโง่ๆ ก้อนหนึ่ง" เธอก้าวเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์จางๆ ที่ติดตัวเธอลอยมาปะทะจมูกของกระทิง มันเป็นกลิ่นที่สะอาดเกินไป เย็นชาเกินไป ช่างแตกต่างจากกลิ่นดิน กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นสาบแมนๆ ที่เขาคุ้นเคยราวฟ้ากับเหว มันเป็นกลิ่นของอารยธรรมที่เขาเกลียดชัง "แล้วดูไอ้ดงรกตรงนั้นสิ" เธอชี้ไปที่ขนควยของเขาด้วยสายตาขยะแขยง "เหม็นก็เหม็น สกปรกก็สกปรก เหมือนรังของพวกสัตว์ชั้นต่ำไม่มีผิด พวกผู้หญิงเราวิวัฒนาการจนร่างกายเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน แต่พวกมึงยังย่ำอยู่กับที่ ไม่ต่างจากลิงในป่าเลย"

คำสบประมาทที่เหยียดหยามไปถึงเผ่าพันธุ์ทำให้ความโกรธของกระทิงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แต่แล้วร่างกายของเขาก็ทรยศอย่างน่าอัปยศที่สุด ด้วยส่วนผสมของความโกรธ ความกลัว และการปรากฏตัวของศัตรูเพศตรงข้ามที่ทรงอำนาจอยู่เบื้องหน้า เลือดในกายของเขาก็พลันสูบฉีดไปยังส่วนที่ไม่ควรที่สุด ดุ้นควยที่เคยอ่อนพับอยู่ของเขาค่อยๆ แข็งขืนขึ้นมาอย่างช้าๆ ชูชันขึ้นจากพงขนรกชี้หน้าไพลินอย่างท้าทายปนน่าอับอาย มันเป็นการตอบสนองทางชีววิทยาที่เขาควบคุมไม่ได้ แต่ในสายตาของไพลิน มันคือภาพที่ตลกขบขันที่สุด เธอเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง "ฮ่าๆๆๆ! ให้ตายสิ! โห...แค่เห็นหน้ากูก็ควยแข็งซะแล้วเหรอไอ้สัตว์ป่า? สมองส่วนคิดไม่มีรึไง มีแต่สมองส่วนควยที่ทำงานรึไงหา?" เธอเดินเข้ามาจนชิดขอบเตียง ยื่นนิ้วที่สวมถุงมือหนังมาดีดเบาๆ ที่ปลายหัวควยของเขา "แข็งสู้ดีนี่...แต่สภาพไข่บวมๆ ของมึงแบบนี้ คงเอาไปทำเหี้ยอะไรไม่ได้หรอก นอกจากเอาไว้ให้กูทรมานเล่น สงสัยไข่จะยังเจ็บไม่พอสินะ ถึงได้มีอารมณ์มาเงี่ยนใส่ศัตรูแบบนี้"

"หุบปากสกปรกของมึงซะนังแม่มด!" กระทิงตะคอกกลับไป เสียงแหบแห้งจากความเจ็บปวด "อย่าคิดว่ามึงจะรีดอะไรไปจากกูได้! กูยอมตายดีกว่าจะคายความลับของพวกพ้องให้ตัวเมียชั้นต่ำอย่างมึง!"

"ปากดี" ไพลินสวนกลับทันที รอยยิ้มของเธอหายไปจากใบหน้า ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอำมหิต "เดี๋ยวกูจะรอดู ว่าระหว่างปากของมึงกับไข่ของมึง อะไรมันจะแตกก่อนกัน" เธอหันไปพูดกับอากาศธาตุที่ว่างเปล่า "เปิดโปรแกรมสอบสวนระดับหนึ่ง 'บทเรียนสำหรับคนปากแข็ง'" สิ้นเสียงของเธอ แขนกลที่เคยลอยนิ่งอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว เสียงมอเตอร์ไฟฟ้าดังหึ่งๆ แขนกลสองข้างที่มีนวมชกมวยขนาดจิ๋วติดอยู่ตรงปลายค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ ตรงเข้าหาพวงไข่ที่บวมเป่งของกระทิง หัวใจของเขากระหน่ำรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วทั้งตัว เขาจ้องมองนวมสีแดงสดขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกที่กำลังลอยเข้ามาใกล้เป้าหมายแห่งความเจ็บปวดของเขาด้วยความหวาดผวา มันคือจุดเริ่มต้นของนรกที่แท้จริง

"บทเรียนแรก" ไพลินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับอาจารย์กำลังสอนหนังสือ "คือการทำให้มึงเข้าใจถึงความเปราะบางของสิ่งที่มึงคิดว่ามันคือสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง" แขนกลหยุดนิ่งเมื่อนวมทั้งสองอยู่ห่างจากพวงไข่ของเขาเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร "เริ่มได้"

ปึ้ก! ปึ้ก!

นวมขนาดจิ๋วทั้งสองข้างพุ่งเข้าชกใส่ลูกไข่ที่บวมช้ำของเขาพร้อมกันอย่างแม่นยำ มันไม่ใช่การชกที่รุนแรงจนแตกหัก แต่มันหนักหน่วงพอที่จะส่งคลื่นความเจ็บปวดระลอกใหม่ที่สาหัสสากรรจ์กว่าเดิมถาโถมเข้าใส่ร่างของกระทิงอย่างจัง "อ๊าค!" เขาร้องลั่นออกมาอย่างสุดจะกลั้น ความรู้สึกเหมือนมีคนเอาค้อนปอนด์มาทุบซ้ำลงบนแผลที่อักเสบอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นจี๊ดจากหว่างขาขึ้นมาจุกอยู่ที่ลิ้นปี่ ทะลวงผ่านกระดูกสันหลังขึ้นไปจนถึงก้านสมอง โลกทั้งใบของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ร่างกายกระตุกเกร็งบนเตียงโลหะ พยายามจะงอตัวเพื่อปกป้องจุดยุทธศาสตร์ของตัวเองตามสัญชาตญาณ แต่ก็ทำได้เพียงแค่กระตุกอยู่กับที่เพราะพันธนาการที่แน่นหนา

ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!

ยังไม่ทันที่ความเจ็บปวดระลอกแรกจะจางหาย หมัดชุดที่สองและสามก็ตามมาติดๆ คราวนี้มันชกสลับกันซ้ายขวาเป็นจังหวะที่แน่นอน ราวกับนักมวยกำลังซ้อมกระสอบทราย แต่กระสอบทรายของไพลินคือพวงอัณฑะที่บอบช้ำของเขา ทุกครั้งที่นวมกระแทกลงบนผิวหนังที่บวมเต่งนั้น ร่างของกระทิงก็จะสะดุ้งเฮือก เสียงร้องโหยหวนของเขาดังก้องไปทั่วห้องสีขาว แต่ไพลินกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เธอเดินวนไปรอบๆ เตียง มองดูผลงานของเธอด้วยสายตาของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทำการทดลอง "เห็นมั้ย...มันเจ็บใช่รึเปล่าล่ะ?" เธอพูดเย้ยหยัน "ไอ้ก้อนเนื้อนิ่มๆ สองก้อนที่พวกมึงหวงแหนนักหนาเนี่ย มันทนแรงกระแทกได้น้อยนิดเดียวเอง แค่โดนชกเบาๆ ก็เจ็บจนแทบดิ้นตายแล้ว นี่น่ะเหรอ...แก่นแท้ของความเป็นชายที่พวกมึงภาคภูมิใจ? น่าขำสิ้นดี"

"อึ่ก...อ๊าก...หุบ...ปาก..." กระทิงเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัด น้ำลายฟูมปาก เขาพยายามจะด่าทอเธอต่อ แต่ทุกครั้งที่อ้าปากจะพูด จังหวะการชกของเครื่องจักรก็จะกระแทกเข้าใส่ไข่ของเขาอีกครั้ง ตัดคำพูดของเขาให้ขาดห้วงไปด้วยเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด

"ร้องอีกสิ! ร้องดังๆ เลย!" ไพลินกระตุ้นอย่างซาดิสม์ "กูอยากรู้จริงๆ ว่าเสียงของมึงกับเสียงไข่มึงโดนกูบี้ อันไหนจะดังกว่ากัน" เธอแตะที่แผงควบคุมที่มองไม่เห็นบนข้อมือของเธอ "เพิ่มความถี่อีกสิบเปอร์เซ็นต์"

ทันใดนั้นเอง จังหวะการชกก็เร็วขึ้น จาก ปึ้ก...ปึ้ก... กลายเป็น ปึ้กๆๆๆๆ! หมัดเหล็กขนาดจิ๋วรัวกระหน่ำเข้าใส่พวงไข่ของเขาไม่ยั้งราวกับปืนกล มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่มาเป็นระลอกอีกต่อไป แต่กลายเป็นพายุแห่งความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน เขารู้สึกเหมือนไข่ทั้งสองลูกของเขากำลังจะถูกบดขยี้ให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงอยู่ภายใต้การโจมตีที่ไร้ความปรานีนั้น เขาจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองตะโกนว่าอะไรบ้าง มันเป็นเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ไร้ความหมาย หลุดออกมาจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณที่กำลังถูกทำลาย ศักดิ์ศรีของยอดนักรบที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ดุ้นควยที่เคยแข็งชูชันเมื่อครู่ บัดนี้อ่อนพับลงอย่างน่าเวทนา แกว่งไกวไปมาตามแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับพวงไข่เบื้องล่าง เป็นภาพที่น่าสมเพชถึงขีดสุด

ไพลินมองดูกระทิงที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เย็นชา "เป็นไงล่ะ...ยังปากดีอยู่มั้ย? ที่ตั้งเหมืองแร่อยู่ที่ไหน? บอกมาแล้วกูจะหยุด"

"ไม่...มี...วัน..." กระทิงกัดฟันกรอด ตอบกลับไปด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด แม้ร่างกายจะกรีดร้องให้เขายอมแพ้ แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของชายชาตินักรบยังคงค้ำคอเขาอยู่

"ดื้อด้านดีจริง" ไพลินแค่นเสียง "งั้นคงต้องเปลี่ยนวิธีเล่นหน่อยแล้วสินะ" เธอสั่งให้เครื่องหยุดการชก ความเงียบที่เข้ามาแทนที่อย่างกะทันหันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงหมัดที่กระหน่ำลงมา กระทิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ พวงไข่ของเขาบัดนี้บวมเป่งจนแทบจะมีขนาดเท่าลูกเทนนิส ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจนน่ากลัว แค่ลมหายใจที่พัดผ่านก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งร่างแล้ว แต่แล้วแขนกลอีกข้างหนึ่งก็เคลื่อนตัวลงมา มันคือแขนกลที่มีปลายเป็นคีมโลหะสองขา ปลายคีมถูกหุ้มด้วยยางสีดำเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานและกระจายแรงกด "กูได้ยินมาว่าพวกผู้ชายกลัวการโดนบีบไข่ที่สุด...วันนี้กูจะพิสูจน์ให้เห็นกับตา"

คีมโลหะค่อยๆ อ้าออก ก่อนจะเคลื่อนเข้าไปครอบลูกไข่ข้างซ้ายของเขาที่บวมช้ำที่สุดเอาไว้ กระทิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "อย่า...อย่าทำ...อ๊ากกกกกกกก!"

ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้อนวอนจบประโยค คีมโลหะก็เริ่มบีบตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ...ช้ามากๆ...ความเจ็บปวดจากการถูกบีบนั้นแตกต่างจากการถูกชกโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเจ็บแบบจุกๆ แต่เป็นความเจ็บปวดที่แหลมคมและลึกล้ำ ราวกับมีเข็มเป็นพันๆ เล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อเยื่อที่บอบบางที่สุดของเขา แรงกดค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละนิด...ทีละนิด...บดขยี้ลูกไข่ของเขาอย่างเลือดเย็น เขารู้สึกได้ถึงของเหลวภายในที่กำลังถูกรีดเค้น เส้นเลือดที่กำลังปริแตก ความเจ็บปวดมันรุนแรงจนแทบจะทำให้สติของเขาดับวูบไป แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาหมดสติ เขายังคงรับรู้ทุกวินาทีแห่งความทรมานได้อย่างครบถ้วน น้ำตาที่ไม่เคยไหลรินมานานหลายปี บัดนี้เอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างผสมกับเหงื่อบนใบหน้า

"ดูสิ...ไข่แกสวยดีนะ ใหญ่ดี" ไพลินพูดขึ้นข้างๆ หูของเขา น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความพึงพอใจอย่างน่าขนลุก "แต่เสียดายที่มันนิ่มไปหน่อย...เดี๋ยวกูช่วยทำให้มันแข็ง...แข็งจนแตกไปเลยดีมั้ย?" เธอหัวเราะในลำคอ "เห็นรึยังว่าความเป็นชายของมึงมันเปราะบางแค่ไหน มันอยู่ในกำมือของกู...แค่กูออกแรงอีกนิดเดียว...ไอ้สิ่งที่ทำให้มึงเป็นผู้ชายก็จะกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อเละๆ...มึงจะกลายเป็นไอ้ตอนที่สมบูรณ์แบบ...บอกที่ตั้งเหมืองมา แล้วกูจะไว้ชีวิตไข่ข้างขวาของมึง"

กระทิงส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง คำพูดของเขาปนเปไปกับเสียงสะอื้นและเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด "ฆ่า...กู...ซะ...ยัง...ดี...กว่า..."

"งั้นเหรอ?" ไพลินเลิกคิ้ว "ตามใจ" เธอหันไปออกคำสั่งอีกครั้ง "เริ่มโปรแกรม 'ถอนรากถอนโคน'"

ทันใดนั้นเอง แขนกลชุดใหม่ก็เริ่มทำงาน มันเป็นแขนกลที่มีปลายสุดเป็นแผ่นโลหะเล็กๆ ที่มีแหนบหรือคีมหนีบขนาดจิ๋วติดอยู่เป็นแพเต็มไปหมด แขนกลนั้นเคลื่อนที่เข้ามาจอดยังบริเวณเหนือโคนควยของเขา...ตรงดงขนควยที่ดกหนาของเขานั่นเอง! ก่อนที่กระทิงจะทันได้ประมวลผลว่ามันคืออะไร คีมจิ๋วเหล่านั้นก็พุ่งลงมาพร้อมกัน หนีบเข้ากับกระจุกขนควยของเขาแล้วกระตุกขึ้นอย่างรวดเร็ว!

"อ๊าคคคคคคคคคค!"

มันเป็นความเจ็บปวดอีกรูปแบบหนึ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เจอ ความเจ็บแสบจากการที่ขนหลายสิบเส้นถูกกระชากออกจากรากพร้อมกันมันรุนแรงจนทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นชาไปหมด เครื่องจักรทำงานอย่างเป็นระบบ มันถอนกระจุกหนึ่ง แล้วก็เลื่อนไปถอนอีกกระจุกหนึ่งอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม กระทิงมองเห็นกระจุกขนของตัวเองที่ถูกถอนปลิวว่อนไปในอากาศ ก่อนจะถูกท่อดูดที่ซ่อนอยู่ดูดหายไป ผิวหนังบริเวณหัวหน่าวของเขาเริ่มแดงเถือกและมีเลือดซิบออกมาเป็นจุดๆ มันเป็นความเจ็บปวดที่น่ารำคาญและน่าอัปยศอดสูที่สุด เขาไม่ได้เจ็บแค่ที่ไข่ แต่เจ็บไปทั้งบริเวณเป้ากางเกง

"กูบอกแล้วไงว่ากูเกลียดไอ้ดงรกๆ ของมึง" ไพลินพูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องของเขา "มันสกปรก น่าขยะแขยง เดี๋ยวกูจะถอนให้เหี้ยนเตียนเลย มึงจะได้ดูสะอาดสะอ้านเหมือนพวกเราซะที...หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง" การกระทำของเธอมันไม่ใช่แค่การทรมานเพื่อรีดข้อมูล แต่มันคือการ "ชำระล้าง" เขาในแบบของเธอ คือการลบทุกสัญลักษณ์แห่งความเป็นชายที่เธอรังเกียจออกไปจากร่างกายของเขา

และความโหดร้ายก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ไพลินตัดสินใจที่จะมอบบทเรียนที่สาหัสที่สุดให้กับเขา "ดูเหมือนมึงจะยังทนได้นะ...งั้นลองแบบนี้เป็นไง...โปรแกรม 'ประสานเสียงนรก'"

สิ้นเสียงคำสั่งของเธอ นรกที่แท้จริงก็บังเกิดขึ้น แขนกลทุกอันเริ่มทำงานพร้อมกัน! คีมโลหะยังคงบีบไข่ข้างซ้ายของเขาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แขนกลนวมชกก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ไข่ข้างขวาที่ยังว่างอยู่ แล้วเริ่มรัวหมัดใส่เป็นจังหวะ ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก! ในขณะเดียวกัน เครื่องถอนขนก็ยังคงทำงานของมันต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มันเคลื่อนที่ไปทั่วบริเวณหัวหน่าว ดึงทึ้งขนควยของเขาออกทีละหย่อมๆ สร้างความเจ็บแสบไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดสามรูปแบบถาโถมเข้าใส่กระทิงพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง สมองของเขาไม่สามารถประมวลผลความเจ็บปวดที่หลากหลายและรุนแรงขนาดนี้ได้อีกต่อไปแล้ว เขากรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง ร่างกายกระตุกชักอย่างรุนแรงบนเตียงโลหะจนโซ่ที่ล่ามไว้ส่งเสียงดังเกร๊งกร๊างไปทั่วห้อง สติของเขาเริ่มเลือนลาง ภาพตรงหน้าพร่าเบลอ มีเพียงความเจ็บปวดที่แผดเผาอยู่ทั่วช่วงล่างและความรู้สึกอัปยศอดสูที่กัดกินจิตใจ เขารู้สึกเหมือนร่างกายและจิตวิญญาณของนักรบกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าศัตรูที่ยืนมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและพึงพอใจ

"บอก...มา..." เสียงของไพลินดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทที่ใกล้จะดับสูญของเขา "ที่ตั้งเหมืองแร่...อยู่ที่ไหน? บอกมาแล้วทุกอย่างจะจบลง"

แต่สำหรับกระทิงแล้ว ถึงจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องของความลับอีกต่อไป มันคือเศษเสี้ยวสุดท้ายของศักดิ์ศรีที่เขามีเหลืออยู่ การยอมจำนนในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการตายทั้งเป็น เขาสะบัดหัวที่หนักอึ้งไปมา เป็นการปฏิเสธครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลงอีกครั้งด้วยคลื่นความเจ็บปวดที่รุนแรงเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะทนรับไหว...แต่เขาก็ไม่ได้สลบไปอย่างที่หวัง ร่างกายของเขายังคงรู้สึกถึงการบีบรัด การทุบตี และการกระชากอย่างต่อเนื่อง มันเป็นวงจรแห่งความทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด และเขาก็ติดอยู่ในใจกลางของมัน โดยมีไพลินเป็นผู้ควบคุมวงออเคสตร้าแห่งความเจ็บปวดนี้...และการแสดง...ก็ยังอีกยาวไกลนัก