แร้นแค้นแห่งศักดิ์ศรี
เสียงโห่ร้องกึกก้องสะท้อนไปทั่วสันเขาเสียงกระซิบ ชัยชนะที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อ เลือด และศักดิ์ศรีที่ถูกบดขยี้จนป่นปี้ หอมหวานราวกับน้ำทิพย์ชโลมใจเหล่าทหารชายที่เคยตกอยู่ในความหวาดผวามานานนับเดือน ธงของอารยธรรมชายโบกสะบัดอย่างทระนงอยู่บนยอดเขาที่เคยเป็นของศัตรู ร่างของนักรบหญิงในชุดเกราะเบาที่ถูกสังหารนอนเกลื่อนกลาดปะปนกับซากปืนไรเฟิลไฮเทคที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า เหล่าทหารชายเดินย่ำไปบนซากปรักหักพังแห่งชัยชนะ บ้างก็เตะซ้ำไปที่ศพของศัตรู บ้างก็เปล่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า เป็นการปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานาน ผู้การศิลายืนมองภาพทั้งหมดจากบังเกอร์บัญชาการชั่วคราวที่ตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วบนเนินใกล้ๆ รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ แผนของเขาได้ผล พวกมันวิ่งทะลุภาพลวงตาแห่งความเงี่ยนไปได้ พวกมันเปลี่ยนความกลัวที่จะเจ็บไข่ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาลที่พุ่งเข้าทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“รายงานความเสียหาย!” เสียงทุ้มต่ำของผู้การศิลาดังขึ้น ขัดจังหวะเสียงแห่งความยินดี
“ทหารบาดเจ็บสาหัสหนึ่งร้อยเจ็ดสิบนายครับท่าน! ส่วนใหญ่โดนยิงสวนในช่วงชุลมุน แต่ไม่มีใครถึงแก่ชีวิต! เกราะรุ่นใหม่ช่วยลดความรุนแรงได้มาก แต่แรงกระแทกระยะใกล้ยังทำให้ไข่ระบมกับช้ำในอยู่หลายรายครับ!” นายทหารสื่อสารรายงานเสียงดังฟังชัด
“แล้วฝ่ายมันล่ะ?”
“เสียชีวิตทั้งหมดเก้าสิบสามราย จับเป็นได้สิบสองรายครับ! เป็นหน่วยพลซุ่มยิงและหน่วยสนับสนุนด้านเทคนิค ตอนนี้คุมตัวไว้ในถ้ำเสบียงเก่าของพวกมันครับ!”
ผู้การศิลาพยักหน้ารับรู้ ชัยชนะที่แลกมาด้วยทหารบาดเจ็บเกือบสองร้อยนายที่ถึงแม้จะไม่ตาย แต่ก็คงต้องนอนครางเพราะไข่บวมไปอีกหลายวัน มันไม่ใช่ชัยชนะที่ขาวสะอาดนัก แต่ในสงครามแบบนี้ การที่ไม่มีใครตายก็นับว่าดีที่สุดแล้ว “ดีมาก...พาพวกเชลยไปที่ห้องสอบสวน คัดเอาพวกที่ดูเป็นหัวหน้าหรือพวกช่างเทคนิคออกมา กูต้องการข้อมูล...กูต้องการรู้ว่าพวกมันมีของเล่นเหี้ยอะไรซ่อนไว้อีก ปืนนั่น... TB-12 อะไรของมันนั่น...มันยิงไข่พวกเราได้จากระยะเป็นกิโลเมตร กูต้องการพิมพ์เขียวของมัน กูต้องการวิธีรับมือกับมัน!”
“แล้ว...เราจะสอบสวนพวกมันด้วยวิธีไหนครับท่าน?” นายทหารคนสนิทถามขึ้นด้วยความลังเล เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ฝ่ายชายไม่เคยมีหน่วยสอบสวนที่ซับซ้อนเหมือนฝ่ายหญิง พวกเขาเชื่อในการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันซึ่งๆ หน้า
ผู้การศิลาหันขวับมามอง ดวงตาของเขาแข็งกร้าวราวกับหินผา “พวกมันทำอะไรกับคนของเราไว้...พวกมันทำอะไรกับหน่วยกระทิงดุ...ทำอะไรกับวีรบุรุษอย่างกระทิง ทอมป์สัน...มึงจำได้ไหม? พวกมันเล่นกับความเป็นชายของพวกเรา ย่ำยีเกียรติของพวกเราด้วยเครื่องจักรทรมานไข่...งั้นเราก็จะตอบแทนพวกมันด้วยสิ่งเดียวกัน แต่ไม่ใช่ด้วยเครื่องจักร...ไม่ใช่ด้วยเทคโนโลยีขี้ขลาด...แต่ด้วย ‘ของจริง’...ด้วยพละกำลังที่พวกมันเคยดูถูกนักหนา” เขาหยุดไปชั่วครู่ แววตาฉายประกายอำมหิต “ไปคัดทหารที่ตัวใหญ่ที่สุด กำยำที่สุด และ...เก็บกดที่สุดมาสักสี่ห้าคน บอกพวกมันว่า...นี่คือภารกิจพิเศษ เป็นการ ‘ชำระแค้น’ ให้กับพี่น้องของเราที่ถูกย่ำยีไป บอกพวกมันว่า...ผู้การอนุญาตให้ ‘สั่งสอน’ พวกเชลยผู้หญิงพวกนั้นได้เต็มที่ จนกว่าพวกมันจะคายทุกอย่างออกมา...หรือจนกว่าพวกมันจะพัง”
คำสั่งเด็ดขาดของผู้การศิลาแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เหล่าเชลยศึกหญิงสิบสองนางก็ถูกลากตัวมายังถ้ำที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องขังและห้องสอบสวนชั่วคราว พวกเธอถูกกระชากชุดเกราะเบาและเครื่องแบบออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นเทาด้วยความหนาวเย็นและความกลัว พวกเธอถูกจับมัดมือไพล่หลังและกดให้นั่งคุกเข่าเรียงกันเป็นแถวบนพื้นถ้ำที่เย็นเฉียบและชื้นแฉะ แสงจากคบไฟที่ปักอยู่ตามผนังถ้ำส่องให้เห็นเรือนร่างที่งดงามแต่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและฝุ่นดินจากการต่อสู้ ในบรรดาเชลยทั้งหมด มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าใคร เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่า ดวงตาคมกริบที่ยังคงทอประกายท้าทายแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ บั้นท้ายดินระเบิด และแผ่นหลังที่ยังมีมัดกล้ามเล็กๆ ของนักรบอยู่ เธอคือร้อยโทหญิง “รุ้ง” ผู้บัญชาการหน่วยซุ่มยิงที่ถูกจับตัวได้
“มองหน้าหาพ่องมึงเหรอไอ้พวกสัตว์ป่า!” รุ้งตะคอกใส่ทหารยามที่จ้องมองเรือนร่างของเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย “คิดว่าจับพวกกูได้แล้วจะชนะเหรอ? พวกมึงมันก็แค่ลิงถือกระบอง รอวันโดนเทคโนโลยีของพวกกูบดขยี้จนไม่เหลือซาก!”
“ปากดีนักนะมึง!” ทหารยามคนหนึ่งเงื้อมือจะตบ แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากปากถ้ำ ทำให้ทุกคนหันไปมอง
ร่างสูงใหญ่สี่ร่างเดินเข้ามาในถ้ำ ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ได้มาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงและกรำศึกมาอย่างโชกโชน แต่ละคนสูงเกินหกฟุต หน้าตาหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น พวกเขาสวมเพียงกางเกงทหารลายพรางตัวเดียว เปลือยท่อนบนให้เห็นแผงอกกว้างที่ปกคลุมไปด้วยขนดกดำ กลิ่นเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นดินและกลิ่นอายของความเป็นชายที่รุนแรงแผ่กระจายไปทั่วทั้งถ้ำจนน่าอึดอัด คนที่เดินนำหน้าดูจะตัวใหญ่และน่าเกรงขามที่สุด เขามีชื่อเล่นว่า “หมูป่า” สมกับรูปร่างที่บึกบึนราวกับหมูป่าตัวเต็มวัย ขนหน้าอกของเขาดกหนาจนแทบมองไม่เห็นผิวหนัง และยาวต่อเนื่องลงไปถึงหน้าท้อง ก่อนจะหายเข้าไปในขอบกางเกง ใต้วงแขนของเขามีขนรักแร้สีดำสนิทจับกันเป็นก้อนจากเหงื่อ ดวงตาของเขาจ้องมองเหล่าเชลยหญิงราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่อ
“พวกมึงออกไปได้แล้ว ที่เหลือพวกกูจัดการเอง” หมูป่าพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทหารยามรีบทำความเคารพและถอยออกไปจากถ้ำอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงทหารร่างยักษ์ทั้งสี่กับเชลยหญิงที่บัดนี้เริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริง
“พวกมึง...จะทำอะไร?” เชลยคนหนึ่งถามเสียงสั่น
หมูป่าแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวที่ตัดกับผิวคล้ำและหนวดเคราครึ้ม “ทำอะไรเหรอ? ก็จะ ‘สอบสวน’ พวกมึงไง...ด้วยวิธีของพวกกู” เขาพูดพลางปลดเข็มขัดกางเกงออกอย่างช้าๆ เสียงหัวเข็มขัดโลหะกระทบกันดังก้องในความเงียบ กางเกงทหารตัวหนาหลุดร่วงลงไปกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นท่อนขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและขนหน้าแข้งดกดำ และที่สำคัญที่สุด...สิ่งที่อยู่ตรงกลางหว่างขาของเขา
ควยขนาดมหึมาที่ยังอ่อนตัวอยู่แต่ก็ใหญ่โตเกินขนาดชายปกติ แขวนต่องแต่งอยู่เหนือพวงไข่สองใบที่ใหญ่ไม่แพ้กัน ทั้งดุ้นควยและพวงไข่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าขนหมอยที่ดกหนาและหยิกงอเป็นสปริงสีดำสนิท กลิ่นสาบสางของความเป็นชายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมโชยออกมาจากจุดนั้น มันเป็นกลิ่นของเหงื่อที่หมักหมม กลิ่นของความต้องการทางเพศดิบๆ ที่ไม่เคยถูกปลดปล่อยมานาน ทหารอีกสามคนก็เริ่มปลดกางเกงของตัวเองออกตามกัน เผยให้เห็นดุ้นควยและพวงไข่ขนาดต่างๆ กันไป แต่ทุกอันล้วนใหญ่โตและปกคลุมด้วยขนดกดำน่าเกรงขาม
ดวงตาที่เคยท้าทายของรุ้งเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “พวกมึง...พวกมึงจะทำบ้าอะไร! นี่มันผิดกฎการสงคราม!”
“กฎเหรอ?” หมูป่าหัวเราะในลำคอ “ตอนที่พวกมึงใช้เครื่องจักรบีบไข่พวกกูจนแตกคาตาเพื่อนตัวเอง พวกมึงเคยพูดถึงกฎมั้ย? ตอนที่พวกมึงล้างสมองกระทิง ทอมป์สัน จนกลายเป็นหมาเลียหีให้ผู้หญิง พวกมึงเคยนึกถึงกฎเหรอ!?” เขาตะคอกกลับ เสียงดังจนผนังถ้ำสะเทือน “วันนี้พวกมึงจะได้เรียนรู้กฎข้อใหม่...กฎของสัตวป่า! กฎที่ว่าด้วยผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด! และพวกกู...คือผู้ที่แข็งแกร่งกว่า!”
หมูป่าเดินตรงเข้าไปหารุ้ง เขากระชากเธอให้ลุกขึ้นยืนอย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกที่แข็งแกร่งและชื้นเหงื่อของเขา กลิ่นตัวผู้ชายที่รุนแรงปะทะเข้าจมูกของเธอจนแทบสำลัก เขากดร่างเธอไว้กับผนังถ้ำที่เย็นเฉียบ มือใหญ่ข้างหนึ่งบีบเข้าที่ต้นคอของเธออย่างแรงจนแทบหายใจไม่ออก ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง
“ดูสิ...เนื้อตัวนิ่มๆ แบบนี้...น่าจะรับควยแข็งๆ ของกูได้ดีนะ” เขากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดต้นคอเธอ “พวกมึงชอบเล่นกับไข่ของพวกกูนักใช่มั้ย? ชอบเห็นพวกกูเจ็บปวดใช่มั้ย? เดี๋ยวกูจะให้มึงได้ลองสัมผัส ‘ของจริง’ ดูบ้าง...จะได้รู้ว่าพลังที่แท้จริงมันเป็นยังไง!”
“ปล่อยกูนะ! ไอ้สัตว์นรก!” รุ้งดิ้นรนสุดชีวิต แต่เรี่ยวแรงของเธอก็เหมือนลูกแมวเมื่อเทียบกับพละกำลังมหาศาลของเขา
หมูป่าไม่สนใจคำด่าทอ เขาใช้ท่อนแขนที่ใหญ่เท่าต้นขาของเธอรวบเอวเธอไว้แน่น แล้วใช้ขาข้างหนึ่งแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาของเธอ บดเบียดดุ้นควยที่เริ่มแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ เข้ากับร่องสวาทของเธอผ่านความว่างเปล่า ควยของเขาค่อยๆ พองตัวขึ้น ขยายขนาดจนน่ากลัว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาตามลำควยราวกับรากไม้ หัวควยบานฉ่ำสีแดงคล้ำเริ่มมีน้ำเงี่ยนใสๆ ปริ่มออกมา มันเสียดสีกับเนินสวาทของเธอ สร้างความรู้สึกทั้งเสียวและขยะแขยงในเวลาเดียวกัน พวงไข่ตุงๆ ของเขากระทบกับแก้มก้นของเธอเป็นจังหวะตามการขยับตัว
“รู้สึกมั้ย...นี่แหละพลังที่พวกมึงไม่มีวันมี...พลังแห่งการสร้างชีวิต...และพลังแห่งการทำลายล้างศักดิ์ศรี!” เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะจับขาเธอข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบ่าของเขา เปิดเปลือยให้เห็นปากทางเข้ารักที่ยังคงปิดสนิทอยู่
“ไม่! อย่า! ได้โปรด!” รุ้งร้องเสียงหลงเป็นครั้งแรก ความกล้าหาญทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความกลัวตายที่จับขั้วหัวใจ
หมูป่าแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ “ร้องสิ...ร้องดังๆ เลย...กูชอบฟังเสียงผู้หญิงคราง...ยิ่งเป็นเสียงครางของศัตรู ยิ่งทำให้ควยกูแข็ง” เขาพูดจบก็จัดตำแหน่งดุ้นควยของเขาให้ตรงกับปากทางรัก ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปอย่างไม่ปรานี!
“กรี๊ดดดดดดดดด!”
เสียงกรีดร้องของรุ้งดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ดุ้นควยที่ใหญ่และแข็งเหมือนท่อนเหล็กแหวกผ่านความคับแน่นของเธอเข้าไปอย่างรุนแรง เลือดพรหมจรรย์ที่เธอไม่เคยเสียให้ใคร บัดนี้ไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนโคนควยที่ดกหนาของเขา หมูป่าไม่รอให้เธอปรับตัว เขารวบเอวเธอไว้แน่นแล้วเริ่มกระแทกกระทั้นสวนเข้าไปเป็นจังหวะหนักหน่วงและรุนแรง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ‘พั่บ! พั่บ! พั่บ!’ ผสมกับเสียงครางด้วยความเจ็บปวดของรุ้งและเสียงคำรามอย่างสะใจของเขา พวงไข่ใหญ่ๆ ของเขากระทบกับก้นของเธอจนเป็นรอยแดง ทหารอีกสามคนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มหื่นกระหาย ก่อนจะเดินเข้าไปหาเชลยหญิงคนอื่นๆ ที่นั่งตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นระงมไปทั่วทั้งถ้ำ มันคือบทเพลงแห่งการแก้แค้นที่โหดร้ายและป่าเถื่อนที่สุด
หมูป่ากระหน่ำเย็ดรุ้งอย่างบ้าคลั่ง เขาจับเธอเปลี่ยนท่า hết ท่าแล้วท่าเล่า จากท่ายืนกระแทกผนัง ก็จับเธอกดลงกับพื้น ยกขาสองข้างของเธอขึ้นพาดบ่าแล้วซอยควยเข้าไปจนสุดลำ เสียงหอบหายใจของเขาสลับกับเสียงครวญครางของเธอที่เริ่มเปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน “เป็นไงล่ะมึง...ควยของพวกกู...ใหญ่พอจะยัดเข้าไปในสมองมึงได้มั้ย? บอกกูมา...บอกข้อมูลเกี่ยวกับปืนของพวกมึงมา! บอกมาว่ามันทำงานยังไง! ไม่งั้นกูจะเย็ดมึงจนหีพังคาควยกูตรงนี้!”
“อ๊ะ...อ๊า...ไม่...ฉันไม่รู้...” รุ้งพยายามปฏิเสธ แต่ทุกครั้งที่เธอพูด ควยแข็งๆ ของเขาก็จะกระแทกสวนเข้าไปที่จุดที่ลึกที่สุดจนเธอจุกลืมคำพูด
“ไม่รู้เหรอ!?” หมูป่าคำราม เขาจับเธอพลิกคว่ำ จัดให้อยู่ในท่าคุกเข่าโก้งโค้ง ก่อนจะเสียบควยเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างแรงจนร่างของเธอถลาไปข้างหน้า “งั้นกูจะช่วยให้มึงนึกออก!” เขาเร่งจังหวะการกระแทกให้เร็วและแรงขึ้นอีก ผมยาวสลวยของรุ้งสยายไปตามแรงกระแทก ใบหน้าของเธอแนบไปกับพื้นถ้ำที่เย็นเฉียบ น้ำตาไหลอาบแก้มปะปนกับฝุ่นดิน ศักดิ์ศรีของเธอถูกบดขยี้ไม่มีชิ้นดี เธอไม่ใช่นายทหารหญิงผู้กล้าหาญอีกต่อไปแล้ว เธอเป็นเพียงแค่รูระบายความใคร่ของสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“บอก...บอกกูมา!” เขากระแทกเน้นๆ ไปที่มดลูกของเธอ
“อ๊าาา! บะ...บอกแล้ว! บอกแล้ว! มัน...มันใช้คลื่นโซนิก...โซนิกในการนำวิถี...จับความร้อน...ความร้อนจากพวงไข่...อ๊าาา!” ในที่สุดเธอก็ยอมคายออกมา
แต่หมูป่ายังไม่หยุด เขาใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว “ดีมาก! แล้วมีอะไรอีก!?” เขายังคงซอยสะโพกไม่ยั้ง
“มี...มีระบบใหม่...กำลังทดสอบ...คลื่นเสียง...ความถี่ต่ำ...มัน...มันทำให้ไข่สั่น...จากข้างใน...อ๊าาา! ฉันไม่ไหวแล้ว