สมรภูมิพ่ายไข่สวาท
โดย Jonah Redfields·เผยแพร่แล้ว 8 ตอน·ใช้เวลาอ่าน ~151 นาที

สมรภูมิพ่ายไข่สวาท

21
ตอนที่ 1

สยบพงไพรด้วยกระสุนดับฝัน

ผืนป่าดิบชื้นอวลไปด้วยกลิ่นดินและใบไม้เน่าเปื่อย ความร้อนระอุเหนียวเหนอะหนะไปทั่วทุกอณูขุมขน แต่สำหรับไพลินแล้ว มันเป็นเพียงฉากประกอบภารกิจที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี เธอนอนหมอบนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ ร่างกายที่สมส่วนแต่แฝงไว้ด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งภายใต้ชุดพรางตาไฮเทคกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนแทบแยกไม่ออก สายตาคมกริบของเธอกวาดมองผ่านเลนส์อินฟราเรดของปืนไรเฟิลคู่ใจ เฝ้ารอเป้าหมายด้วยความอดทนราวกับนักล่าผู้เลือดเย็น จิตใจของเธอสงบนิ่ง มีเพียงความคิดเดียวที่วนเวียนอยู่คือการจับกุมไอ้พวกสัตว์ป่ากล้ามโตที่เรียกตัวเองว่า "นักรบ" พวกมันคือตัวแทนของความป่าเถื่อน ความดุดันไร้สติปัญญาที่เธอและอารยธรรมหญิงดูแคลนมาตลอด พละกำลังที่พวกมันภาคภูมิใจนักหนา ในสายตาของเธอ มันก็ไม่ต่างอะไรจากกำลังของวัวกระทิงในทุ่งหญ้า โง่เง่า และรอวันถูกเชือด และวันนี้ เธอก็มาเพื่อล่ากระทิงตัวที่ใหญ่ที่สุด ดุดันที่สุด และเป็นหัวใจของฝูงมัน "กระทิง" ชื่อของมันช่างสมตัวเสียจริง จากข้อมูลข่าวกรอง ไอ้หมอนี่คือสุดยอดนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายชาย เป็นหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่สร้างความเสียหายให้ฝ่ายเธอมานับไม่ถ้วน การจับเป็นมันได้ ไม่ใช่แค่การตัดกำลังสำคัญ แต่คือการทำลายสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งที่พวกผู้ชายยึดถือบูชา ไพลินเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเอง รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นสีหน้าของมันตอนที่ความภาคภูมิใจในความเป็นชายถูกขยี้จนแหลกคามือของเธอ

แล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง เสียงกิ่งไม้หักและพงหญ้าที่ไหวเอนอย่างรุนแรงบ่งบอกถึงการมาถึงของผู้บุกรุก ร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏขึ้นในระยะสายตา กระทิงเดินแหวกพงไพรเข้ามาในลานโล่งเล็กๆ ที่เธอเลือกไว้เป็นสังเวียนสังหาร เหงื่อที่ไหลโซมกายขับเน้นให้มัดกล้ามทุกส่วนบนร่างกายของมัน ไม่ว่าจะเป็นแผงอกหนา แขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน หรือหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงาม ดูโดดเด่นและน่าเกรงขาม รอยแผลเป็นน้อยใหญ่ที่พาดผ่านผิวสีแทนเข้มคือเครื่องยืนยันถึงประสบการณ์โชกโชนในสนามรบ มันหยุดยืนหอบหายใจ สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ อย่างไม่ระแวงระวังภัยใดๆ กางเกงทหารเก่าๆ ที่มันสวมอยู่เปียกชื้นแนบไปกับต้นขาใหญ่ เผยให้เห็นเป้ากางเกงที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจน เป็นเป้าหมายที่เด่นชัดจนไพลินแทบไม่ต้องเล็งให้เสียเวลา เธอยกปืนขึ้นประทับบ่าอย่างแผ่วเบา ระบบเล็งเป้าอัตโนมัติทำงานทันที เส้นเล็งสีแดงปรากฏขึ้นบนจอภาพ ล็อกเข้ากับความร้อนที่แผ่ออกมาจากหว่างขาของมันอย่างแม่นยำ "กระสุนติดตามไข่" อาวุธต้นแบบที่เธอภาคภูมิใจ มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่า แต่เพื่อ "หยุด" การทำงานของเป้าหมายด้วยวิธีที่เจ็บปวดและน่าอัปยศที่สุด ปลายนิ้วของไพลินวางลงบนไกปืนอย่างนุ่มนวล เธอกลั้นหายใจ รอจังหวะที่เหมาะสมที่สุด...จังหวะที่กระทิงหันข้างให้เธอเล็กน้อย เปิดมุมให้กระสุนพุ่งเข้าปะทะเป้าหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

"ฟิ้ว!" เสียงแหวกอากาศที่แทบจะไม่ได้ยินดังขึ้น พร้อมกับวัตถุสีเงินเล็กจิ๋วที่พุ่งออกจากปากกระบอกปืนด้วยความเร็วเหนือเสียง กระทิงยังไม่ทันจะรู้ตัวด้วยซ้ำว่าความตายในรูปแบบที่อัปยศที่สุดกำลังพุ่งตรงเข้าหาจุดยุทธศาสตร์ของมัน "ตุ้บ!" เสียงทึบๆ ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่จุดกึ่งกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของกระทิง ร่างยักษ์สะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเจ็บปวดอย่างสุดขีด ก่อนที่เสียงร้องโหยหวนจะหลุดออกจากลำคอ มันเป็นเสียงที่ไม่ใช่เสียงคำรามของนักรบ แต่เป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูงเหมือนหมูถูกเชือด มือใหญ่ทั้งสองข้างละจากปืนที่ถืออยู่แล้วรีบกุมเป้าของตัวเองโดยสัญชาตญาณ แต่ก็สายไปเสียแล้ว กระสุนไม่ได้แค่กระแทก แต่มันฝังตัวเข้าไปในถุงอัณฑะที่บอบบาง ก่อนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงออกมาในเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของกระทิงเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง เส้นผมและขนตามร่างกายลุกชัน ควันสีขาวลอยคลุ้งขึ้นมาจากหว่างขาพร้อมกับกลิ่นไหม้จางๆ ดวงตาของมันเหลือกขึ้นจนเห็นแต่ตาขาว ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหินผาบัดนี้อ่อนปวกเปียกเหมือนตุ๊กตาผ้าขี้ริ้ว มันล้มทั้งยืนลงไปกองกับพื้นดินอย่างหมดสภาพ เสียงกระแทกดังสนั่นจนน่ากลัว ร่างกายยังคงชักกระตุกเบาๆ อยู่พักหนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด ไพลินลดปืนลง มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ ชัยชนะที่ง่ายดายและสมบูรณ์แบบ เธอรออีกอึดใจหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันสลบสนิทจริงๆ ก่อนจะไต่ลงจากต้นไม้มาอย่างคล่องแคล่วและเงียบกริบ

ไพลินเดินเข้าไปหาร่างที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น เธอใช้ปลายเท้าบู๊ตคอมแบตเขี่ยแขนของมันอย่างไม่ไยดี ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เธอจึงย่อตัวลงนั่งข้างๆ ร่างกายที่ไร้สติของมัน กลิ่นเหงื่อ กลิ่นสาบผู้ชาย และกลิ่นไหม้จางๆ ลอยปะทะจมูก แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด สายตาของเธอจับจ้องไปที่ "ของกลาง" ที่เป็นต้นเหตุของชัยชนะในครั้งนี้ เธอยื่นมือที่สวมถุงมือหนังสีดำออกไป ค่อยๆ แบะขาที่แข็งทื่อของกระทิงออกจากกันอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นภาพที่ทำให้มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างสะใจ ขนควยดกหนาดำเป็นป่ารกชื้นเหงื่อ บัดนี้มีรอยไหม้เกรียมเป็นวงเล็กๆ ตรงกลาง และที่น่ามองยิ่งกว่าคือพวงไข่ขนาดใหญ่ที่บัดนี้บวมเป่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนจากสีเนื้อเป็นสีแดงก่ำอมม่วง มีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ แตกอยู่ประปราย เมื่อเทียบกับดุ้นควยขนาดมหึมาที่ยังคงอ่อนตัวพับอยู่ด้านบนแล้ว พวงไข่ที่บวมช้ำของมันดูน่าสมเพชและน่าย่ำยีเป็นที่สุด ไพลินใช้นิ้วชี้ค่อยๆ กดลงไปบนลูกไข่ที่บวมเต่งนั้นเบาๆ ความนุ่มหยุ่นที่ผิดปกติและความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้เธอรู้ว่ามันบาดเจ็บสาหัสขนาดไหน "ใหญ่ดีนี่... แต่เสียดายจังนะ... คงจะใช้การไม่ได้ไปอีกนานเลยล่ะมึง" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ภารกิจต่อไปคือการลากไอ้ร่างยักษ์นี่กลับไปยังจุดนัดพบ ซึ่งดูจากขนาดตัวของมันแล้วคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อนึกถึงภาพการทรมานและการรีดเค้นข้อมูลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ความเหนื่อยยากที่อยู่ตรงหน้าก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปในทันที เธอก้มลงคว้าแขนทั้งสองข้างของกระทิง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีลากร่างที่หนักอึ้งของมันไปบนพื้นดินที่ขรุขระ ทิ้งร่องรอยของการต่อสู้ที่จบลงอย่างง่ายดายและรอยทางแห่งความพ่ายแพ้ของชายชาตินักรบไว้เบื้องหลัง เสียงหัวเราะในลำคอของเธอดังขึ้นแผ่วเบา... การแสดงที่แท้จริง... มันกำลังจะเริ่มขึ้นต่างหาก

ตอนที่ 2

ทัณฑ์เหล็กล้างศักดิ์ศรีชาย

ความมืดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่กระทิงรับรู้ได้คือความหนาวเย็นที่เสียดแทงไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความเย็นชื้นของป่าดงดิบที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นความเย็นยะเยือกของโลหะที่แนบสนิทกับแผ่นหลังและผิวหนังทุกส่วนที่สัมผัส เขาลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตาทำให้เขาต้องหรี่ตาลงในทันที กลิ่นฉุนของสารเคมีบางอย่างที่คล้ายกับยาฆ่าเชื้อลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นไหม้จางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายจมูกของเขา ความทรงจำสุดท้ายของเขากลืนหายไปในความเจ็บปวดรวดร้าวที่พุ่งพล่านจากหว่างขา...ใช่แล้ว...ไอ้กระสุนบ้านั่น...มันยิงเข้าที่ไข่ของเขา...

เมื่อดวงตาเริ่มปรับตัวเข้ากับแสงสว่างได้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของกระทิงก็ทำให้เลือดในกายของเขาเย็นวาบไปทั้งตัว เขาไม่ได้อยู่ในป่าอีกต่อไป แต่กลับนอนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนเตียงโลหะสีขาวสะอาดตาในห้องที่ขาวโพลนไปทุกด้าน ไร้ซึ่งหน้าต่างหรือประตูที่มองเห็นได้ แขนและขาทั้งสองข้างของเขาถูกกางออกจนสุดเป็นรูปดาว ถูกพันธนาการไว้กับขอบเตียงด้วยกุญแจโลหะที่รัดแน่นจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย ที่น่าอัปยศอดสูที่สุดคือขาทั้งสองข้างของเขาไม่ได้แค่ถูกมัดไว้เฉยๆ แต่มันถูกจับถ่างแยกออกจากกันจนสุดองศาด้วยกลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง บังคับให้ช่วงล่างของเขาเปิดโล่งอ้าซ่า เผยให้เห็นทุกสัดส่วนที่ควรจะสงวนไว้ให้โลกได้ประจักษ์อย่างหมดจด ขนควยดกหนาที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นชาย บัดนี้ดูน่าสมเพชท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดเชื้อ ดุ้นควยขนาดใหญ่ของเขาอ่อนพับไร้เรี่ยวแรง และที่สำคัญที่สุด...พวงไข่ของเขา...ความเจ็บปวดตุบๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากตรงนั้นยืนยันถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น มันบวมเป่งจนแทบจะปริ แดงก่ำสลับม่วงช้ำจนดูน่ากลัว เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วขึ้นมาจนถึงช่องท้องทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น

แต่ความสยดสยองที่แท้จริงยังรออยู่เบื้องหน้า เมื่อเขาเพ่งสติมองให้ดีขึ้น เขาก็เห็นมัน... "เครื่องจักร" ประหลาดที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือหว่างขาของเขา มันคือกลุ่มก้านแขนกลโลหะสีเงินวาววับหลายสิบแขนที่ยื่นออกมาจากเพดาน แต่ละแขนถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์หน้าตาพิลึกพิลั่นซึ่งดูไม่น่าไว้วางใจแม้แต่น้อย บางแขนมีปลายเป็นนวมชกมวยขนาดจิ๋ว บางแขนเป็นคีมโลหะที่พร้อมจะบีบรัดทุกสิ่ง บางแขนเป็นลูกกลิ้งที่เต็มไปด้วยปุ่มหนามทู่ๆ และบางแขนก็เป็นแท่งโลหะปลายมนที่สั่นไหวเบาๆ ส่งเสียงหึ่งๆ ในความเงียบ แขนกลทั้งหมดนั้นลอยตัวนิ่งอยู่ในอากาศ จ่อปลายอุปกรณ์ทรมานของมันลงมารอบๆ เป้ากางเกงที่เปิดโล่งของเขาในระยะประชิด ราวกับฝูงอสรพิษไฮเทคที่กำลังรอคำสั่งจากนายของมันเพื่อฉกเข้าใส่เหยื่อ ความตระหนักรู้ในชะตากรรมของตนเองกระแทกเข้าใส่กระทิงอย่างจัง เขาไม่ได้แค่ถูกจับ แต่เขากำลังจะถูกทรมานด้วยวิธีการที่วิปริตที่สุดเท่าที่นักรบคนหนึ่งจะจินตนาการได้ "ไอ้พวกลูกหมาตัวเมีย!" เขาสบถออกมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ พยายามกระชากแขนขาให้หลุดจากพันธนาการ แต่กุญแจโลหะไม่ขยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว มีเพียงเสียงโซ่กระทบกับเตียงที่ดังก้องอยู่ในความเงียบ เป็นการตอกย้ำถึงความสิ้นหวังของเขา

เสียงฟู่ของประตูอัตโนมัติที่เลื่อนเปิดออกทางผนังด้านหนึ่งทำให้กระทิงหยุดชะงัก ร่างระหงในชุดหนังรัดรูปสีดำขลับก้าวเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ไพลิน...นังตัวดีคนนั้นเอง ใบหน้าเรียบเฉยของเธอกวาดตามองสภาพของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดลงที่เป้ากางเกงที่ถูกจัดแสดงไว้อย่างน่าอดสู มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "ตื่นแล้วเหรอไอ้สัตว์ป่า นึกว่าจะนอนเป็นผักให้กูเชือดซะอีก" น้ำเสียงของเธอเย็นชาและแฝงไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง "สภาพมึงนี่มันน่าสมเพชจริงๆ นะ ดูกล้ามเป็นมัดๆ ที่พวกมึงภูมิใจนักหนาสิ พอโดนมัดติดเตียงแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนเนื้อโง่ๆ ก้อนหนึ่ง" เธอก้าวเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์จางๆ ที่ติดตัวเธอลอยมาปะทะจมูกของกระทิง มันเป็นกลิ่นที่สะอาดเกินไป เย็นชาเกินไป ช่างแตกต่างจากกลิ่นดิน กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นสาบแมนๆ ที่เขาคุ้นเคยราวฟ้ากับเหว มันเป็นกลิ่นของอารยธรรมที่เขาเกลียดชัง "แล้วดูไอ้ดงรกตรงนั้นสิ" เธอชี้ไปที่ขนควยของเขาด้วยสายตาขยะแขยง "เหม็นก็เหม็น สกปรกก็สกปรก เหมือนรังของพวกสัตว์ชั้นต่ำไม่มีผิด พวกผู้หญิงเราวิวัฒนาการจนร่างกายเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน แต่พวกมึงยังย่ำอยู่กับที่ ไม่ต่างจากลิงในป่าเลย"

คำสบประมาทที่เหยียดหยามไปถึงเผ่าพันธุ์ทำให้ความโกรธของกระทิงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แต่แล้วร่างกายของเขาก็ทรยศอย่างน่าอัปยศที่สุด ด้วยส่วนผสมของความโกรธ ความกลัว และการปรากฏตัวของศัตรูเพศตรงข้ามที่ทรงอำนาจอยู่เบื้องหน้า เลือดในกายของเขาก็พลันสูบฉีดไปยังส่วนที่ไม่ควรที่สุด ดุ้นควยที่เคยอ่อนพับอยู่ของเขาค่อยๆ แข็งขืนขึ้นมาอย่างช้าๆ ชูชันขึ้นจากพงขนรกชี้หน้าไพลินอย่างท้าทายปนน่าอับอาย มันเป็นการตอบสนองทางชีววิทยาที่เขาควบคุมไม่ได้ แต่ในสายตาของไพลิน มันคือภาพที่ตลกขบขันที่สุด เธอเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง "ฮ่าๆๆๆ! ให้ตายสิ! โห...แค่เห็นหน้ากูก็ควยแข็งซะแล้วเหรอไอ้สัตว์ป่า? สมองส่วนคิดไม่มีรึไง มีแต่สมองส่วนควยที่ทำงานรึไงหา?" เธอเดินเข้ามาจนชิดขอบเตียง ยื่นนิ้วที่สวมถุงมือหนังมาดีดเบาๆ ที่ปลายหัวควยของเขา "แข็งสู้ดีนี่...แต่สภาพไข่บวมๆ ของมึงแบบนี้ คงเอาไปทำเหี้ยอะไรไม่ได้หรอก นอกจากเอาไว้ให้กูทรมานเล่น สงสัยไข่จะยังเจ็บไม่พอสินะ ถึงได้มีอารมณ์มาเงี่ยนใส่ศัตรูแบบนี้"

"หุบปากสกปรกของมึงซะนังแม่มด!" กระทิงตะคอกกลับไป เสียงแหบแห้งจากความเจ็บปวด "อย่าคิดว่ามึงจะรีดอะไรไปจากกูได้! กูยอมตายดีกว่าจะคายความลับของพวกพ้องให้ตัวเมียชั้นต่ำอย่างมึง!"

"ปากดี" ไพลินสวนกลับทันที รอยยิ้มของเธอหายไปจากใบหน้า ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอำมหิต "เดี๋ยวกูจะรอดู ว่าระหว่างปากของมึงกับไข่ของมึง อะไรมันจะแตกก่อนกัน" เธอหันไปพูดกับอากาศธาตุที่ว่างเปล่า "เปิดโปรแกรมสอบสวนระดับหนึ่ง 'บทเรียนสำหรับคนปากแข็ง'" สิ้นเสียงของเธอ แขนกลที่เคยลอยนิ่งอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว เสียงมอเตอร์ไฟฟ้าดังหึ่งๆ แขนกลสองข้างที่มีนวมชกมวยขนาดจิ๋วติดอยู่ตรงปลายค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ ตรงเข้าหาพวงไข่ที่บวมเป่งของกระทิง หัวใจของเขากระหน่ำรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วทั้งตัว เขาจ้องมองนวมสีแดงสดขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกที่กำลังลอยเข้ามาใกล้เป้าหมายแห่งความเจ็บปวดของเขาด้วยความหวาดผวา มันคือจุดเริ่มต้นของนรกที่แท้จริง

"บทเรียนแรก" ไพลินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับอาจารย์กำลังสอนหนังสือ "คือการทำให้มึงเข้าใจถึงความเปราะบางของสิ่งที่มึงคิดว่ามันคือสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง" แขนกลหยุดนิ่งเมื่อนวมทั้งสองอยู่ห่างจากพวงไข่ของเขาเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร "เริ่มได้"

ปึ้ก! ปึ้ก!

นวมขนาดจิ๋วทั้งสองข้างพุ่งเข้าชกใส่ลูกไข่ที่บวมช้ำของเขาพร้อมกันอย่างแม่นยำ มันไม่ใช่การชกที่รุนแรงจนแตกหัก แต่มันหนักหน่วงพอที่จะส่งคลื่นความเจ็บปวดระลอกใหม่ที่สาหัสสากรรจ์กว่าเดิมถาโถมเข้าใส่ร่างของกระทิงอย่างจัง "อ๊าค!" เขาร้องลั่นออกมาอย่างสุดจะกลั้น ความรู้สึกเหมือนมีคนเอาค้อนปอนด์มาทุบซ้ำลงบนแผลที่อักเสบอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นจี๊ดจากหว่างขาขึ้นมาจุกอยู่ที่ลิ้นปี่ ทะลวงผ่านกระดูกสันหลังขึ้นไปจนถึงก้านสมอง โลกทั้งใบของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ร่างกายกระตุกเกร็งบนเตียงโลหะ พยายามจะงอตัวเพื่อปกป้องจุดยุทธศาสตร์ของตัวเองตามสัญชาตญาณ แต่ก็ทำได้เพียงแค่กระตุกอยู่กับที่เพราะพันธนาการที่แน่นหนา

ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!

ยังไม่ทันที่ความเจ็บปวดระลอกแรกจะจางหาย หมัดชุดที่สองและสามก็ตามมาติดๆ คราวนี้มันชกสลับกันซ้ายขวาเป็นจังหวะที่แน่นอน ราวกับนักมวยกำลังซ้อมกระสอบทราย แต่กระสอบทรายของไพลินคือพวงอัณฑะที่บอบช้ำของเขา ทุกครั้งที่นวมกระแทกลงบนผิวหนังที่บวมเต่งนั้น ร่างของกระทิงก็จะสะดุ้งเฮือก เสียงร้องโหยหวนของเขาดังก้องไปทั่วห้องสีขาว แต่ไพลินกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เธอเดินวนไปรอบๆ เตียง มองดูผลงานของเธอด้วยสายตาของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทำการทดลอง "เห็นมั้ย...มันเจ็บใช่รึเปล่าล่ะ?" เธอพูดเย้ยหยัน "ไอ้ก้อนเนื้อนิ่มๆ สองก้อนที่พวกมึงหวงแหนนักหนาเนี่ย มันทนแรงกระแทกได้น้อยนิดเดียวเอง แค่โดนชกเบาๆ ก็เจ็บจนแทบดิ้นตายแล้ว นี่น่ะเหรอ...แก่นแท้ของความเป็นชายที่พวกมึงภาคภูมิใจ? น่าขำสิ้นดี"

"อึ่ก...อ๊าก...หุบ...ปาก..." กระทิงเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัด น้ำลายฟูมปาก เขาพยายามจะด่าทอเธอต่อ แต่ทุกครั้งที่อ้าปากจะพูด จังหวะการชกของเครื่องจักรก็จะกระแทกเข้าใส่ไข่ของเขาอีกครั้ง ตัดคำพูดของเขาให้ขาดห้วงไปด้วยเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด

"ร้องอีกสิ! ร้องดังๆ เลย!" ไพลินกระตุ้นอย่างซาดิสม์ "กูอยากรู้จริงๆ ว่าเสียงของมึงกับเสียงไข่มึงโดนกูบี้ อันไหนจะดังกว่ากัน" เธอแตะที่แผงควบคุมที่มองไม่เห็นบนข้อมือของเธอ "เพิ่มความถี่อีกสิบเปอร์เซ็นต์"

ทันใดนั้นเอง จังหวะการชกก็เร็วขึ้น จาก ปึ้ก...ปึ้ก... กลายเป็น ปึ้กๆๆๆๆ! หมัดเหล็กขนาดจิ๋วรัวกระหน่ำเข้าใส่พวงไข่ของเขาไม่ยั้งราวกับปืนกล มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่มาเป็นระลอกอีกต่อไป แต่กลายเป็นพายุแห่งความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน เขารู้สึกเหมือนไข่ทั้งสองลูกของเขากำลังจะถูกบดขยี้ให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงอยู่ภายใต้การโจมตีที่ไร้ความปรานีนั้น เขาจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองตะโกนว่าอะไรบ้าง มันเป็นเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ไร้ความหมาย หลุดออกมาจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณที่กำลังถูกทำลาย ศักดิ์ศรีของยอดนักรบที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ดุ้นควยที่เคยแข็งชูชันเมื่อครู่ บัดนี้อ่อนพับลงอย่างน่าเวทนา แกว่งไกวไปมาตามแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับพวงไข่เบื้องล่าง เป็นภาพที่น่าสมเพชถึงขีดสุด

ไพลินมองดูกระทิงที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เย็นชา "เป็นไงล่ะ...ยังปากดีอยู่มั้ย? ที่ตั้งเหมืองแร่อยู่ที่ไหน? บอกมาแล้วกูจะหยุด"

"ไม่...มี...วัน..." กระทิงกัดฟันกรอด ตอบกลับไปด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด แม้ร่างกายจะกรีดร้องให้เขายอมแพ้ แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของชายชาตินักรบยังคงค้ำคอเขาอยู่

"ดื้อด้านดีจริง" ไพลินแค่นเสียง "งั้นคงต้องเปลี่ยนวิธีเล่นหน่อยแล้วสินะ" เธอสั่งให้เครื่องหยุดการชก ความเงียบที่เข้ามาแทนที่อย่างกะทันหันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงหมัดที่กระหน่ำลงมา กระทิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ พวงไข่ของเขาบัดนี้บวมเป่งจนแทบจะมีขนาดเท่าลูกเทนนิส ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจนน่ากลัว แค่ลมหายใจที่พัดผ่านก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งร่างแล้ว แต่แล้วแขนกลอีกข้างหนึ่งก็เคลื่อนตัวลงมา มันคือแขนกลที่มีปลายเป็นคีมโลหะสองขา ปลายคีมถูกหุ้มด้วยยางสีดำเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานและกระจายแรงกด "กูได้ยินมาว่าพวกผู้ชายกลัวการโดนบีบไข่ที่สุด...วันนี้กูจะพิสูจน์ให้เห็นกับตา"

คีมโลหะค่อยๆ อ้าออก ก่อนจะเคลื่อนเข้าไปครอบลูกไข่ข้างซ้ายของเขาที่บวมช้ำที่สุดเอาไว้ กระทิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "อย่า...อย่าทำ...อ๊ากกกกกกกก!"

ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้อนวอนจบประโยค คีมโลหะก็เริ่มบีบตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ...ช้ามากๆ...ความเจ็บปวดจากการถูกบีบนั้นแตกต่างจากการถูกชกโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเจ็บแบบจุกๆ แต่เป็นความเจ็บปวดที่แหลมคมและลึกล้ำ ราวกับมีเข็มเป็นพันๆ เล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อเยื่อที่บอบบางที่สุดของเขา แรงกดค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละนิด...ทีละนิด...บดขยี้ลูกไข่ของเขาอย่างเลือดเย็น เขารู้สึกได้ถึงของเหลวภายในที่กำลังถูกรีดเค้น เส้นเลือดที่กำลังปริแตก ความเจ็บปวดมันรุนแรงจนแทบจะทำให้สติของเขาดับวูบไป แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาหมดสติ เขายังคงรับรู้ทุกวินาทีแห่งความทรมานได้อย่างครบถ้วน น้ำตาที่ไม่เคยไหลรินมานานหลายปี บัดนี้เอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างผสมกับเหงื่อบนใบหน้า

"ดูสิ...ไข่แกสวยดีนะ ใหญ่ดี" ไพลินพูดขึ้นข้างๆ หูของเขา น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความพึงพอใจอย่างน่าขนลุก "แต่เสียดายที่มันนิ่มไปหน่อย...เดี๋ยวกูช่วยทำให้มันแข็ง...แข็งจนแตกไปเลยดีมั้ย?" เธอหัวเราะในลำคอ "เห็นรึยังว่าความเป็นชายของมึงมันเปราะบางแค่ไหน มันอยู่ในกำมือของกู...แค่กูออกแรงอีกนิดเดียว...ไอ้สิ่งที่ทำให้มึงเป็นผู้ชายก็จะกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อเละๆ...มึงจะกลายเป็นไอ้ตอนที่สมบูรณ์แบบ...บอกที่ตั้งเหมืองมา แล้วกูจะไว้ชีวิตไข่ข้างขวาของมึง"

กระทิงส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง คำพูดของเขาปนเปไปกับเสียงสะอื้นและเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด "ฆ่า...กู...ซะ...ยัง...ดี...กว่า..."

"งั้นเหรอ?" ไพลินเลิกคิ้ว "ตามใจ" เธอหันไปออกคำสั่งอีกครั้ง "เริ่มโปรแกรม 'ถอนรากถอนโคน'"

ทันใดนั้นเอง แขนกลชุดใหม่ก็เริ่มทำงาน มันเป็นแขนกลที่มีปลายสุดเป็นแผ่นโลหะเล็กๆ ที่มีแหนบหรือคีมหนีบขนาดจิ๋วติดอยู่เป็นแพเต็มไปหมด แขนกลนั้นเคลื่อนที่เข้ามาจอดยังบริเวณเหนือโคนควยของเขา...ตรงดงขนควยที่ดกหนาของเขานั่นเอง! ก่อนที่กระทิงจะทันได้ประมวลผลว่ามันคืออะไร คีมจิ๋วเหล่านั้นก็พุ่งลงมาพร้อมกัน หนีบเข้ากับกระจุกขนควยของเขาแล้วกระตุกขึ้นอย่างรวดเร็ว!

"อ๊าคคคคคคคคคค!"

มันเป็นความเจ็บปวดอีกรูปแบบหนึ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เจอ ความเจ็บแสบจากการที่ขนหลายสิบเส้นถูกกระชากออกจากรากพร้อมกันมันรุนแรงจนทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นชาไปหมด เครื่องจักรทำงานอย่างเป็นระบบ มันถอนกระจุกหนึ่ง แล้วก็เลื่อนไปถอนอีกกระจุกหนึ่งอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม กระทิงมองเห็นกระจุกขนของตัวเองที่ถูกถอนปลิวว่อนไปในอากาศ ก่อนจะถูกท่อดูดที่ซ่อนอยู่ดูดหายไป ผิวหนังบริเวณหัวหน่าวของเขาเริ่มแดงเถือกและมีเลือดซิบออกมาเป็นจุดๆ มันเป็นความเจ็บปวดที่น่ารำคาญและน่าอัปยศอดสูที่สุด เขาไม่ได้เจ็บแค่ที่ไข่ แต่เจ็บไปทั้งบริเวณเป้ากางเกง

"กูบอกแล้วไงว่ากูเกลียดไอ้ดงรกๆ ของมึง" ไพลินพูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องของเขา "มันสกปรก น่าขยะแขยง เดี๋ยวกูจะถอนให้เหี้ยนเตียนเลย มึงจะได้ดูสะอาดสะอ้านเหมือนพวกเราซะที...หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง" การกระทำของเธอมันไม่ใช่แค่การทรมานเพื่อรีดข้อมูล แต่มันคือการ "ชำระล้าง" เขาในแบบของเธอ คือการลบทุกสัญลักษณ์แห่งความเป็นชายที่เธอรังเกียจออกไปจากร่างกายของเขา

และความโหดร้ายก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ไพลินตัดสินใจที่จะมอบบทเรียนที่สาหัสที่สุดให้กับเขา "ดูเหมือนมึงจะยังทนได้นะ...งั้นลองแบบนี้เป็นไง...โปรแกรม 'ประสานเสียงนรก'"

สิ้นเสียงคำสั่งของเธอ นรกที่แท้จริงก็บังเกิดขึ้น แขนกลทุกอันเริ่มทำงานพร้อมกัน! คีมโลหะยังคงบีบไข่ข้างซ้ายของเขาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แขนกลนวมชกก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ไข่ข้างขวาที่ยังว่างอยู่ แล้วเริ่มรัวหมัดใส่เป็นจังหวะ ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก! ในขณะเดียวกัน เครื่องถอนขนก็ยังคงทำงานของมันต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มันเคลื่อนที่ไปทั่วบริเวณหัวหน่าว ดึงทึ้งขนควยของเขาออกทีละหย่อมๆ สร้างความเจ็บแสบไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดสามรูปแบบถาโถมเข้าใส่กระทิงพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง สมองของเขาไม่สามารถประมวลผลความเจ็บปวดที่หลากหลายและรุนแรงขนาดนี้ได้อีกต่อไปแล้ว เขากรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง ร่างกายกระตุกชักอย่างรุนแรงบนเตียงโลหะจนโซ่ที่ล่ามไว้ส่งเสียงดังเกร๊งกร๊างไปทั่วห้อง สติของเขาเริ่มเลือนลาง ภาพตรงหน้าพร่าเบลอ มีเพียงความเจ็บปวดที่แผดเผาอยู่ทั่วช่วงล่างและความรู้สึกอัปยศอดสูที่กัดกินจิตใจ เขารู้สึกเหมือนร่างกายและจิตวิญญาณของนักรบกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าศัตรูที่ยืนมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและพึงพอใจ

"บอก...มา..." เสียงของไพลินดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทที่ใกล้จะดับสูญของเขา "ที่ตั้งเหมืองแร่...อยู่ที่ไหน? บอกมาแล้วทุกอย่างจะจบลง"

แต่สำหรับกระทิงแล้ว ถึงจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องของความลับอีกต่อไป มันคือเศษเสี้ยวสุดท้ายของศักดิ์ศรีที่เขามีเหลืออยู่ การยอมจำนนในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการตายทั้งเป็น เขาสะบัดหัวที่หนักอึ้งไปมา เป็นการปฏิเสธครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลงอีกครั้งด้วยคลื่นความเจ็บปวดที่รุนแรงเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะทนรับไหว...แต่เขาก็ไม่ได้สลบไปอย่างที่หวัง ร่างกายของเขายังคงรู้สึกถึงการบีบรัด การทุบตี และการกระชากอย่างต่อเนื่อง มันเป็นวงจรแห่งความทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด และเขาก็ติดอยู่ในใจกลางของมัน โดยมีไพลินเป็นผู้ควบคุมวงออเคสตร้าแห่งความเจ็บปวดนี้...และการแสดง...ก็ยังอีกยาวไกลนัก

ตอนที่ 3

สมรภูมิพ่ายไข่ราชันย์

เสียงหวีดร้องของกระทิงขาดห้วงไปแล้ว เหลือเพียงเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าที่ฟังดูเหมือนสัตว์ใกล้ตาย สมองของเขาขาวโพลนไปหมด สติสัมปชัญญะถูกบดขยี้ด้วยความเจ็บปวดสามระลอกที่โหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน คีมเหล็กที่บีบไข่ข้างซ้ายของเขายังคงเพิ่มแรงกดทีละนิดๆ จนเขารู้สึกเหมือนลูกอัณฑะกำลังจะแหลกเหลวเป็นวุ้นอยู่ภายในถุงหนังเหี่ยวๆ แรงบีบที่ต่อเนื่องยาวนานทำให้ความเจ็บปวดไม่ได้มาเป็นระลอกอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นพื้นหลังของความทรมานที่แผ่ซ่านไปทั่วช่องท้องน้อย ปวดหนึบๆ เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะเดียวกัน ไข่ข้างขวาก็รับบทหนักไม่แพ้กัน นวมชกจิ๋วทำงานอย่างขยันขันแข็ง ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก! เสียงทื่อๆ ของหนังที่กระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครางของเขาอย่างน่าสมเพช ทุกครั้งที่หมัดเล็กๆ นั่นกระแทกลงมา ร่างของเขาก็จะกระตุกเฮือก ความเจ็บปวดแล่นจี๊ดขึ้นมาถึงลิ้นปี่ ทำให้จุกจนหายใจแทบไม่ทัน พวงไข่ที่เคยใหญ่โตสมชายชาตินักรบ บัดนี้บวมเป่งจนขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว เปลี่ยนจากสีแดงคล้ำเป็นสีม่วงช้ำเลือดช้ำหนอง ดูน่าสยดสยองราวกับผลไม้เน่าๆ สองลูกที่พร้อมจะแตกโพละได้ทุกเมื่อ และเพื่อเติมเต็มวงออเคสตร้าแห่งความเจ็บปวดนี้ เครื่องถอนขนจักรกลก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันเคลื่อนตัวไปมาเหนือเนินเนื้อบริเวณหัวหน่าวที่บัดนี้เกลี้ยงเกลาจนน่าใจหาย เหลือเพียงหย่อมขนควยดำๆ ไม่กี่หย่อมที่ยังคงต่อสู้ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง เสียงมอเตอร์ดังหึ่งๆ ก่อนที่ก้ามหนีบเล็กๆ จะพุ่งลงไปกระชากดึงเส้นขนอย่างรุนแรง "จึ้ก!" ความเจ็บแสบเหมือนโดนมีดโกนกรีดซ้ำๆ บนผิวที่บอบช้ำอยู่แล้ว ทำให้กระทิงต้องกัดฟันกรอด น้ำตาไหลพรากอาบแก้มที่ซูบตอบของเขา

ไพลินยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาที่เรียบเฉย แสงไฟสีขาวสว่างจ้าในห้องสะท้อนบนชุดหนังสีดำรัดรูปของเธอ ทำให้เธอดูเหมือนนางพญาปีศาจที่กำลังชื่นชมผลงานศิลปะชิ้นเอกของตัวเอง เธอเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เตียงทรมาน กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเธอปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นเหงื่อไคลของกระทิงที่คละคลุ้งไปทั่วห้อง "เป็นไงบ้าง...ยอดนักรบ...ยังไหวอยู่รึเปล่า?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก้มลงมองดู 'ผลงาน' ของเธอที่ดิ้นรนอยู่บนเตียงอย่างใกล้ชิด "ดูสภาพไข่มึงสิ...ฮ่าๆๆ...กูไม่เคยเห็นไข่ใครม่วงได้ขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย เหมือนลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สุกงอมเลย...น่าบีบให้เละคามือชะมัด"

กระทิงพยายามจะด่าทอกลับไป แต่สิ่งที่ออกมาจากปากของเขามีเพียงเสียงอู้อี้ฟังไม่เป็นศัพท์ เขาส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนแรง ดวงตาที่เคยดุดันและหยิ่งทะนง บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและความอัปยศ "มึง...อี...สารเลว..." เขาเค้นคำพูดออกมาได้ทีละคำ แต่เสียงที่ออกมานั้นแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน

"หืม? อะไรนะ? พูดดังๆ หน่อยสิ กูไม่ได้ยิน" ไพลินแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เธอโน้มตัวลงมาอีกจนใบหน้าของเธออยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอรดลงบนใบหน้าของเขา "กูบอกให้มึงพูดดังๆ ไง! หรือว่าเจ็บไข่จนไม่มีแรงจะเห่าแล้ว?" เธอพูดพลางยื่นนิ้วเรียวสวยที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทออกไป...แล้วจิ้มเบาๆ ลงบนพวงไข่ที่บวมเป่งของเขา

"อ๊ากกกกกก!" กระทิงกรีดร้องสุดเสียง เพียงแค่สัมผัสเบาๆ ก็สร้างความเจ็บปวดมหาศาลราวกับโดนเหล็กร้อนๆ นาบลงมาบนแผลสด ร่างของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจนเตียงโลหะสั่นสะเทือน ความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอีกระลอกทำให้สติที่ริบหรี่ของเขาแทบจะดับวูบไป

"ฮ่าๆๆๆ! เสียงดีหนิ! ร้องอีกสิ! ร้องดังๆ เลย! ให้มันสมกับเป็นไอ้กระทิงเปลี่ยวที่ใครๆ ก็บอกว่าแข็งแกร่งที่สุด" ไพลินหัวเราะอย่างสะใจ เธอสนุกกับการได้เห็นความทรมานของเขา สนุกกับการได้ทำลายศักดิ์ศรีของนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายศัตรูลงด้วยมือของเธอเอง "มึงรู้มั้ย...ตอนกูเห็นมึงครั้งแรกในป่า...กูนึกว่ามึงจะแน่ซักแค่ไหน ร่างกายกำยำ กล้ามเป็นมัดๆ ท่าทางดุดันเหมือนสัตว์ป่า...แต่ดูตอนนี้สิ...มึงไม่ต่างอะไรกับหมาตัวเมียที่นอนรอให้เขาเย็ดเลยว่ะ"

คำพูดของเธอเสียดแทงเข้าไปในใจของกระทิงยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อด่ากลับไป "มึง...ก็แค่...ผู้หญิงขี้ขลาด...ที่ใช้แต่เครื่องจักร...ถ้าสู้กันตัวต่อตัว...กูบี้มึงเละคามือแน่!"

"ปากดี!" ไพลินตวาดกลับ ดวงตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธ "มึงคิดว่าสงครามมันคือการเอาแรงเข้าแลกเหมือนสัตว์ป่ารึไง? นี่แหละคือความโง่เขลาของพวกมึง...พวกผู้ชายที่คิดว่าพละกำลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็ต้องมานอนแหกขาครางอยู่ใต้ตีนกูแบบนี้!" เธอหันไปสั่งการที่แผงควบคุมข้างเตียง "ในเมื่อมึงยังปากดีอยู่...งั้นกูจะเพิ่มระดับความสนุกให้อีกหน่อย...โปรแกรม 'ลูกกลิ้งหนามสยบพยศ'!"

สิ้นเสียงคำสั่ง แขนกลที่ทำงานอยู่ทั้งหมดก็หยุดชะงักลงพร้อมกัน ความเงียบที่เข้ามาแทนที่อย่างกะทันหันทำให้กระทิงรู้สึกประหลาดใจ แต่ความโล่งใจเกิดขึ้นได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะความเจ็บปวดที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมงยังคงถาโถมเข้าใส่เขาอย่างต่อเนื่อง พวงไข่ของเขายังคงปวดตุบๆ ราวกับมีหัวใจอีกดวงเต้นอยู่ข้างใน บริเวณหัวหน่าวก็แสบร้อนเหมือนโดนไฟลน แต่แล้ว...แขนกลอันใหม่ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากผนัง มันเป็นแขนกลที่มีลูกกลิ้งโลหะขนาดเท่ากำปั้นติดอยู่ที่ปลาย บนผิวของลูกกลิ้งนั้นมีหนามแหลมเล็กๆ งอกออกมาทั่วทั้งลูก มันดูเหมือนลูกทุเรียนเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า

หัวใจของกระทิงหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขามองวัตถุสยองขวัญชิ้นนั้นด้วยความหวาดผวา สัญชาตญาณบอกเขาว่าความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึงนั้นมันจะเลวร้ายยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอมาทั้งหมด "ไม่...อย่า...ได้โปรด..." เขาเริ่มอ้อนวอนเป็นครั้งแรก เสียงของเขาสั่นเทาและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด

"สายไปแล้วล่ะ...ที่รัก" ไพลินยิ้มอย่างเลือดเย็น "มึงควรจะอ้อนวอนแบบนี้ตั้งแต่แรก...แต่ตอนนี้...กูอยากเห็นน้ำหน้าของมึงตอนที่โดนเจ้าสิ่งนี้ 'นวด' ไข่เน่าๆ ของมึงมากกว่า"

แขนกลเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่เหนือเป้าของเขาอย่างช้าๆ เงาของลูกกลิ้งหนามทาบทับลงบนพวงไข่ที่บวมช้ำของเขา กระทิงกลั้นหายใจ เขารู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน ทุกสรรพสิ่งในห้องเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเหมือนกลองสงคราม และแล้ว...ลูกกลิ้งหนามก็ค่อยๆ ลดระดับลงมา...สัมผัสกับผิวหนังที่บอบช้ำของถุงอัณฑะของเขา

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาห์!"

เสียงกรีดร้องของกระทิงดังลั่นไปทั่วห้อง มันไม่ใช่เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดธรรมดา แต่มันเป็นเสียงกรีดร้องของจิตวิญญาณที่กำลังถูกฉีกกระชาก หนามแหลมเล็กๆ นับร้อยทิ่มแทงลงบนผิวหนังที่อักเสบและบวมเป่งของเขาพร้อมๆ กัน ความเจ็บปวดชนิดใหม่ที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อนแล่นปราดไปทั่วร่างกายเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดแบบทื่อๆ เหมือนโดนชก หรือความเจ็บปวดแบบบีบรัดเหมือนโดนคีม แต่มันเป็นความเจ็บปวดที่แหลมคมและลึกล้ำ เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อเยื่อที่บอบบางที่สุดของเขา

แล้วลูกกลิ้งก็เริ่มหมุน...อย่างช้าๆ...

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!"

กระทิงกรีดร้องจนเสียงของเขาแหลมสูงเหมือนผู้หญิง เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจนโซ่ที่ล่ามไว้ตึงเปรี๊ยะ แต่เขาก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ลูกกลิ้งโลหะค่อยๆ เคลื่อนที่ไปมาบนพวงไข่ของเขาอย่างเชื่องช้า บดขยี้และรีดเค้นมันไปตามจังหวะการหมุน หนามแหลมๆ ครูดไปบนผิวหนัง ทำให้เกิดรอยขีดข่วนเป็นทางยาว มีเลือดซึมออกมาจางๆ ผสมกับน้ำเหลืองที่ไหลเยิ้มอยู่ก่อนแล้ว กระทิงรู้สึกเหมือนไข่ของเขากำลังจะถูกบดจนเละเป็นโจ๊กอยู่ภายใต้ลูกกลิ้งมรณะนั่น สมองของเขาปฏิเสธที่จะรับรู้ความจริงตรงหน้า จิตใจของเขาหลุดลอยไป ภาพความทรงจำในอดีตฉายวาบขึ้นมาในหัว...

เขาเห็นตัวเองในวัยหนุ่ม กำลังฝึกซ้อมอย่างหนักในสนามประลอง ร่างกายที่แข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามและหยาดเหงื่อ...เขาเห็นตัวเองนำทัพออกรบ ตะโกนปลุกใจเหล่าทหารด้วยเสียงที่ก้องกังวาน...เขาเห็นตัวเองยืนอยู่บนยอดเขา มองดูอาณาจักรของฝ่ายชายด้วยความภาคภูมิใจ...ศักดิ์ศรี...เกียรติยศ...ความเป็นชาย...ทุกสิ่งที่เขาเคยยึดถือและภาคภูมิใจ บัดนี้มันกำลังถูกบดขยี้ไปพร้อมๆ กับพวงไข่ของเขา dướiเท้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขามองว่าเป็นเพศที่อ่อนแอกว่ามาโดยตลอด

"เป็นไง...ชอบมั้ย...การนวดแบบพิเศษของกู" เสียงของไพลินดังแทรกเข้ามาในภวังค์ของเขา "ไข่มึงนี่มันนุ่มนิ่มดีจริงๆ เลยนะ...เหมือนแป้งโดว์เลย...นวดแล้วมันมือชะมัด" เธอก้มลงมองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของกระทิง "ร้องออกมาสิ...ร้องออกมาดังๆ...กูชอบฟังเสียงมึงร้องว่ะ...มันเซ็กซี่ดี"

คำพูดของเธอปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวของกระทิงขึ้นมาอีกครั้ง แม้ร่างกายจะเจ็บปวดปางตาย แต่ความอัปยศอดสูที่ถูกหยามหยันความเป็นชายกลับทำให้แท่งควยที่อ่อนพับอยู่ของเขาเริ่มมีปฏิกิริยา มันค่อยๆ แข็งตัวขึ้นอย่างช้าๆ กระตุกเบาๆ ตอบสนองต่อความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขากำลังได้รับ มันเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่น่ารังเกียจและน่าอับอายที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้สึกมาในชีวิต

ไพลินสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ "โฮ่...ดูนั่นสิ...ไอ้หนอนน้อยของมึงตื่นแล้วเหรอ? ไม่น่าเชื่อเลยนะ...โดนทรมานไข่ซะขนาดนี้ยังจะมีอารมณ์อีกเหรอ...หรือว่า...ลึกๆ แล้วมึงชอบแบบนี้? ชอบให้กูทำรุนแรงกับไข่มึงแบบนี้ใช่มั้ย?" เธอพูดพลางสั่งให้ลูกกลิ้งหนามเพิ่มแรงกดลงไปอีกเล็กน้อย

"อ๊ากกกกก! ไม่! หยุด! พอแล้ว! ได้โปรด!" กระทิงส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตา น้ำมูก และน้ำลายไหลปะปนกันจนแยกไม่ออก เขากำลังจะแตกสลาย...ศักดิ์ศรีของนักรบมันไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปแล้วเมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้

"จะให้กูหยุดเหรอ?" ไพลินแสร้งทำเสียงประหลาดใจ "ได้สิ...กูหยุดให้ก็ได้...แต่มีข้อแม้นะ...มึงต้องบอกกูมา...ที่ตั้งเหมืองแร่...อยู่ที่ไหน?"

ความเงียบเข้าครอบงำห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของกระทิงและเสียงครางแผ่วๆ ของเขาเท่านั้น ลูกกลิ้งหนามหยุดหมุนแล้ว แต่ยังคงกดทับอยู่บนพวงไข่ของเขา หนามแหลมๆ ยังคงทิ่มแทงเนื้อของเขาอยู่ สร้างความเจ็บปวดที่รอวันปะทุขึ้นมาอีกครั้ง กระทิงหลับตาลง...ในหัวของเขาว่างเปล่า...ความหยิ่งทะนงที่เคยมีมันมอดไหม้ไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความต้องการที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้เท่านั้น...เขาพ่ายแพ้แล้ว...พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งร่างกายและจิตใจ

เขาลืมตาขึ้นช้าๆ มองสบตาไพลินด้วยแววตาที่ว่างเปล่า...และยอมจำนน...

"ผม...ผมจะบอก..." เขาพูดด้วยเสียงที่แหบโหยและสั่นเครือ "ผมจะบอกทุกอย่าง...ได้โปรด...เอาไอ้นั่น...ออกจากไข่ผมที..."

รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไพลินอย่างเต็มรูปแบบ "ดีมาก...เด็กดี...ในที่สุดมึงก็ฉลาดขึ้นมาบ้าง" เธอพูดพลางสั่งให้แขนกลยกตัวขึ้นอย่างช้าๆ

ทันทีที่ลูกกลิ้งหนามถูกยกออกไป ความรู้สึกโล่งอกอย่างมหาศาลก็แล่นไปทั่วร่างของกระทิง แต่ในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง พวงไข่ของเขารู้สึกเหมือนกำลังลุกเป็นไฟ มันบวมเป่งและร้อนผ่าวจนเขารู้สึกได้ถึงไอร้อนที่ระอุออกมา เขานอนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ...แต่ในที่สุด...มันก็จบลงแล้ว...หรืออย่างน้อยเขาก็คิดว่าอย่างนั้น

กระทิงเริ่มคายข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งของเหมืองแร่สำคัญออกมาอย่างละเอียด บอกทุกพิกัด ทุกเส้นทาง ทุกระบบป้องกันที่เขารู้...เขาไม่เหลืออะไรให้ปิดบังอีกต่อไปแล้ว ศักดิ์ศรีของเขาถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของไพลินไปแล้ว

หลังจากที่ได้ข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการแล้ว ไพลินก็ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอมองดูสภาพอันน่าสมเพชของกระทิงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ดีมาก...มึงให้ความร่วมมือดีมาก" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบสนิท "แต่...กูยังไม่พอใจว่ะ"

กระทิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณ...คุณหมายความว่ายังไง? ผมบอกคุณหมดแล้ว! คุณสัญญาแล้วว่าจะหยุด!"

"กูสัญญาว่าจะเอาลูกกลิ้งหนามออก...ซึ่งกูก็ทำแล้ว" ไพลินยิ้มอย่างมีเลศนัย "แต่กูไม่เคยบอกว่าจะปล่อยมึงไป...มึงทำลายความไว้วางใจของกูด้วยการปากแข็งตั้งแต่แรก...ดังนั้น...มึงต้องโดนลงโทษ" เธอเดินกลับไปที่แผงควบคุมอีกครั้ง "และไหนๆ มึงก็คายออกมาหมดเปลือกแล้ว...เรามาเล่นอะไรสนุกๆ เป็นการปิดท้ายกันดีกว่า...ถือซะว่าเป็น 'รางวัล' สำหรับความร่วมมือของมึงก็แล้วกัน"

"ไม่! ไม่! ได้โปรด! อย่าทำอะไรผมอีกเลย!" กระทิงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง แต่เสียงของเขาไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง

ไพลินไม่สนใจคำอ้อนวอนของเขา เธอตั้งโปรแกรมใหม่ด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่กระทิงเคยเห็น "โปรแกรม 'ล้างบางอสุจิ'...เริ่มทำงาน!"

แขนกลอันใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเคลื่อนตัวออกมาจากเพดาน มันเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายถ้วยแก้วใสขนาดพอดีกับแท่งควยของเขา ที่ปลายสุดของถ้วยนั้นมีท่อเล็กๆ ต่อเชื่อมไปยังเครื่องจักรอีกตัวหนึ่ง แขนกลเคลื่อนตัวมาครอบแท่งควยที่ยังคงกึ่งแข็งกึ่งอ่อนของเขาเอาไว้จนมิดด้าม ก่อนที่เครื่องจักรจะเริ่มทำงาน...มันเริ่มสั่น...

"อ๊าาาาาาาาา!" กระทิงร้องออกมาด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความเจ็บปวด...แต่มันก็ไม่ใช่ความสุขสม มันเป็นความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงและบีบคั้นอย่างน่าทรมาน ถ้วยแก้วสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูง กระตุ้นทุกเส้นประสาทบนแท่งควยของเขาพร้อมๆ กัน มันบีบรัดและรูดรึงเป็นจังหวะ บังคับให้ร่างกายของเขากระตุกไปตามแรงสั่นสะเทือน ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างกาย ปะปนไปกับความเจ็บปวดแสบร้อนที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ที่พวงไข่ของเขา มันเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งและน่าสับสนที่สุด เขาทั้งเจ็บปวดและเสียวซ่านไปพร้อมๆ กัน มันคือการทรมานรูปแบบใหม่ที่โจมตีทั้งร่างกายและจิตใจของเขาไปพร้อมกัน

"เป็นไงล่ะ...รู้สึกดีมั้ย?" ไพลินถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน "ร่างกายของมึงมันซื่อสัตย์ดีนะ...ปากบอกไม่...แต่ควยมึงนี่สั่นสู้เลยนะ...ดูสิ...น้ำเงี่ยนมึงเริ่มซึมออกมาแล้ว"

กระทิงก้มลงมอง...และก็เห็นอย่างที่เธอบอกจริงๆ ปลายดุ้นของเขามีน้ำใสๆ ไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนผนังแก้วด้านใน ร่างกายของเขากำลังทรยศเขาอย่างน่าอับอายที่สุด เขาพยายามจะขัดขืน...พยายามจะกลั้น...แต่เขาไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีกต่อไปแล้ว เครื่องจักรมันควบคุมร่างกายของเขาโดยสมบูรณ์

"ปล่อยมันออกมา...กระทิง...ปล่อยมันออกมาให้หมด" เสียงของไพลินเหมือนเสียงกระซิบของปิศาจ "แตกออกมาให้กูดูสิ...แตกคาทั้งๆ ที่ไข่มึงยังเจ็บปวดอยู่แบบนี้แหละ...ให้มันเป็นภาพสุดท้ายที่มึงจะจดจำ...ว่ามึงพ่ายแพ้ให้กูอย่างสมบูรณ์แบบแค่ไหน"

และแล้ว...เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป...ร่างกายของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างบ้าคลั่ง...

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาห์!"

กระทิงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บสาหัส ร่างกายของเขาแอ่นโค้งขึ้นจากเตียง ก่อนที่น้ำควยสีขาวขุ่นจะพุ่งทะลักออกมาจากปลายดุ้นของเขาเป็นสาย มันพุ่งกระฉูดเข้าไปในถ้วยแก้วจนเต็ม พุ่งแล้วพุ่งอีก...ราวกับว่ามันถูกกักเก็บมานานแสนนาน ร่างกายของเขากระตุกอย่างต่อเนื่องจนหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงโลหะอย่างอ่อนระทวย...สติของเขาดับวูบไป...พร้อมกับหยดสุดท้ายของศักดิ์ศรีความเป็นชายที่ไหลออกมาจนหมดสิ้น...ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่เปลือยเปล่าและน่าสมเพช...และเสียงหัวเราะอย่างสะใจของไพลินที่ดังก้องอยู่ในความมืดมิดนั้น...การแสดง...ยังอีกยาวไกลนัก...

ตอนที่ 4

จุดจบสมรภูมิพวงไข่

จ่าสิบเอก โจนาห์ สโตน ยืนตระหง่านอยู่หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายภาพยุทธวิธี ใบหน้ากร้านแดดที่เคยเรียบเฉยของเขา บัดนี้ฉายแวววิตกกังวลที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในทุกนาทีที่ผ่านไปโดยไร้ซึ่งการติดต่อใดๆ จากหน่วยลาดตระเวนของไคล์ ในวัยสี่สิบสามปี โจนาห์คือศูนย์รวมของทุกสิ่งที่อารยธรรมชายชาตรีเทิดทูนและยกย่องในตัวผู้นำทหาร เขาสูงตระหง่านถึงหกฟุตห้านิ้ว ร่างกายมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งหินผา ประดับประดาด้วยรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนซึ่งเป็นดั่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวการเอาชีวิตรอดจากสมรภูมินองเลือดมานับครั้งไม่ถ้วนด้วยพละกำลังทางกายภาพอันบริสุทธิ์ ลำคอที่หนาปั้กราวกับท่อนซุงของเขาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขณะที่สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังแผนที่ป่าทึบที่ไคล์และหน่วยของเขาหายตัวไป มือข้างหนึ่งที่ใหญ่และหยาบกร้านของเขากำแน่นจนเป็นกำปั้นที่ดูราวกับว่าสามารถบดขยี้แผ่นเหล็กให้แหลกคามือได้ กลิ่นอายของฮอร์โมนเพศชายที่เข้มข้นจนแทบจับต้องได้อบอวลอยู่ในอากาศที่อับชื้นและร้อนระอุของบังเกอร์บัญชาการใต้ดินแห่งนี้ มันคือกลิ่นของเหงื่อ กลิ่นของความเครียด และกลิ่นของความเป็นชายที่พร้อมจะระเบิดออกเป็นความรุนแรงได้ทุกเมื่อ เสียงแหบห้าวอันทรงอำนาจของโจนาห์ ซึ่งเป็นเสียงของบุรุษผู้คุ้นเคยกับการได้รับความเคารพและการเชื่อฟังอย่าง безоговорочно ดังก้องขึ้นเป็นระยะๆ ขณะที่เขาสั่งการนายทหารใต้บังคับบัญชาที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเขาด้วยความแม่นยำเฉียบขาดแบบทหารอาชีพ ทุกคำพูดของเขาหนักแน่นและเด็ดขาด ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้งหรือตั้งคำถามใดๆ ทั้งสิ้น

สิบสองชั่วโมงเต็มหลังจากที่ไคล์และหน่วยของเขาควรจะกลับมาถึงฐาน การยืนยันข่าวร้ายก็มาถึงผ่านช่องทางการสื่อสารที่เข้ารหัสลับขั้นสูงสุด ความเงียบงันทางวิทยุโดยสิ้นเชิงจากเขตลาดตระเวนที่ยอดฝีมือด้านการลาดตระเวนที่ดีที่สุดของพวกเขาปฏิบัติการอยู่ มันคือความเงียบที่น่าขนลุก เป็นสัญญาณที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กล้ามเนื้อขากรรไกรของโจนาห์บดเข้าหากันอย่างรุนแรงภายใต้ผิวหนังที่ปกคลุมด้วยหนวดเคราครึ้ม ขณะที่รายงานข่าวกรองฉบับล่าสุดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ระบุรายละเอียดของการขาดการติดต่อใดๆ จากตำแหน่งของไคล์อย่างสิ้นเชิง แผงอกที่ใหญ่โตมโหฬารของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่พยายามควบคุมอย่างหนัก ซึ่งแทบจะไม่สามารถสะกดกลั้นคลื่นแห่งความเดือดดาลที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงภายในร่างกายที่กำยำดั่งรูปสลักของเขาได้ สถานการณ์ทางยุทธวิธีเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และมันก็เป็นภาพที่น่าสยดสยอง—ไคล์, นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา, ไม่ว่าจะถูกกำจัดทิ้งหรือถูกจับเป็นเชลยโดยกองกำลังของพวกผู้หญิง, พวกมันที่มีความสามารถทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเกินกว่าที่อารยธรรมชายจะสามารถเทียบเคียงได้ นิ้วมือที่หนาและแข็งแรงของโจนาห์ลากไปบนแผนที่ดิจิทัลอย่างช้าๆ เพื่อระบุตำแหน่งของเหมืองแร่สำคัญที่ไคล์ได้รับมอบหมายให้ไปลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย นัยสำคัญของการถูกจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เชิงกลยุทธ์ระดับนั้นส่งความหวาดกลัวอันเยียบเย็นแล่นปราดไปทั่วระบบประสาทที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชนของเขา ถ้าพวกมันได้ข้อมูลนั้นไป... มันคือหายนะ

ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังจากยืนยันการหายตัวไปของไคล์ โจนาห์ก็ได้ระดมพล "ทีมอัลฟ่าสไตรค์" ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษที่ประกอบด้วยนักรบชั้นยอดที่สุดสิบสองคนที่อารยธรรมชายสามารถจะจัดหาได้สำหรับการปฏิบัติการฉุกเฉินระดับนี้ ชายแต่ละคนในหน่วยนี้คือตัวแทนของจุดสูงสุดแห่งพัฒนาการทางกายภาพของบุรุษเพศ ร่างกายของพวกเขาถูกปั้นแต่งและหล่อหลอมผ่านการฝึกฝนอย่างโหดร้ายทารุณและประสบการณ์การต่อสู้จริงนานหลายปีที่เปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นอาวุธมีชีวิตที่เดินได้ หัวหน้าทีม, จ่าสิบเอก ค้อน แฮร์ริสัน, สูงตระหง่านหกฟุตสี่นิ้ว แขนแต่ละข้างของเขาใหญ่โตราวกับลำต้นของต้นโอ๊คโบราณโผล่ออกมาจากแขนเสื้อของชุดเกราะยุทธวิธี ศีรษะที่โล้นเลี่ยนของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสะเก็ดระเบิดซึ่งอาจคร่าชีวิตชายที่อ่อนแอกว่านี้ไปแล้ว ข้างๆ เขาคือพลทหาร ถัง โรดริเกซ, ชายผู้แบกรับน้ำหนักตัวสองร้อยยี่สิบปอนด์ที่เป็นกล้ามเนื้อล้วนๆ บนร่างกายที่กำยำล่ำสัน ขาที่หนาทึบของเขาสามารถแบกยุทโธปกรณ์หนักๆ เดินเท้าข้ามภูมิประเทศที่ทุรกันดารได้หลายวันโดยไม่หยุดพัก และอีกคนคือพลทหาร กระทิง ทอมป์สัน, ไหล่ที่กว้างใหญ่ของเขารับกับชุดเกราะได้อย่างพอดีจนแทบปริ ลำคอที่แข็งแกร่งของเขารองรับศีรษะที่เคยรับแรงกระแทกมานับไม่ถ้วนโดยไม่เคยแสดงอาการเสียหายใดๆ เลยแม้แต่น้อย

นักรบที่เหลืออีกเก้าคนก็มีรูปร่างลักษณะที่น่าเกรงขามไม่ต่างกัน—แต่ละคนถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันเพื่อความแข็งแกร่ง ความอดทน และความดุดันก้าวร้าวขั้นสูงสุด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่อารยธรรมชายให้คุณค่ามากกว่าความซับซ้อนทางยุทธวิธีหรือกลอุบายที่กองกำลังของพวกผู้หญิงดูเหมือนจะมีอยู่อย่างเหลือเฟือ การบรรยายสรุปภารกิจในห้องประชุมที่อับทึบเผยให้เห็นความจริงอันโหดร้ายของสถานการณ์ที่พวกเขาเผชิญหน้าอยู่: การถูกจับตัวไปของไคล์อาจหมายความว่ากองกำลังหญิงได้ครอบครองข้อมูลข่าวกรองโดยละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งและระบบป้องกันของเหมืองแร่ที่ทั้งสองอารยธรรมต้องการอย่างยิ่งยวดสำหรับการทำสงครามต่อไป เสียงแหบห้าวของโจนาห์แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่และเย็นชาขณะที่เขาอธิบายเป้าหมายสองประการของพวกเขา—หนึ่ง, เข้ายึดและรักษาความปลอดภัยของเหมืองแร่ก่อนที่กองกำลังหญิงจะสามารถนำข้อมูลที่อาจรีดเค้นไปจากไคล์มาใช้ประโยชน์ได้ และสอง, พยายามปฏิบัติการช่วยเหลือหากสหายร่วมรบของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ เหล่าผู้นำกลุ่มแลกเปลี่ยนสายตาที่หนักแน่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความสำคัญอย่างยิ่งยวดของภารกิจนี้ ความล้มเหลวไม่ได้เป็นทางเลือก มันอาจหมายถึงความพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาดสำหรับอารยธรรมทั้งหมดของพวกเขาในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายศตวรรษซึ่งเป็นตัวกำหนดการดำรงอยู่ของพวกเขา

ทีมอัลฟ่าสไตรค์เคลื่อนพลผ่านแนวป่าทึบด้วยความมั่นใจอันหยิ่งผยองที่เกิดจากความเชื่อมั่นในความเหนือกว่าทางกายภาพของตนเองอย่างสมบูรณ์ ร่างกายที่แข็งแกร่งและทรงพลังของพวกเขาสามารถฝ่าฟันพงไพรและพืชพรรณที่หนาทึบซึ่งอาจขัดขวางคนธรรมดาให้หยุดนิ่งได้อย่างง่ายดาย ค้อน, ด้วยประสบการณ์ทางยุทธวิธีอันโชกโชน, ทำหน้าที่นำทางในฐานะหัวหอกของทีม เขาใช้ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมราวกับสัตว์ป่าในการสอดแนมหาภัยคุกคาม ขณะที่ร่างกายมหึมาของเขาทำหน้าที่เป็นดั่งรถไถที่แผ้วถางเส้นทางให้กับทีมที่ตามมาข้างหลัง ถังหายใจหอบหนักจนเกิดเป็นไอน้ำที่มองเห็นได้ในอากาศที่เย็นชื้นของป่ายามเช้า ขณะที่เขาแบกสัมภาระกระสุนเพิ่มเติมจำนวนมหาศาลไว้บนไหล่ที่กว้างเป็นวาของเขา กระทิงใช้ขาที่แข็งแกร่งราวกับเสาหินของเขาก้าวเดินอย่างมั่นคงและหนักแน่นเพื่อรักษาตำแหน่งระวังหลัง ร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับกระทิงเปลี่ยวของเขาพร้อมที่จะหันกลับและเข้าปะทะต่อสู้ทันทีที่เห็นสัญญาณแรกของการเผชิญหน้ากับศัตรู การเคลื่อนที่ของทีมสร้างเสียงดังพอสมควร แม้ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างที่สุดที่จะซ่อนตัวก็ตาม เสียงรองเท้าคอมแบตหนักๆ เหยียบย่ำพุ่มไม้และกิ่งไม้แห้งจนแหลกลาญ เสียงกระทบกันของอุปกรณ์ยุทธวิธีกับร่างกายที่กำยำล่ำสัน และเสียงหายใจหอบหนักจากกลุ่มชายฉกรรจ์ที่คุ้นเคยกับการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยกำลังดิบที่ท่วมท้นมากกว่าเทคนิคการแทรกซึมที่แนบเนียนและเงียบเชียบ

ป่ารอบตัวดูเงียบสงัดผิดปกติขณะที่พวกเขารุกคืบเข้าไปในพื้นที่ที่หน่วยข่าวกรองระบุว่าเป็นเขตอิทธิพลและควบคุมของพวกผู้หญิง สัญชาตญาณการต่อสู้ของค้อนที่ถูกขัดเกลามานานหลายปีเริ่มตรวจจับความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ในสภาพแวดล้อมได้—เสียงนกและแมลงในป่าน้อยเกินไปอย่างน่าประหลาดใจ พืชพรรณบางแห่งดูราวกับถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบมากเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือเสียงหึ่งๆ ต่ำๆ คล้ายเสียงของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดูเหมือนจะดังแว่วมาจากทุกทิศทุกทาง, จากต้นไม้, จากพื้นดิน, จากอากาศ มือที่ใหญ่โตของเขากำด้ามปืนไรเฟิลจู่โจมอย่างแน่นหนาขึ้นขณะที่ความรู้สึกหวาดระแวงค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชนของเขา ถังใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากหน้าผากของเขา แม้ว่าอากาศจะเย็นยะเยือกก็ตาม การตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายเริ่มทำงานเมื่อสัญญาณต่างๆ จากสภาพแวดล้อมบ่งชี้ว่าพวกเขากำลังเดินดุ่มๆ เข้าไปในกับดักหรือตำแหน่งซุ่มโจมตีที่ถูกเตรียมการเอาไว้อย่างรอบคอบและแยบยล การสนทนาทางวิทยุในช่องทางยุทธวิธีของทีมลดลงจนเงียบสนิท เมื่อนักรบแต่ละคนเริ่มมุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การตรวจจับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ความหยิ่งทะนงในความเป็นชายของพวกเขาทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากแสดงความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่พวกเขายังไม่สามารถระบุหรือประเมินได้ผ่านการเผชิญหน้าทางกายภาพโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่พวกเขารู้จัก

สายเคเบิลคาร์บอนไฟเบอร์ที่บางเฉียบจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าถูกขึงพาดไปทั่วพื้นป่าในระดับความสูงที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำให้ตรงกับระดับข้อเท้าของชายร่างสูงพอดี วิศวกรรมอันซับซ้อนของมันนั้นอยู่ในระดับที่ประสาทสัมผัสของนักรบผู้ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อการต่อสู้แบบดั้งเดิมกับคู่ต่อสู้ที่เป็นมนุษย์ด้วยกันไม่สามารถตรวจจับได้โดยสิ้นเชิง พลทหารเจน ซึ่งเคลื่อนที่อยู่ในตำแหน่งที่สองของขบวน รู้สึกถึงแรงต้านเพียงชั่วครู่ที่ปลายรองเท้าบูทของเขาก่อนที่กลไกมรณะนั้นจะทำงานด้วยความแม่นยำดุจเครื่องจักร ตัวกระแทกบุนวมที่ขับเคลื่อนด้วยสปริงแรงสูงดีดตัวออกมาจากที่ซ่อนบนพื้นดินด้วยความเร็วที่รุนแรงจนตาตามไม่ทัน วิถีของมันถูกคำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบให้ตัดกับกายวิภาคของเพศชายในมุมปะทะที่เหมาะสมที่สุดเพื่อสร้างความเจ็บปวดสูงสุด ดวงตาของเจนมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่จะเบิกกว้างด้วยความตระหนกและจำได้ลางๆ ถึงรายงานการข่าวเกี่ยวกับอาวุธชนิดใหม่ของศัตรู ก่อนที่ตัวกระแทกที่มีน้ำหนักถ่วงนั้นจะพุ่งเข้าใส่พวงไข่ของเขาอย่างจังด้วยความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสะพรึงกลัว แผ่นรองที่หุ้มตัวกระแทกถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มการถ่ายโอนแรงกระแทกให้สูงสุดในขณะที่ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจถึงแก่ชีวิต เสียงกรีดร้องโหยหวนของเขาดังลั่นก้องไปทั่วป่าที่เงียบสงัด มันเป็นเสียงร้องที่แหลมสูงและผิดเพศอย่างน่าสมเพช ในขณะที่ความเจ็บปวดอันท่วมท้นที่ไม่อาจจินตนาการได้ระเบิดขึ้นในระบบประสาทส่วนกลางของเขา ร่างกายที่ใหญ่โตของเขากระแทกลงกับพื้นป่าในท่าขดตัวงอเป็นกุ้งตามสัญชาตญาณ มือทั้งสองข้างกุมเป้ากางเกงของตัวเองไว้แน่นราวกับจะปกป้องสิ่งที่แตกสลายไปแล้ว

ค้อนหันขวับไปหาเพื่อนร่วมรบที่ล้มลงทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง เขายกปืนไรเฟิลจู่โจมขึ้นประทับบ่าตามการฝึกฝนการต่อสู้เพื่อระบุตัวภัยคุกคามที่ทำให้เจนต้องออกจากขบวนรบ แต่ภาพที่เขาเห็นนั้นขัดกับตรรกะทางทหารทั่วไปที่เขาเคยเรียนรู้มาทั้งหมด—เจนกำลังดิ้นรนทุรนทุรายอยู่บนพื้นดิน มือทั้งสองข้างของเขากุมเป้ากางเกงของตัวเองเพื่อปกป้องอย่างสิ้นหวัง ขณะที่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่ฟังดูไม่เหมือนเสียงมนุษย์ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา ถังรีบวิ่งเข้าไปเพื่อให้การช่วยเหลือทางการแพทย์ตามสัญชาตญาณ นิ้วมือที่หนาและหยาบกร้านของเขาคลำหาร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ทั่วไปอย่างการถูกยิงหรือถูกแทง แต่กลับมองข้ามระบบเล็งเป้าหมายที่ซับซ้อนซึ่งทำให้เพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่งของพวกเขากลายเป็นเด็กทารกที่ร้องไห้ฟูมฟายไปในพริบตา กระทิงสแกนสายตาไปตามยอดไม้อย่างหวาดระแวง แต่ไม่พบสิ่งใดที่คล้ายกับตำแหน่งซุ่มยิงหรือระบบอาวุธของศัตรูแบบดั้งเดิมเลยแม้แต่น้อย ผลกระทบทางจิตวิทยาเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทีมอัลฟ่าสไตรค์อย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาเริ่มตระหนักว่ากำลังเผชิญหน้ากับสงครามทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนทางชีววิทยาของเพศชายโดยเฉพาะ เสียงครวญครางอย่างน่าเวทนาของเจนเป็นเครื่องเตือนใจอย่างชัดเจนว่าความเหนือกว่าทางกายภาพอันน่าภาคภูมิใจของพวกเขานั้นไม่มีความหมายอะไรเลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มุ่งเป้าโจมตีมาที่จุดอ่อนทางกายวิภาคที่บอบบางและเจ็บปวดที่สุดของพวกเขา...พวงไข่ของพวกเขา

การประเมินสถานการณ์ทางยุทธวิธีอย่างรวดเร็วของค้อนเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเจน ทำให้ทีมอัลฟ่าสไตรค์ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่โดยทันที เนื่องจากความจริงอันน่าสะพรึงกลัวของสถานการณ์นั้นไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ทีมได้ตั้งแนวป้องกันเป็นวงกลมรอบเพื่อนร่วมรบที่บาดเจ็บ ขณะที่สายตาอันชำนาญของค้อนสอดส่องสำรวจพื้นป่าเบื้องหน้าอย่างละเอียดลออเพื่อหาอุปกรณ์ดักจับเพิ่มเติมที่อาจซ่อนอยู่ ถัง, ซึ่งมีความรู้ทางการแพทย์เบื้องต้น, กลับพบว่าตัวเองไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเฉพาะทางของเจน—มันคือการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่อัณฑะ ซึ่งทำให้เขายังคงมีสติอยู่แต่ก็เหมือนหมดสติไปแล้วจากความเจ็บปวดที่รุนแรงจนทำให้คลื่นไส้และหน้ามืด กระทิงรู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านเล็กน้อยที่แล่นผ่านร่างกายของเขาเมื่อตระหนักว่าร่างกายที่เขาภาคภูมิใจนักหนา, ร่างกายที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิตให้แข็งแกร่ง, บัดนี้กลับกลายเป็นเป้าหมายที่ฝ่ายศัตรูสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าเขาจะมีพละกำลังหรือทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่าเพียงใดก็ตาม สงครามจิตวิทยานี้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพร้ายกาจพอๆ กับความเสียหายทางกายภาพที่มันก่อขึ้น นักรบแต่ละคนเริ่มตระหนักถึงความเปราะบางของตนเองในแบบที่การฝึกต่อสู้แบบดั้งเดิมมานานหลายสิบปีไม่เคยเตรียมพวกเขาให้พร้อมรับมือได้เลย

การเคลื่อนที่ผ่านป่ากลายเป็นกระบวนการที่เชื่องช้าและตึงเครียดอย่างเจ็บปวด เพราะแต่ละก้าวที่ย่างไปข้างหน้าต้องมีการตรวจสอบพื้นดินอย่างระมัดระวังและถี่ถ้วน ความเชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีของค้อนถูกทดสอบถึงขีดสุดเมื่อต้องเผชิญกับศัตรูที่ต่อสู้ด้วยความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีมากกว่าการเผชิญหน้ากันซึ่งๆ หน้า ร่างกายที่กำยำของเขาตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาขณะที่เขากวาดสายตาสำรวจหาตำแหน่งกับดักที่เป็นไปได้ เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นบนหน้าผากของเขาแม้จะมีประสบการณ์การต่อสู้มาหลายปีที่ควรจะเตรียมเขาให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ในสนามรบทุกรูปแบบก็ตาม การหายใจของถังหนักหน่วงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากความเครียดจากการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องรวมกับความต้องการทางกายภาพในการแบกน้ำหนักของเจนที่กึ่งหมดสติข้ามภูมิประเทศที่ขรุขระและยากลำบาก เสียงครางเป็นครั้งคราวของนักรบผู้บาดเจ็บเป็นเครื่องเตือนใจอย่างต่อเนื่องถึงชะตากรรมที่รอคอยสมาชิกในทีมคนใดก็ตามที่ล้มเหลวในการตรวจจับระบบกำหนดเป้าหมายที่ซับซ้อนซึ่งซ่อนอยู่ทั่วดินแดนที่พวกผู้หญิงควบคุม ความคืบหน้าในการเดินทางไปสู่เป้าหมายช้าลงอย่างมากเนื่องจากความเป็นชายของพวกเขาได้กลายเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดในสงครามรูปแบบใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนทางชีวภาพมากกว่าการทดสอบความแข็งแกร่งทางกายภาพ

เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวขนาดจิ๋วที่ถูกฝังอยู่ทั่วพื้นป่าได้ติดตามการเคลื่อนไหวของทีมอัลฟ่าสไตรค์มานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว โดยใช้อัลกอริทึมที่ซับซ้อนในการคำนวณหาเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดโดยอิงจากค่าความร้อนของร่างกายและรูปแบบการเคลื่อนไหว สัญชาตญาณทางยุทธวิธีของค้อนส่งเสียงเตือนภัยดังลั่นในหัวเมื่อดวงตาที่เชี่ยวชาญของเขาตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อยบนพื้นป่าข้างหน้า แต่ความภาคภูมิใจของนักรบและแรงกดดันของภารกิจทำให้เขาไม่กล้าที่จะสั่งถอยทัพทั้งหมดในเมื่อภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น และนั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ กับดักระเบิดทำงานพร้อมกันในทันทีที่ทีมก้าวเข้าสู่เขตสังหารที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ท่อปล่อยหลายสิบท่อโผล่ออกมาจากตำแหน่งที่พรางตัวไว้อย่างแนบเนียนด้วยความแม่นยำทางกลไก กระสุนโฟมชนิดพิเศษพุ่งออกมาจากที่ซ่อนตามวิถีที่คำนวณไว้ล่วงหน้าเพื่อโจมตีบริเวณขาหนีบของเป้าหมาย แม้ว่าเหล่านักรบจะพยายามหลบหลีกอย่างสุดชีวิตก็ตาม ค้อนกระโดดหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณขณะที่กระสุนความเร็วต่ำแต่มีแรงปะทะสูงลูกหนึ่งพุ่งผ่านตำแหน่งเดิมของเขาไปอย่างฉิวเฉียด แต่ระบบกำหนดเป้าหมายได้ปรับวิถีของกระสุนลูกอื่นๆ ตามการเคลื่อนไหวป้องกันของเขาด้วยความเร็วทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ไม่สามารถเทียบได้เลย

ร่างกายที่ใหญ่โตของถังทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กระสุนโฟมติดตามการเคลื่อนไหวของเขาด้วยความแม่นยำระดับดาวเทียม การโจมตีหลายครั้งพุ่งเข้าใส่กางเกงรบของเขาในมุมที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ กระสุนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อบีบอัดอัณฑะของเขากับกระดูกเชิงกรานอย่างรุนแรงผ่านเนื้อผ้า การโจมตีแต่ละครั้งส่งคลื่นความเจ็บปวดที่แหลมคมแล่นไปทั่วระบบประสาทของเขา ทำให้ร่างกายหนักกว่าสองร้อยปอนด์ของเขาสะดุดและเซถลาไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ใกล้เคียงอย่างแรง ร่างกายที่กำยำของกระทิงดูดซับการโจมตีโดยตรงหลายครั้งขณะที่เขาพยายามหาที่กำบัง เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของเขาดังก้องไปทั่วป่า ขณะที่ระบบกำหนดเป้าหมายที่ซับซ้อนใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของความเป็นชายของเขาด้วยความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าหวาดหวั่น การซุ่มโจมตีที่ประสานงานกันอย่างสมบูรณ์แบบนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ผลกระทบทางจิตวิทยานั้นร้ายแรงมหาศาล เมื่อทีมอัลฟ่าสไตรค์ตระหนักว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับศัตรูที่สามารถโจมตีส่วนที่บอบบางที่สุดของร่างกายพวกเขาได้จากตำแหน่งที่ซ่อนเร้น ซึ่งยุทธวิธีทางทหารแบบดั้งเดิมไม่สามารถรับมือได้เลย นักรบอีกสามคนกลายเป็นซากปรักหักพังที่น่าสมเพช พวกเขาคร่ำครวญและดิ้นรนอยู่บนพื้นป่าภายในเวลาไม่ถึงนาที

ค้อนใช้สมองที่ยังพอจะทำงานได้ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เริ่มแล่นริ้วๆ ขึ้นมาจากหว่างขาของเขา คิดวางแผนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของทีมเขาหมดสภาพจากการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังอวัยวะสืบพันธุ์โดยเฉพาะ ประสบการณ์ทางการทหารหลายสิบปีของเขากรีดร้องให้เขาต้องปรับตัวเข้ากับสงครามรูปแบบใหม่ที่การฝึกฝนแบบเดิมๆ ไม่เคยคาดคิดมาก่อน นิ้วมือที่หนาและสั่นเทาของเขาทำงานอย่างเร่งรีบเพื่อดึงเสื้อผ้าสำรองออกมาจากกระเป๋าเป้สนามของเขา เขาพยายามสร้างเกราะป้องกันอย่างง่ายๆ รอบบริเวณขาหนีบโดยใช้เสื้อยืดสำรองหลายตัวและแผ่นรองกันกระแทกที่พอจะหาได้ ถังพยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่เจ็บปวดอย่างรุนแรงที่พวงไข่ของเขา สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขาเอาชนะความเจ็บปวดได้ชั่วขณะ ขณะที่เขาพันผ้าสำรองรอบเอวและหว่างขาของเขาอย่างสิ้นหวังเพื่อปกป้องส่วนที่อ่อนแอที่สุดของร่างกาย กระทิงใช้มือที่ใหญ่โตของเขารวบรวมก้อนหินเรียบๆ หลายก้อนจากพื้นป่า ความรู้พื้นฐานด้านวิศวกรรมการรบของเขาชี้ให้เห็นว่ามวลที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยเบี่ยงเบนหรือดูดซับแรงกระแทกจากการโจมตีด้วยกระสุนในอนาคตได้บ้าง สมาชิกที่เหลือของทีมอัลฟ่าสไตรค์ที่ยังคงมีสติอยู่ทำตามแบบอย่างของผู้นำของพวกเขาอย่างลนลาน พวกเขาสร้างเกราะป้องกันขาหนีบแบบชั่วคราวขึ้นมาโดยใช้สิ่งของใดๆ ก็ตามที่อุปกรณ์ทางยุทธวิธีของพวกเขาสามารถหาได้ในตอนนั้น

มาตรการป้องกันแบบชั่วคราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดโดยสิ้นเชิงในการคิดเชิงยุทธวิธีของผู้ชาย—นั่นคือการเน้นการตอบโต้มากกว่าการวางแผนล่วงหน้า, การเน้นการป้องกันทางกายภาพมากกว่าการแสวงหาความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีที่จะสามารถกำจัดภัยคุกคามได้ก่อนที่มันจะเป็นอันตรายเสียอีก ผ้าที่ใช้ป้องกันตัวของค้อนนั้นดูบอบบางและไม่เพียงพออย่างน่าสมเพชเมื่อเทียบกับร่างกายที่กำยำของเขา ขณะที่เขาทดสอบการปกคลุมนั้น ช่องว่างและจุดอ่อนต่างๆ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนด้วยสายตาที่ชำนาญของเขาเอง แผ่นรองเพิ่มเติมของถังทำให้เขารู้สึกอึดอัดและจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ให้การป้องกันที่น่าสงสัยอย่างยิ่งต่ออาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะมาตรการป้องกันแบบนี้โดยเฉพาะ กระทิงบรรจุก้อนหินลงในถุงผ้าอย่างมีประสิทธิภาพที่ดูน่าสิ้นหวัง นิ้วมือที่หนาของเขาทำงานอย่างงุ่มง่ามเพื่อสร้างการปกคลุมให้ได้มากที่สุดรอบๆ อวัยวะเพศชายที่ใหญ่โตของเขา ผลกระทบทางจิตวิทยาจากการที่ถูกบังคับให้ต้องใช้มาตรการป้องกันที่น่าอัปยศเช่นนี้ร้ายแรงพอๆ กับการถูกโจมตีทางกายภาพ เหล่านักรบผู้ภาคภูมิใจถูกลดทอนสถานะลงเหลือเพียงชายขี้ขลาดที่กำลังพยายามปกป้องอวัยวะที่ใกล้ชิดที่สุดของตนด้วยสิ่งกีดขวางแบบชั่วคราว ซึ่งแทบจะแน่นอนว่ามันจะพิสูจน์ได้ว่าไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของพวกผู้หญิง

กล้องสอดแนมขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ทั่วบริเวณป่าโดยรอบได้ส่งภาพความละเอียดสูงของการพยายามป้องกันตัวอย่างน่าสมเพชของหน่วยอัลฟ่าสไตรค์กลับไปยังศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่ของฝ่ายหญิงโดยตรง ที่นั่น, นักวิเคราะห์ทางยุทธวิธีหญิงกำลังสังเกตการณ์รูปแบบการตอบโต้ที่คาดเดาได้ง่ายของศัตรูด้วยความพึงพอใจอย่างมืออาชีพ เอ็มม่า, ผู้บัญชาการภาคสนาม, จ้องมองภาพข่าวกรองจากศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่ของเธอ ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอเป็นประกายด้วยความเฉียบแหลมขณะที่เธอสังเกตการณ์ความพยายามอย่างหยาบๆ และน่าขันของเหล่านักรบในการป้องกันอวัยวะเพศของพวกเขาผ่านระบบภาพขั้นสูง ผมสีน้ำตาลแดงของเธอสะท้อนแสงไฟจากจอแสดงผลทางยุทธวิธีขณะที่เธอก้มตัวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบการสแกนโดยละเอียดที่เผยให้เห็นช่องโหว่และจุดอ่อนทุกจุดในการป้องกันแบบชั่วคราวของพวกเขา ความสามารถในการมองทะลุของเครือข่ายเฝ้าระวังของฝ่ายหญิงสามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางที่เป็นผ้าได้อย่างง่ายดาย ทำแผนที่ตำแหน่งที่แน่นอนของพวงอัณฑะของนักรบแต่ละคนได้แม้ว่าพวกเขาจะพยายามปกปิดมันอย่างสุดชีวิตก็ตาม คอมพิวเตอร์ทางยุทธวิธีของฝ่ายหญิงคำนวณวิธีการกำหนดเป้าหมายที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ โดยอิงจากข้อมูลทางกายวิภาคแบบเรียลไทม์ที่เหล่านักรบชายไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ามีอยู่จริง

ระบบติดตามที่ซับซ้อนได้ติดตามทุกการเคลื่อนไหวขณะที่ทีมอัลฟ่าสไตรค์รุกคืบเข้าไปในดินแดนของฝ่ายหญิงอย่างช้าๆ ความเสียเปรียบทางเทคโนโลยีของพวกเขาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในทุกย่างก้าวที่เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น นิ้วเรียวยาวของเอ็มม่าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนหน้าจอโฮโลแกรมที่เปิดเผยข้อมูลสถิติชีพจร, ระดับความเครียด, และตำแหน่งที่แม่นยำของอวัยวะสืบพันธุ์ของนักรบแต่ละคนภายใต้สิ่งกีดขวางป้องกันแบบชั่วคราวของพวกเขา ทีมยุทธวิธีของเธอกำลังเตรียมแนวป้องกันสุดท้ายด้วยความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ บรรจุกระสุนนำวิถีด้วยสารประกอบที่ไวต่อแรงกระแทกซึ่งออกแบบมาเพื่อเจาะทะลวงช่องว่างในเสื้อผ้าป้องกันและส่งแรงกระแทกสูงสุดไปยังเป้าหมายที่เป็นอัณฑะโดยตรง ความเหนือกว่าทางกายภาพของนักรบชายไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อต้องเผชิญกับเทคโนโลยีการเฝ้าระวังที่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวและคาดการณ์การตอบสนองของพวกเขาด้วยความแม่นยำระดับอัลกอริทึม การเดินทัพอย่างสิ้นหวังของพวกเขาไปยังเหมืองแร่กำลังถูกตรวจสอบและคำนวณด้วยความแม่นยำแบบเดียวกับที่ใช้ในการนำทางขั้นตอนการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อน

สัญชาตญาณทางยุทธวิธีของค้อนเตือนเขาว่าการเข้าใกล้พื้นที่รอบฐานทัพของฝ่ายหญิงเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดของภารกิจ ประสบการณ์การรบของเขาบ่งชี้ว่ากองกำลังศัตรูจะมุ่งเน้นการป้องกันที่ซับซ้อนที่สุดไว้ที่จุดคอขวดทางยุทธศาสตร์ ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังราวกับนักล่า ในขณะที่สมาชิกที่เหลืออีกหกคนของทีมอัลฟ่าสไตรค์เคลื่อนที่ผ่านกิโลเมตรสุดท้ายไปยังเป้าหมายของพวกเขา แต่ละย่างก้าวอาจเป็นการกระตุ้นระบบอาวุธที่สามารถกำจัดพวกเขาได้จากระยะไกลเกินกว่าที่อาวุธธรรมดาจะตอบโต้ได้ เสียงหายใจที่หนักหน่วงของถังสะท้อนถึงความเครียดทางจิตใจจากการรุกคืบผ่านดินแดนที่กายวิภาคของความเป็นชายทำให้พวกเขากลายเป็นเป้าหมายสำหรับสงครามทางเทคโนโลยีที่การฝึกทหารของพวกเขาไม่เคยคาดการณ์ไว้มาก่อน มือขนาดใหญ่ของกระทิงกำปืนไรเฟิลจู่โจมของเขาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ขณะที่เขาสแกนหาภัยคุกคามที่อาจปรากฏขึ้นจากทุกทิศทางด้วยความเร็วของอิเล็กตรอน ป่าทั้งป่าดูเหมือนจะกำลังจับตามองพวกเขาผ่านเซ็นเซอร์ที่มองไม่เห็นซึ่งติดตามทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา

ทีมพลซุ่มยิงของเอ็มม่าได้ติดตั้งระบบ TB-12 “นัทแคร็กเกอร์” (Nutcracker) ไว้ที่ตำแหน่งการยิงที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งสามารถมองเห็นเส้นทางเข้าตีตามธรรมชาติที่หลักนิยมทางยุทธวิธีของฝ่ายชายจะต้องใช้ประโยชน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างการรุกคืบ ระบบกระสุนนำวิถีส่งเสียงหึ่งๆ ด้วยความพร้อมทางอิเล็กทรอนิกส์ในขณะที่คอมพิวเตอร์กำหนดเป้าหมายล็อกเข้ากับลายเซ็นความร้อนที่เปิดเผยตำแหน่งที่แน่นอนของอัณฑะของนักรบแต่ละคนภายใต้เกราะป้องกันชั่วคราวของพวกเขา ไมโครไจโรสโคปกำลังปรับเทียบเพื่อการปรับวิถีกระสุนระหว่างการบิน ในขณะที่เซ็นเซอร์ความร้อนกำลังทำแผนที่ความแปรผันของอุณหภูมิซึ่งจะนำทางกระสุนที่ไวต่อแรงกระแทกให้พุ่งผ่านช่องว่างในเสื้อผ้าป้องกันเข้าไป จอแสดงผลทางยุทธวิธีของเอ็มม่าเปิดเผยความแน่นอนทางคณิตศาสตร์ของโซลูชันการกำหนดเป้าหมายของพวกเขา—อัตราความแม่นยำ 99.7% ซึ่งทำให้นักรบชายที่กำลังเข้ามาใกล้กลายเป็นเพียงเป้าหมายเคลื่อนที่สำหรับการกำจัดอย่างเป็นระบบ ดวงตาสีเขียวของเธอเป็นประกายด้วยความพึงพอใจอย่างเลือดเย็นขณะที่เธอสังเกตการณ์ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนการปะทะ

ระบบ TB-12 ยิงพร้อมกันจากตำแหน่งที่ซ่อนอยู่หลายตำแหน่ง กระสุนนำวิถีถูกปล่อยออกมาด้วยความแม่นยำทางอิเล็กทรอนิกส์มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่มีช่องโหว่ทางกายวิภาคที่แน่นอนซึ่งถูกทำแผนที่ไว้แล้วผ่านเทคโนโลยีการเฝ้าระวังขั้นสูง สัญชาตญาณการต่อสู้ของค้อนรับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังเข้ามาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนนำวิถีลูกแรกจะปรับวิถีของมันกลางอากาศเพื่อชดเชยการเคลื่อนไหวป้องกันของเขา เจลที่ไวต่อแรงกระแทกแทรกซึมผ่านช่องว่างในเกราะป้องกันขาหนีบชั่วคราวของเขาด้วยความแม่นยำดุจการผ่าตัด มันแข็งตัวทันทีเมื่อสัมผัสเพื่อเพิ่มแรงบีบอัดของอัณฑะของเขากับกระดูกเชิงกรานให้สูงสุด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสนของเขาก้องกังวานไปทั่วป่า ขณะที่ความเจ็บปวดที่ท่วมท้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ระเบิดขึ้นในระบบประสาทของเขา ร่างกายมหึมาของเขากระแทกลงกับพื้นในอาการกระตุกเกร็งโดยไม่สมัครใจ ซึ่งเผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีการกำหนดเป้าหมายของฝ่ายหญิง ประสบการณ์การต่อสู้หลายปีไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาวุธที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนทางชีวภาพที่นิยามกายวิภาคของความเป็นชาย

ความพยายามอย่างสิ้นหวังของถังที่จะเข้าที่กำบังหลังลำต้นไม้พิสูจน์แล้วว่าไร้ผล เมื่อกระสุนนำวิถีโค้งไปรอบๆ สิ่งกีดขวางด้วยความแม่นยำที่นำทางด้วย GPS กระสุนหลายนัดพุ่งเข้าใส่เกราะป้องกันขาหนีบชั่วคราวของเขาด้วยแรงที่คำนวณมาอย่างดีเพื่อเจาะทะลวงสิ่งกีดขวางป้องกัน สารประกอบที่ไวต่อแรงกระแทกแข็งตัวทันทีเมื่อสัมผัสกับอัณฑะของเขา สร้างแรงกดทับที่บดขยี้ซึ่งเอาชนะขีดจำกัดความอดทนต่อความเจ็บปวดของเขาและส่งเขาให้ร่วงลงสู่ความหมดสติในทันที การพุ่งเข้าใส่ตำแหน่งของศัตรูอย่างบ้าคลั่งของกระทิงสิ้นสุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อกระสุนอัจฉริยะติดตามการเคลื่อนไหวของเขาและส่งการโจมตีที่ตรงเป้าหมายซึ่งลดทอนร่างกายมหึมาของเขาให้กลายเป็นก้อนเนื้อที่ดิ้นรนทุรนทุรายด้วยความเปราะบางของความเป็นชาย นักรบที่เหลือของทีมอัลฟ่าสไตรค์ล้มลงภายในไม่กี่วินาทีต่อมา ขณะที่ความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีได้กำจัดความได้เปรียบทางกายภาพของพวกเขาจนหมดสิ้นผ่านการใช้ประโยชน์จากความไวของอวัยวะสืบพันธุ์อย่างเป็นระบบ ภารกิจของพวกเขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงก่อนที่พวกเขาจะสามารถระบุตำแหน่งของเหมืองแร่ที่พวกเขาถูกส่งมาเพื่อรักษาความปลอดภัยได้เสียอีก

ระบบกระสุนนำวิถียังคงยิงต่อไปด้วยความแม่นยำอย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะที่สมาชิกแต่ละคนของทีมอัลฟ่าสไตรค์ยอมจำนนต่อการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังกายวิภาคที่บอบบางที่สุดของพวกเขา มาตรการป้องกันชั่วคราวของพวกเขาพิสูจน์แล้วว่าไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญกับกระสุนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเอาชนะสิ่งกีดขวางป้องกัน สติของค้อนเลือนลางลงเมื่อกระสุนหลายนัดเจาะทะลวงช่องว่างในเกราะป้องกันขาหนีบของเขาและส่งแรงกระแทกที่บดขยี้ไปยังอัณฑะที่บวมเป่งของเขา ความตระหนักรู้ทางยุทธวิธีของเขาสลายไปในคลื่นแห่งความเจ็บปวดที่น่าคลื่นไส้ซึ่งท่วมท้นระบบประสาทของเขา ร่างกายมหึมาของถังกระตุกเกร็งอยู่บนพื้นป่า ขณะที่เจลที่ไวต่อแรงกระแทกยังคงรักษาแรงกดทับที่บดขยี้ไว้กับอวัยวะสืบพันธุ์ของเขา สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขาถูกแทนที่ด้วยระดับความเจ็บปวดที่เกินขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์ เสียงคำรามอย่างสัตว์ป่าด้วยความเจ็บปวดของกระทิงค่อยๆ อ่อนลงเป็นเสียงครางแผ่วเบา ขณะที่ร่างกายของเขาเข้าสู่ภาวะช็อกจากการบาดเจ็บที่อัณฑะซึ่งลดทอนเขาจากนักรบชั้นยอดให้กลายเป็นเหยื่อที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

ผลกระทบทางจิตวิทยาของความพ่ายแพ้อย่างเป็นระบบแผ่ซ่านไปทั่วทีมอัลฟ่าสไตรค์ ในขณะที่สติหลุดลอยไปจากนักรบแต่ละคนตามลำดับ ความภาคภูมิใจในความเป็นชายของพวกเขาแตกสลายไม่มีชิ้นดีจากสงครามทางเทคโนโลยีที่ทำให้ความเหนือกว่าทางกายภาพของพวกเขากลายเป็นสิ่งไร้ค่าโดยสิ้นเชิง พลทหารวิลเลียมส์สามารถเปล่งเสียงสบถอย่างท้าทายออกมาเป็นครั้งสุดท้ายได้ก่อนที่กระสุนนำวิถีจะพบช่องว่างในการป้องกันของเขาและส่งการโจมตีที่ตรงเป้าหมายซึ่งส่งเขาให้กระแทกลงสู่ความหมดสติเคียงข้างสหายที่ล้มลงของเขา วิทยุทางยุทธวิธีของจ่าปีเตอร์สันส่งเสียงร้องขอการสนับสนุนอย่างสิ้นหวังจนกระทั่งกระสุนที่ไวต่อแรงกระแทกบีบอัดอัณฑะของเขาด้วยแรงมหาศาลจนเขาสูญเสียความสามารถในการพูดอย่างสอดคล้องกัน พื้นป่าบัดนี้เกลื่อนกลาดไปด้วยร่างที่หมดสติของเหล่านักรบที่เก่งกาจที่สุดของอารยธรรมชาย ร่างกายมหึมาของพวกเขาถูกลดทอนให้เหลือเพียงความเปราะบางที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยอาวุธที่ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนทางชีวภาพแทนที่จะทดสอบความแข็งแกร่งทางกายภาพ ความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีของฝ่ายหญิงได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีการบาดเจ็บล้มตายแม้แต่คนเดียวในกองกำลังของตน

เอ็มม่าก้าวออกมาจากตำแหน่งที่ซ่อนตัวของเธอด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างามของบุคคลที่การวางแผนทางยุทธวิธีของตนได้บรรลุผลสำเร็จอย่างไม่มีที่ติ ชุดเกราะยุทธวิธีที่รัดรูปของเธอเน้นให้เห็นถึงสรีระที่แข็งแรงและเป็นผู้หญิงซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเหนือกว่ากำลังดิบแบบผู้ชาย ดวงตาสีเขียวของเธอสำรวจร่างที่กระจัดกระจายของทีมอัลฟ่าสไตรค์ด้วยความพึงพอใจอย่างมืออาชีพ เธอสังเกตเห็นว่าตำแหน่งที่หมดสติของนักรบแต่ละคนนั้นเผยให้เห็นถึงการปกป้องตามสัญชาตญาณของกายวิภาคส่วนสืบพันธุ์ที่เสียหายแม้จะอยู่ในภาวะไร้สติก็ตาม ร่างกายมหึมาของค้อนขดตัวอยู่ในท่าทารกในครรภ์แม้ว่าเขาจะหมดสติไปแล้ว กล้ามเนื้ออันทรงพลังของเขาผ่อนคลายลงในความพ่ายแพ้ ในขณะที่ร่างกายของเขายังคงพยายามปกป้องอัณฑะที่ถูกโจมตีและทำลายอย่างเป็นระบบ แขนที่หนาทึบของถังยังคงไขว้กันอย่างปกป้องเหนือบริเวณขาหนีบของเขา สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขายังคงรักษาตำแหน่งป้องกันไว้แม้ว่าสติจะทอดทิ้งเขาไปสู่ความมืดมิดอันปรานีแล้วก็ตาม ภาพของนักรบชั้นยอดของอารยธรรมชายที่ถูกลดทอนให้กลายเป็นคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ได้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างเด็ดขาดที่ความซับซ้อนทางเทคโนโลยีมอบให้เหนือกว่าพลังทางกายภาพดิบๆ

ทีมยุทธวิธีของเธอเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเข้าควบคุมเชลยที่หมดสติ เครื่องพันธนาการที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมแม้กระทั่งร่างกายของเพศชายที่ทรงพลังที่สุดในขณะที่พวกเขาฟื้นตัวจากการบาดเจ็บที่อัณฑะซึ่งได้กำจัดประสิทธิภาพในการต่อสู้ของพวกเขาไปแล้ว ร่างกายที่ใหญ่โตราวกับกระทิงของกระทิงต้องการเครื่องพันธนาการเพิ่มเติมเนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่มหาศาลของเขา แม้ว่าสภาพที่เสียหายของเขาจะทำให้ความพยายามในการหลบหนีไม่น่าจะเป็นไปได้จนกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวนของฝ่ายหญิงจะสามารถรีดเค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งป้องกันของฝ่ายชายได้ เหมืองแร่ที่ทีมอัลฟ่าสไตรค์ถูกส่งมาเพื่อรักษาความปลอดภัยยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายหญิงอย่างสมบูรณ์ ความล้มเหลวในภารกิจของพวกเขาทำให้มั่นใจได้ว่าอารยธรรมชายจะขาดทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการต่อต้านต่อไป การป้องกันที่ประสบความสำเร็จของเอ็มม่าได้กำจัดนักรบที่เก่งกาจที่สุดของอารยธรรมชายไปพร้อมๆ กับการจับกุมเชลยเพิ่มเติมเพื่อการรีดเค้นข้อมูลผ่านการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบสืบพันธุ์อย่างเป็นระบบ สงครามโบราณระหว่างสองอารยธรรมกำลังใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว...และชัยชนะก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมสำหรับฝ่ายหญิง

ตอนที่ 5

ยุทธการพิทักษ์ไข่

สัญญาณวิทยุที่ซ่ากระสุนแทรกเสียงโหยหวนแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านหูฟังของผู้การศิลา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่รายงานความพินาศของหน่วยรบที่ดีที่สุดของเขาถูกส่งตรงมาจากแนวหน้าอีกครั้ง “พวงไข่ผม… พระเจ้า… พวกแม่งเล็งไข่ผม…” เสียงนั้นแหบพร่าและขาดห้วงก่อนจะเงียบสนิทไปพร้อมกับสัญญาณที่ตัดดับ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยของผู้การศิลาบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาลและความขมขื่นที่กัดกินใจ เขารู้ดีกว่าใครทั้งหมดว่านี่ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่มสี่สุ่มห้า นังพวกตัวเมียเวรนั่นไม่ได้ยิงกราดเหมือนคนบ้า แต่พวกมันกำลังเล็งเป้าสังหารมาที่จุดยุทธศาสตร์ที่เปราะบางที่สุดของผู้ชายทุกคนอย่างเป็นระบบ ด้วยความแม่นยำราวมือมีดศัลยแพทย์ มันคือสงครามจิตวิทยาที่เหี้ยมโหดไม่แพ้บาดแผลทางกาย ลูกน้องของเขากำลังขวัญเสียจนขี้หดตดหาย ความกลัวที่จะก้าวไปข้างหน้ามันฝังรากลึกลงในจิตใจ เพราะทุกย่างก้าวที่รุกคืบหมายถึงการเอาสมบัติล้ำค่าที่สุดของลูกผู้ชายไปเสี่ยงกับอาวุธวิปริตวิตถารที่พวกมันพัฒนาขึ้นมาเพื่อขยี้ไข่โดยเฉพาะ

ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังความสูญเสียครั้งใหญ่ ผู้การศิลาได้เรียกประชุมฉุกเฉินกับสุดยอดหัวกะทิทีมวิศวกรและหน่วยแพทย์ของกองทัพ โต๊ะโฮโลแกรมกลางห้องประชุมฉายภาพสถิติผู้บาดเจ็บที่ดูแล้วน่าสิ้นหวังยิ่งกว่าเก่า ตัวเลขสีแดงฉานฟ้องว่า 78% ของการบาดเจ็บทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ที่อัณฑะ และบริเวณรอบๆ หว่างขา “กูต้องการเกราะหำ! และต้องได้เดี๋ยวนี้!!” เสียงตะโกนกึกก้องของผู้การศิลาดังลั่นห้องประชุมขณะที่เขาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะโลหะจนเกิดเสียงดังสนั่น ทีมวิศวกรทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเพื่อออกแบบเกราะป้องกันไอ้จ้อนและพวงไข่ แต่สถานการณ์เร่งด่วนบีบคั้นให้ต้องมีการสร้างต้นแบบและทดสอบภาคสนามอย่างรวดเร็วที่สุด วัสดุหลากหลายชนิดถูกนำมาวิเคราะห์ ตั้งแต่เคฟลาร์แบบดั้งเดิมไปจนถึงโพลิเมอร์ทดลอง แต่ละชิ้นถูกทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก การระบายความร้อน และที่สำคัญที่สุดคือประสิทธิภาพในการปกป้อง ‘ไข่ทองคำ’ ในสมรภูมิจริง

เกราะป้องกันไข่รุ่นแรกสุดกลับกลายเป็นโลงศพโลหะสำหรับไอ้หนูของพลทหารเจนจบ เขาคือหนูทดลองคนแรกๆ ที่ต้องสังเวยให้กับมาตรการรับมือใหม่นี้ เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับสัตว์ถูกเชือดของเขาดังก้องไปทั่วสนามรบ ขณะที่ ‘ถ้วยครอบไข่’ ที่ทำจากโลหะซึ่งเขาใส่อยู่ร้อนขึ้นจนแดงฉานภายในเวลาไม่กี่วินาที มันคืออาวุธสนามแม่เหล็กของพวกผู้หญิงที่เปลี่ยนเกราะป้องกันให้กลายเป็นเตาอบดีๆ นี่เอง โลหะที่ร้อนจัดเหมือนเหล็กในเตาถลุงนำพาความร้อนมหาศาลตรงเข้าสู่ถุงไข่ของเขาเต็มๆ ย่างไข่ทั้งพวงจนสุกกรอบคาที่ขณะที่มันยังถูกครอบติดอยู่กับเกราะมรณะ หน่วยแพทย์สนามพบเขานอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดสุดบรรยาย กลิ่นเนื้อไหม้เหม็นคละคลุ้งโชยออกมาจากหว่างขา พวงไข่และดุ้นควยของเขาถูกไฟลวกระดับสาม กลายเป็นเนื้อดำๆ ไหม้เกรียมจนดูไม่เป็นทรง ต้องใช้เวลารักษาตัวนานหลายเดือนและปลดประจำการอย่างถาวร ทิ้งไว้เพียงตำนานสยองขวัญเตือนใจถึงความฉลาดร้ายกาจของพวกตัวเมีย

วัสดุพลาสติกราคาถูกก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาวุธขว้างแบบดั้งเดิมอย่างลูกเหล็กกลมที่พวกผู้หญิงใช้กันอย่างแพร่หลาย วัสดุที่เปราะบางแตกกระจายทันทีที่ถูกกระแทก กลายเป็นเศษพลาสติกแหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะลวงเข้าไปในเนื้อเยื่ออ่อนๆ ที่มันควรจะปกป้อง จ่ามิ่งขวัญได้ประจักษ์ถึงความห่วยแตกนี้ด้วยตัวเอง เมื่อลูกเหล็กที่ถูกปามาอย่างแม่นยำพุ่งเข้าชนเกราะไข่พลาสติกของเขาด้วยความเร็วสูงสุด เปลือกป้องกันที่ควรจะแข็งแกร่งกลับแตกกระจายเหมือนแก้วบางๆ ส่งผลให้เศษพลาสติกแหลมคมพุ่งฝังลึกเข้าไปในเนื้อหนังของถุงไข่จนพรุน ในขณะที่ลูกเหล็กต้นเหตุยังคงพุ่งทะลวงต่อไปโดยไม่มีอะไรขวางกั้น มันบดขยี้ไข่ข้างขวาของเขาจนแหลกเละคาที่ บาดแผลจากการทะลุทะลวงของเศษพลาสติกผสานกับแรงกระแทกมหาศาลจากลูกเหล็กสร้างการบาดเจ็บซ้ำซ้อนที่ทำให้เขาหมดสติจากอาการช็อกและการเสียเลือดภายในเพียงไม่กี่นาทีหลังถูกโจมตี

หลังจากการทดสอบวัสดุอย่างละเอียดและการวิเคราะห์ความพินาศในสนามรบครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดทีมวิศวกรก็ได้พัฒนาโซลูชันที่ดูเหมือนจะเป็นคำตอบสุดท้าย มันคือเกราะป้องกันไข่ที่ทำจากวัสดุคอมโพสิตโพลีเมอร์น้ำหนักเบา เสริมความแข็งแกร่งด้วยตาข่ายคาร์บอนไฟเบอร์และแกนกลางพลาสติกความหนาแน่นสูง ถ้วยครอบไข่รุ่นใหม่นี้มีดีไซน์สามชั้นที่ปฏิวัติวงการ: เปลือกนอกสุดทำหน้าที่กระจายพลังงานจากการกระแทก ชั้นกลางดูดซับแรงที่เหลือ และระบบรองรับแรงกระแทกด้านในสุดที่บุด้วยเจลนุ่มป้องกันการสั่นสะเทือน การทดสอบภาคสนามพิสูจน์แล้วว่ามันมีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่ง การโจมตีโดยตรงจากลูกเหล็ก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแม้แต่ระเบิดขนาดเล็กก็ไม่สามารถทะลุทะลวงเกราะป้องกันไข่ขั้นเทพนี้ได้เลย โครงสร้างโพลีเมอร์ยังคงเย็นเฉียบแม้จะถูกโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในขณะที่คาร์บอนไฟเบอร์ให้ความแข็งแกร่งของโครงสร้างที่สามารถทนต่อแรงกระแทกได้เกิน 2,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้วโดยไม่แตกหักหรือเสียรูป

ด้วยเกราะป้องกันไข่ที่ได้รับมาใหม่นี้ กองกำลังชายก็พลิกสถานการณ์ในสนามรบได้อย่างน่าทึ่ง โมเมนตัมของสงครามทั้งหมดเปลี่ยนข้างในทันที เหล่าทหารหาญรุกคืบไปข้างหน้าอย่างมั่นใจข้ามภูมิประเทศที่เคยเป็นแดนมิคสัญญี เกราะป้องกันอวัยวะเพศที่เสริมความแข็งแกร่งช่วยให้พวกเขาเมินเฉยต่อสงครามจิตวิทยาที่เคยทำให้ขาสั่นจนก้าวไม่ออกได้อีกต่อไป คลังอาวุธของพวกผู้หญิงถูกทำลายอย่างเป็นระบบ เส้นทางส่งเสบียงถูกตัดขาดด้วยความแม่นยำทางทหาร และฐานที่มั่นของพวกมันก็ล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว ความแข็งแกร่งทางกายภาพที่เหนือกว่าและการฝึกฝนทางทหารแบบดั้งเดิมของเพศชายได้กลับมายืนยันความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เมื่อภัยคุกคามต่อพวงไข่อันเป็นที่รักถูกกำจัดไปแล้ว ชัยชนะดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม เมื่อดินแดนแล้วดินแดนเล่าตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพชาย ในขณะที่การต่อต้านของเพศหญิงพังทลายลงต่อหน้าการรุกคืบที่ได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์

เมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ผู้นำหญิงจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างเงียบเชียบ พวกมันหันไปใช้ปฏิบัติการลับและยุทธวิธีสงครามจิตวิทยาที่ลึกล้ำกว่าเดิม การโจมตีซึ่งๆ หน้าแบบดั้งเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปเมื่อต้องเจอกับเกราะไข่รุ่นใหม่ ทำให้พวกมันต้องหันมาใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนอื่นของเพศชายแทน รายงานข่าวกรองระบุว่า แม้เกราะโพลีเมอร์จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการบาดเจ็บทางกายภาพ แต่มันก็สร้างโอกาสใหม่ในการเอาเปรียบขึ้นมาเช่นกัน พวกมันตัดสินใจละทิ้งอาวุธแบบเดิมๆ และหันมาใช้เทคนิคการแทรกซึม การบงการทางจิตวิทยา และการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่สัญชาตญาณดิบของเพศชายมากกว่าร่างกายโดยตรง นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานจากสงครามกายภาพไปสู่สมรภูมิที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายคือการขยี้ ‘สมองควย’ ไม่ใช่ ‘ลูกควย’

การพัฒนา ‘หน่วยล่อลวงด้วยภาพโฮโลแกรม’ คือความก้าวหน้าครั้งสำคัญในเทคโนโลยีสงครามจิตวิทยาที่ใช้ประโยชน์จากชีววิทยาพื้นฐานของผู้ชายอย่างถึงแก่น ระบบ AI ที่ซับซ้อนเหล่านี้ฉายภาพโฮโลแกรมรูปผู้หญิงที่สมจริงจนน่าตกใจ ภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าในท่วงท่าที่ยั่วยวนจนสามารถกระตุ้นการตอบสนองทางสรีรวิทยาของผู้ชายได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าสติจะพยายามต่อต้านแค่ไหนก็ตาม โฮโลแกรมเหล่านี้ถูกตั้งโปรแกรมด้วยอัลกอริทึมพฤติกรรมขั้นสูงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหว การแสดงออกทางสีหน้า และน้ำเสียงของผู้หญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความเงี่ยนให้ถึงขีดสุด การใช้งานภาคสนามได้ผลอย่างน่าสะพรึงกลัว ทหารชายจะชะลอการรุกคืบโดยสัญชาตญาณ ม่านตาขยายกว้าง อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเลือดสูบฉีดไปยังไอ้จ้อนที่อยู่ใต้เกราะอย่างบ้าคลั่ง การผสมผสานระหว่างภาพที่เห็นกับสัญชาตญาณดิบที่ฝังลึกสร้างจุดอ่อนทางยุทธวิธีที่การฝึกฝนทางทหารใดๆ ก็ไม่อาจเอาชนะได้

ทหารชายพบว่าตัวเองเสียสมาธิมากขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างปฏิบัติการสำคัญ เมื่อภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นในจังหวะที่ถูกคำนวณมาอย่างดี ภาพหญิงสาวในจินตนาการจะปรากฏตัวขึ้นระหว่างการบำรุงรักษาอาวุธ การลาดตระเวน หรือแม้แต่กลางวงข้าว ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางกายในทันทีซึ่งส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการรบ ความเงี่ยนกลายเป็นข้อเสียเปรียบทางยุทธวิธี เมื่อควยแข็งตัวอย่างเจ็บปวดและอึดอัดอยู่ภายในเกราะป้องกันที่รัดแน่น มันสร้างความต้องการอย่างรุนแรงที่จะต้องขยับหรือถอดอุปกรณ์ช่วยชีวิตชิ้นนี้ออก ทหารหลายคนยอมจำนนต่อความทรมานนี้ พวกเขาแอบเปิดเกราะออกชั่วครู่เพื่อจัดตำแหน่งไอ้หนูที่กำลังโด่เด่ให้เข้าที่ และนั่นคือช่วงเวลาทองสำหรับระบบอาวุธซุ่มยิงที่ซ่อนอยู่ ความทรมานทางจิตใจจากการถูกกระตุ้นให้เงี่ยนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการปลดปล่อย เริ่มส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความพร้อมรบของหน่วยทหารชายทั้งหมด ทหารบางคนซึ่งถูกกระตุ้นจนเงี่ยนเกินจะทนไหว จะแอบหาช่วงเวลาส่วนตัวเพื่อช่วยตัวเอง ปลดปล่อยน้ำว่าวออกมาเพื่อลดความทรมาน โดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบ หน่วยสอดแนมหญิงได้บันทึกพฤติกรรมนี้และกำหนดเวลาโจมตีอย่างแม่นยำ พวกมันจะโจมตีในช่วงเวลาสั้นๆ หลังการหลั่ง ที่ระบบประสาทของผู้ชายยังคงไวต่อการกระตุ้นอย่างถึงขีดสุด พวงไข่ที่เพิ่งผ่านการใช้งานมาหมาดๆ จะมีความเปราะบางมากขึ้น แม้แต่การกระแทกเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเจ็บปวดได้อย่างรุนแรง

แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือการแทรกซึมเข้ามาของสายลับหญิงในชุดโครงกระดูกภายนอกสำหรับผู้ชายที่ซับซ้อน มันเปลี่ยนพวกเธอให้กลายเป็นทหารชายตัวปลอมได้อย่างแนบเนียน สามารถแทรกซึมเข้าไปในฐานทัพที่ปลอดภัยที่สุดได้ สิ่งมหัศจรรย์ทางกลไกเหล่านี้มีระบบเสริมกล้ามเนื้อแบบไฮดรอลิกที่จำลองสัดส่วนและพละกำลังของผู้ชายได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งตัวปรับเสียงขั้นสูงที่ทำให้เสียงพูดเหมือนผู้ชายไม่มีผิดเพี้ยน ชุดเหล่านี้ยังมีอวัยวะเทียมบนใบหน้าที่สมจริง ขนตามร่างกายปลอม และแม้กระทั่งควยปลอมที่สามารถทนต่อการตรวจสอบแบบผ่านๆ ได้ สายลับหญิงเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนด้านพฤติกรรมมาอย่างหนักเพื่อเลียนแบบท่าเดิน จังหวะการพูด และการเข้าสังคมแบบผู้ชาย ทำให้พวกเธอกลมกลืนไปกับหน่วยทหารชายได้อย่างไร้รอยต่อเป็นเวลานาน ก่อนจะเริ่มติดตั้งระบบซุ่มโจมตีในห้องน้ำ ห้องส้วม และห้องอาบน้ำทั่วทุกฐานทัพ

สิบโทจักรได้สัมผัสกับนรกบนดินนี้ด้วยตัวเอง ขณะที่เขานั่งปลดทุกข์อยู่ในห้องส้วมที่ควรจะปลอดภัยที่สุด เขานั่งลงบนโถส้วม ปล่อยให้พวงไข่คู่ใจห้อยต่องแต่งลงไปในโถอย่างเปราะบาง ทันใดนั้นเอง! ระบบซุ่มโจมตีที่ถูกซ่อนไว้ก็ทำงาน เซ็นเซอร์ความร้อนตรวจจับอัณฑะที่ไร้การป้องกันของเขา ปืนยิงกระสุนยางที่ซ่อนอยู่ในช่องเก็บโถชำระล้างโผล่ออกมาอย่างเงียบเชียบจากด้านหลัง เล็งเป้าไปที่ด้านหลังของถุงไข่ด้วยความแม่นยำราวจับวาง ปึ้ก! กระสุนยางพุ่งเข้าใส่พวงไข่ที่ห้อยอยู่ของเขาจากด้านหลังเต็มแรง กระแทกมันอัดเข้ากับขอบกระเบื้องเคลือบแข็งของโถส้วมอย่างจัง! มันคือการบาดเจ็บสองต่อจากแรงกระแทกของกระสุนและการถูกบีบอัดที่สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสจนจุกเสียดไปทั้งช่องท้อง ความเจ็บปวดมหาศาลแล่นปราดจากไข่ขึ้นไปถึงสมอง ทำให้เขาสลบเหมือดไปในทันที ร่างกายงอเป็นกุ้งอยู่บนพื้นห้องน้ำที่เหม็นคลุ้งนานกว่ายี่สิบนาทีก่อนจะมีคนมาพบ เสียงกรีดร้องของเหยื่อรายอื่นๆ ดังก้องไปทั่วทางเดินของห้องน้ำเป็นระยะๆ ระบบที่ติดตั้งบนโถปัสสาวะก็สร้างความเสียหายไม่แพ้กัน มันใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อยิงลูกเหล็กใส่ไข่ในจังหวะที่ทหารกำลังยืนฉี่ มือไม่ว่าง และเสียการทรงตัวที่สุด ห้องอาบน้ำกลายเป็นกับดักมรณะที่อันตรายยิ่งกว่า แขนกลที่ซ่อนอยู่จะโผล่ออกมาจากผนังที่ปกคลุมด้วยไอน้ำ ยิงสายน้ำแรงดันสูงเข้าใส่พวงไข่ที่เปิดโล่งอย่างแม่นยำราวกับผ่าตัด ไอน้ำร้อนที่บดบังสายตาและการที่เหยื่อกำลังสบู่ถูตัวทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะเหม็งสำหรับการซุ่มโจมตี

เมื่ออาวุธที่ซ่อนอยู่ถูกค้นพบและทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ ขวัญกำลังใจของทหารชายก็ดิ่งลงเหวภายใต้ภัยคุกคามจากการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวในพื้นที่ที่เคยปลอดภัยที่สุด ทุกครั้งที่เข้าส้วมกลายเป็นความเสี่ยงที่ต้องคำนวณ ทุกครั้งที่อาบน้ำก็เหมือนเดินเข้าสู่แดนประหารสำหรับพวงไข่ ผลกระทบทางจิตใจนั้นร้ายแรงพอๆ กับบาดแผลทางกาย ทหารบางคนเกิดอาการวิตกกังวลอย่างรุนแรงจนไม่กล้าแม้แต่จะทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้มีการตรวจค้นทุกซอกทุกมุมวันละหลายครั้ง แต่สายลับหญิงก็ติดตั้งระบบอาวุธใหม่ๆ ได้เร็วกว่าที่จะถูกตรวจจับและทำลาย เกมไล่ล่าที่น่าสิ้นหวังนี้ทำให้ทรัพยากรของกองทัพชายถูกผลาญไปอย่างมหาศาล ในขณะที่ทหารทุกนายต้องตกอยู่ในสภาวะตื่นตัวและหวาดระแวงขี้ขึ้นสมองอยู่ตลอดเวลา สงครามได้เข้าสู่เฟสใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ที่ซึ่งความปลอดภัยไม่มีอยู่จริง และความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุดอาจรออยู่ในที่ที่คุณคาดไม่ถึง

ตอนที่ 6

บัญชาการไข่เหล็กพิฆาตศรีกระหน่ำ

เสียงหวีดหวิวของระบบระบายอากาศคือเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบในห้องน้ำชายที่ปลอดเชื้อจนน่าขนลุก แสงนีออนสีขาวสาดส่องลงบนกระเบื้องเคลือบมันวาว สะท้อนเงาร่างกำยำในชุดเครื่องแบบทหารที่กำลังยืนอยู่หน้าโถปัสสาวะ แต่ร่างนั้นกลับไม่ได้กำลังปลดทุกข์เบาอย่างที่ควรจะเป็น มือที่สวมถุงมือยุทธวิธีสีดำกำลังง่วนอยู่กับการเชื่อมต่อสายไฟเส้นเล็กๆ เข้ากับกลไกที่ซ่อนอยู่ในผนังหลังโถอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว นี่คือ "อัญชัน" สุดยอดสายลับหญิงแห่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่แฝงตัวเข้ามาในฐานทัพชายภายใต้เกราะโครงกระดูกกล "เงาอสูร" ชุดเกราะที่จำลองสรีระและมัดกล้ามของผู้ชายได้อย่างสมบูรณ์แบบจนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า ภารกิจของเธอในคืนนี้คือการติดตั้ง "กระสุนเจาะไข่แรงดันสูง" รุ่นล่าสุดในห้องน้ำซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทหารชายทุกคนต้องใช้งาน มันเป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุด สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสและทำลายขวัญกำลังใจจากภายใน

เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของอัญชันภายใต้หน้ากากจำลองใบหน้าชายฉกรรจ์ ความตึงเครียดของการทำงานในใจกลางแดนศัตรูนั้นมหาศาล ทุกวินาทีเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงาน นิ้วเรียวของเธอปรับเทียบเซ็นเซอร์จับความร้อนครั้งสุดท้าย แผงวงจรขนาดเล็กส่งเสียงบี๊บเบาๆ เป็นสัญญาณว่าระบบพร้อมทำงานแล้ว เธอกำลังจะปิดฝาครอบกลับเข้าที่...

เคร้ง!

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นทางเดินด้านนอกทำให้เธอชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกชุดเกราะ มีคนกำลังมา! อัญชันรีบยัดแผงควบคุมกลับเข้าไปในช่องผนังอย่างลวกๆ แล้วหันกลับมายืนทำทีเป็นกำลังรูดซิปกางเกง เหมือนเพิ่งเสร็จธุระ ประตูห้องน้ำเปิดผางออก ร่างสูงใหญ่ของทหารยามนายหนึ่งก้าวเข้ามา เขาคือ "สิบเอกสิงห์" นายทหารผ่านศึกผู้มีสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยว สิงห์เหลือบมองอัญชันในชุด "เงาอสูร" ด้วยสายตาสำรวจ ก่อนจะเดินไปยังโถปัสสาวะที่อยู่ถัดไป

ทันใดนั้นเอง! แสงสีแดงวาบขึ้นจากเซ็นเซอร์ที่อัญชันเพิ่งติดตั้ง ระบบทำงานผิดพลาด! บางทีอาจเป็นเพราะเธอรีบร้อนจนเชื่อมต่อวงจรผิดพลาด หรืออาจเป็นเพราะเซ็นเซอร์จับความร้อนจากชุดเกราะของเธอเอง...

ฟุ่บ! ฉึก!

เสียงแหวกอากาศอันแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่เป้ากางเกงของชุดเกราะเงาอสูรอย่างจัง! กระสุนเจาะไข่ที่เธอเป็นคนติดตั้งเองพุ่งเข้าใส่เป้าหมายจำลองที่ทำจากซิลิโคนและเจลสังเคราะห์อย่างแม่นยำ แรงกระแทกนั้นถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้ลูกอัณฑะให้แหลกละเอียดในพริบตา อัญชันรู้ทันทีว่าเธอต้องแสดงละครตบตาเพื่อเอาตัวรอด เธอถูกฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลักสูตรการฝึกไม่ได้เตรียมเธอไว้...นั่นคือความรู้สึกของการโดนกระแทกไข่!

"อ๊ากกกกกก!"

อัญชันแผดเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างเต็มที่ พยายามเลียนแบบเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดที่เธอเคยได้ยินจากบันทึกการสอบสวนเชลยศึก เธอบิดตัวอย่างทุรนทุรายและทิ้งตัวลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ กุมเป้ากางเกงของตัวเองไว้แน่นราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต การแสดงของเธอเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ...ในสายตาของคนที่ไม่เคยมีไข่ แต่สำหรับสิบเอกสิงห์ ผู้ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิและเคยเห็นเพื่อนทหารโดนดีดไข่มานับครั้งไม่ถ้วน ปฏิกิริยาของอัญชันมันดู "ผิด" อย่างร้ายแรง

สิงห์หันขวับมามองทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างจับผิด เขายืนนิ่ง สังเกตการณ์ "ไอ้ทหารใหม่" ที่กำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้นอย่างพิจารณา สมองที่เต็มไปด้วยประสบการณ์การรบเริ่มประมวลผลความผิดปกติทีละอย่าง... อย่างแรก เสียงร้องนั่น...มันดังเกินไป โอเวอร์เกินจริง ผู้ชายที่โดนกระแทกไข่จังๆ ส่วนใหญ่มักจะร้องไม่ออกด้วยซ้ำ ลมหายใจทั้งหมดจะถูกกระชากออกจากปอดในเสี้ยววินาที กลายเป็นแค่เสียง "อึ้ก!" ที่ดังอยู่ในลำคอเท่านั้น อย่างที่สอง ท่าทาง...ไอ้หมอนี่ล้มลงไปก็จริง แต่มันเป็นการล้มแบบทิ้งตัว ไม่ใช่การ "ยุบ" ตัวลงไปตามสัญชาตญาณ ผู้ชายที่เจ็บไข่จะงอตัวเป็นกุ้งโดยอัตโนมัติ สองมือจะพุ่งไปกุมสมบัติล้ำค่าของตัวเอง หน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก คลื่นความจุกเสียดที่แล่นจากหว่างขาขึ้นมาถึงลิ้นปี่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียน แต่โครงสร้างของชุดเกราะเงาอสูรที่แข็งทื่อทำให้อัญชันไม่สามารถงอตัวในท่าที่เป็นธรรมชาติได้ เธอทำได้แค่บิดตัวไปมาอย่างเก้ๆ กังๆ ซึ่งในสายตาของสิงห์ มันคือการแสดงละครที่ห่วยแตกสิ้นดี

"มึง..." สิงห์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความอำมหิต เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาอัญชันที่ยังคงแสร้งทำเป็นเจ็บปวด "การแสดงของมึงห่วยว่ะ"

อัญชันใจหายวาบ! ความลับแตกแล้ว!

"มึงไม่เคยโดนกระแทกไข่จริงๆ สินะ" สิงห์พูดต่อ เขาก้มลงมองเป้ากางเกงของอัญชันที่ถูกกระสุนอัดเข้าไป "ถ้ามึงเจ็บจริง...ป่านนี้มึงต้องตัวงอเป็นกุ้งแล้ว ไม่ใช่ดิ้นเป็นปลาขาดน้ำแบบนี้...มึงเป็นใครกันแน่?"

สิ้นคำพูดนั้น สิงห์ก็พุ่งเข้าชาร์จทันที! มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาหวังจะกระชากหน้ากากของเธอออก แต่เขากำลังประเมินศัตรูต่ำเกินไป การฝึกฝนของอัญชันทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างกายของเธอตอบสนองโดยอัตโนมัติ ในจังหวะที่สิงห์โน้มตัวลงมา วงจรประสาทของอัญชันก็ส่งคำสั่งไปยังชุดเกราะเงาอสูร!

หึ่ง...

เสียงมอเตอร์ไฮดรอลิกส์ทำงานดังขึ้นแผ่วเบา พลังงานถูกส่งไปยังข้อต่อบริเวณหัวเข่า ในเสี้ยววินาทีที่สิงห์เข้ามาในระยะ อัญชันก็ดีดตัวสวนกลับขึ้นมา! หัวเข่าที่เสริมกำลังด้วยกลไกเหล็กกล้าพุ่งสวนขึ้นไปอัดเข้าที่หว่างขาของสิบเอกสิงห์อย่างจังและแม่นยำราวกับจับวาง!

แผละ!

เสียงที่น่าสยดสยองดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงกระแทกของแข็ง แต่เป็นเสียงของเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่มถูกบดขยี้อย่างรุนแรง พลังทำลายล้างของหัวเข่าไฮดรอลิกส์นั้นมหาศาลเกินกว่าที่พวงไข่อันบอบบางของผู้ชายจะรับไหว มันเหมือนกับลูกมะเขือเทศสุกงอมสองลูกที่ถูกค้อนปอนด์ทุบจนแตกเละคามือ! ดวงตาของสิบเอกสิงห์เบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดสุดขีดเกินกว่ามนุษย์จะทนทาน ไม่มีเสียงร้องใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของเขา มีเพียงลมหายใจที่ถูกกระชากออกจากปอดอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงฟู่เบาๆ ร่างสูงใหญ่ของเขากระตุกเกร็งกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ดวงตาของเขาเหลือกขึ้นจนเห็นแต่ตาขาว และหมดสติไปในบัดดลจากอาการช็อกเฉียบพลันจากการบาดเจ็บรุนแรง

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งฐานทัพ! การโจมตีเจ้าหน้าที่ถูกตรวจจับแล้ว! อัญชันไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เธอกระโจนไปยังผนังห้องน้ำ กรงเล็บไทเทเนียมขนาดเล็กดีดออกจากปลายนิ้วและปลายเท้าของชุดเกราะ จิกลึกลงไปในผนังคอนกรีต เธอกลายร่างเป็นตุ๊กแกเหล็ก ไต่ขึ้นไปบนเพดานด้วยความเร็วเหลือเชื่อ เปิดฝาช่องระบายอากาศแล้วมุดเข้าไปข้างในอย่างคล่องแคล่ว ระบบรบกวนสัญญาณในตัวชุดเกราะทำงาน ป้องกันการตรวจจับจากเซ็นเซอร์ทุกชนิด เธอเคลื่อนที่ผ่านท่อระบายอากาศที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตเหมือนหนูที่คุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี ทิ้งความโกลาหลและร่างที่น่าสมเพชของสิบเอกสิงห์ไว้เบื้องหลัง เธอไปถึงจุดนัดพบที่ซ่อนอยู่ในส่วนซ่อมบำรุงของฐาน ทิ้งชุดเกราะเงาอสูรที่เปรอะเปื้อนไว้ตามคำสั่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ร่างหญิงสาวบอบบางในชุดปฏิบัติการสีดำสนิท แล้วหลบหนีออกจากฐานทัพศัตรูหายไปในความมืดในที่สุด

ไม่กี่นาทีต่อมา หน่วยรักษาความปลอดภัยก็พังประตูห้องน้ำเข้ามา พวกเขาพบร่างของสิบเอกสิงห์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นในสภาพที่น่าอนาถ เป้ากางเกงของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือด และเมื่อพวกเขาพบชุดเกราะเงาอสูรที่ถูกทิ้งไว้ในอีกฟากหนึ่งของฐาน ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏชัด ฝ่ายหญิงไม่เพียงแต่มีเทคโนโลยีในการสร้างกับดักไข่ แต่พวกเธอยังมีขีดความสามารถในการแทรกซึมเข้ามาถึงใจกลางฐานที่มั่นที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดของพวกเขา!

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ทำให้ผู้การศิลาแทบคลั่ง เขาสั่งการด้วยความเกรี้ยวกราดให้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันที ประตูทุกบานถูกติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะและเครื่องสแกนไบโอเมตริก การตรวจการณ์เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ที่โหดร้ายที่สุดคือ "การตรวจร่างกายแบบสุ่ม" ที่ออกแบบมาเพื่อขุดรากถอนโคนสายลับหญิงโดยเฉพาะ ทหารทุกนายไม่ว่าจะยศใดก็ตาม มีสิทธิ์จะถูกเรียกตัวไปเข้าเครื่องสแกนร่างกายแบบเจาะลึกที่สามารถตรวจจับความผิดปกติทางสรีรวิทยาได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของกระดูกที่แตกต่างกัน การกระจายของมวลกล้ามเนื้อที่ไม่ตรงตามเพศชาย หรือแม้กระทั่งระดับฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยน เทคโนโลยีนี้ทำให้การปลอมตัวด้วยชุดเกราะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ยุคสมัยแห่งการลอบเร้นแทรกซึมได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และกับดักในห้องน้ำทั้งหมดก็ถูกค้นพบและทำลายจนสิ้นซาก

กองกำลังต่อต้านหญิงกลับมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง กลยุทธ์ที่เคยได้ผลกลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ตอนนี้สนามรบได้เปลี่ยนกลับไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรง แต่เป็นเวอร์ชั่นที่เลวร้ายกว่าเดิม เพราะฝ่ายชายไม่เพียงแต่มี "เกราะป้องกันไข่" ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาจนแทบไม่มีช่องโหว่ ข้อได้เปรียบทางยุทธวิธีของฝ่ายหญิงได้มลายหายไปจนหมดสิ้น

แต่ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังวุ่นวายกับการอุดช่องโหว่ความปลอดภัยและเตรียมพร้อมสำหรับการรบครั้งสุดท้าย ชะตากรรมของเชลยศึก "หน่วยกระทิงดุ" ทั้ง 12 นายที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ก็กำลังดำเนินไปสู่บทลงโทษที่โหดร้ายและน่าอัปยศเกินกว่าที่ทหารหาญคนใดจะจินตนาการถึง

ณ ห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกเรียกว่า "ห้องชำระล้างศักดิ์ศรี" แสงไฟสีขาวสว่างจ้าจนแสบตาสาดส่องลงมา เผยให้เห็นภาพที่น่าอดสูอย่างถึงที่สุด ทหารกล้าแห่งหน่วยกระทิงดุทั้ง 12 นาย นำโดยสิบเอกค้อน แฮร์ริสัน และจ่ารถถัง โรดริเกซ ถูกตรึงร่างเปลือยเปล่าไว้กับแท่นโลหะที่เรียงรายกันเป็นแถว แขนขากางออก ถูกพันธนาการด้วยกุญแจแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่มีทางดิ้นหลุด ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการรบ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงวัตถุจัดแสดงที่ไร้ซึ่งเกียรติยศ ช่วงล่างของพวกเขาถูกเปิดโล่งอย่างโจ่งแจ้ง เผยให้เห็นความเป็นชายที่เคยน่าภาคภูมิใจ ทั้งดุ้นควยที่อ่อนตัวห้อยต่องแต่ง และพวงไข่ที่ยังคงบวมช้ำจากการต่อสู้ครั้งล่าสุด ถูกนำมาประจานอย่างไร้ความปรานี

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นที่น่ารังเกียจ มันคือ "กลิ่นสาบผู้ชาย" ที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นเหงื่อไคลที่หมักหมม กลิ่นความกลัวที่ซึมออกมาจากทุกรูขุมขน และกลิ่นอับชื้นจากขนดกหนาตามร่างกายที่ไม่ได้ถูกสุขอนามัย เหล่ายามหญิงในชุดเครื่องแบบสีเทาเข้มเดินตรวจตราไปมา ใบหน้าของพวกเธอเรียบเฉย แต่แววตากลับฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด

"เหม็นกลิ่นตัวผู้ชะมัด" ยามหญิงคนหนึ่งพึมพำกับเพื่อน "เหมือนกลิ่นสัตว์ในกรงที่ไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน"

"ดูขนพวกมันสิ" อีกคนชี้ไปยังขนหน้าอกดกดำของจ่ารถถัง "ยังกับป่าดงดิบ ขนควยก็คงรกเป็นพงหญ้าไม่ต่างกัน พวกผู้ชายนี่มันสกปรกซกมกจริงๆ"

คำพูดเสียดแทงเหล่านั้นกรีดลึกลงไปในศักดิ์ศรีของเหล่าทหารกล้า พวกเขาได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความอัปยศอดสู ทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตแค้นไปยังศัตรู แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

ประตูบานใหญ่ที่ปลายโถงเลื่อนเปิดออก ร่างระหงในชุดโค้ตยาวสีขาวสะอาดตาของ "พัศดีกานดา" ก้าวเข้ามา เธอคือผู้บัญชาการของสถานกักกันแห่งนี้ ใบหน้าสวยคมของเธอเรียบเฉยราวน้ำแข็ง แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเหล่าเชลยศึก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนบาดลึกเข้าไปในกระดูก

"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนแรกของการเป็นพลเมืองที่ดี" กานดาเริ่มต้น "พวกเธอ...เหล่าสัตว์ป่าผู้หยิ่งทะนงในพละกำลังและสรีระที่น่ารังเกียจของตนเอง วันนี้พวกเธอจะได้เรียนรู้ถึงความต่ำต้อยของเผ่าพันธุ์ชาย บทเรียนที่จะชำระล้างความป่าเถื่อน สกปรก และศักดิ์ศรีจอมปลอมของพวกเธอให้หมดสิ้นไป"

เธอผายมือไปยังเพดาน "กระบวนการแรก...การชำระล้าง!"

สิ้นเสียงของเธอ แขนกลจำนวนมากก็เลื่อนออกมาจากเพดาน แต่ละแขนติดตั้งหัวฉีดแรงดันสูง ก่อนที่พวกทหารจะได้ทันตั้งตัว สายน้ำเย็นเฉียบที่ผสมยาฆ่าเชื้อกลิ่นฉุนก็ถูกฉีดพุ่งเข้าใส่ร่างของพวกเขาทุกทิศทุกทาง!

ซ่า! ซ่า! ซ่า!

แรงดันน้ำมหาศาลปะทะเข้ากับร่างกายจนรู้สึกเจ็บแสบไปหมด มันชะล้างคราบเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกออกไปก็จริง แต่เป้าหมายหลักของมันคือการสร้างความอัปยศ หัวฉีดหลายอันจงใจเล็งไปที่ช่วงล่างของพวกเขา ฉีดอัดเข้าไปที่ดุ้นควยและพวงไข่อย่างไม่ปรานี ความเย็นเฉียบทำให้หนังหุ้มไข่หดตัวเหี่ยวย่น ลูกอัณฑะที่อยู่ข้างในถูกกระแทกจนแกว่งไปมาอย่างน่าเวทนา ทหารหลายคนร้องครางออกมาด้วยความจุกและหนาวสะท้าน

หลังจากผ่านไปเกือบสิบนาที การฉีดน้ำก็หยุดลง ร่างของทหารทั้ง 12 นายเปียกโชกและสั่นเทา แต่การทรมานยังไม่จบแค่นั้น

"ร่างกายสะอาดแล้ว...ก็ถึงเวลาจัดการกับป่าดงดิบที่น่ารังเกียจของพวกเธอ" กานดาประกาศ "เริ่มกระบวนการ 'ถอนรากถอนโคน'!"

แขนกลชุดใหม่เลื่อนลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ปลายแขนของมันคือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าและกระปุกครีมกำจัดขน! แขนกลเคลื่อนตัวอย่างเป็นระบบ มันป้ายครีมกำจัดขนสีขาวเย็นเฉียบลงบนร่างกายของพวกเขาอย่างแม่นยำ ตั้งแต่ขนหน้าอก ขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ไปจนถึงส่วนที่น่าอับอายที่สุด...ขนควยที่ดกหนาเป็นพงรก กลิ่นฉุนของครีมแสบจมูก ทหารกล้ามโตอย่างรถถังถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง ครีมเย็นๆ ถูกละเลงไปทั่วบริเวณหัวหน่าว รอบโคนควย และถุงไข่ของเขาอย่างทั่วถึง ก่อนที่แขนกลอีกข้างที่มีใบมีดโกนติดอยู่จะเริ่มทำงาน

วิ้ด...วิ้ด...

เสียงเครื่องโกนไฟฟ้าดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบเมื่อใบมีดลากผ่านผิวหนัง ขนที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชายถูกกำจัดออกไปอย่างง่ายดายจนน่าใจหาย พวกเขามองดูร่างกายของตัวเองที่ค่อยๆ เกลี้ยงเกลาขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเด็กหนุ่มที่ยังไม่แตกพาน มันเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่าและน่าสมเพชอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องโกนทำงานบริเวณช่วงล่าง ขนควยที่เคยปกปิดอวัยวะเพศถูกไถออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผิวหนังเรียบเนียนที่เผยให้เห็นดุ้นควยและพวงไข่ที่ห้อยต่องแต่งอย่างโจ่งแจ้งยิ่งกว่าเดิม

เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง ร่างกายของทหารกล้าก็เกลี้ยงเกลาจนน่าตกใจ กล้ามเนื้อที่เคยดูดุดันกลับดูอ่อนโยนลงเมื่อไร้ซึ่งขนดกดำปกคลุม พวกเขาดูเปราะบาง อ่อนแอ และน่าสมเพช

พัศดีกานดาเดินตรวจดูผลงานด้วยความพึงพอใจ เธอหยิบแท่งโลหะปลายมนยาวประมาณหนึ่งฟุตขึ้นมาจากรถเข็นเครื่องมือ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าสิบเอกค้อน ผู้นำหน่วย

"ไหนดูซิ...ผลผลิตของความสะอาดเป็นยังไงบ้าง" เธอยิ้มเยาะ ก่อนจะใช้แท่งโลหะเขี่ยไปที่ดุ้นควยที่อ่อนปวกเปียกของค้อน "อืม...ก็ไม่ได้ใหญ่โตสมกับที่เป็นหัวหน้านี่นา"

ค้อนกัดฟันกรอดจนกรามสั่น "มึง...อีปีศาจ!"

"ปากดี" กานดาหัวเราะในลำคอ เธอเลื่อนปลายแท่งโลหะลงไปแตะที่ถุงไข่ของเขาเบาๆ "ไข่ก็ดูเหี่ยวๆ นะ สงสัยจะกลัวจนไข่หดหมดแล้ว" เธอพูดพลางใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบีบลูกอัณฑะของเขาผ่านหนังหุ้มไข่เบาๆ แต่สร้างความรู้สึกเสียวแปลบจนค้อนสะดุ้ง "แต่ไม่ต้องห่วง...เดี๋ยวฉันจะทำให้มัน 'ตื่น' เอง"

เธอเดินตรวจไปตามแถว วิจารณ์ขนาดและรูปร่างอวัยวะเพศของทหารแต่ละคนอย่างสนุกสนาน สร้างความอัปยศอดสูให้กับพวกเขาจนแทบอยากจะมุดดินหนี

"ของไอ้นี่เล็กจัง เหมือนหนอนชาเขียวเลย"
"ส่วนเจ้านี่...ไข่เบี้ยวๆ นะ ไม่สมมาตรเลย"
"โอ้โห...คนนี้ไข่ใหญ่ดี แต่ดูสิ...ยานเชียว"

คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นทิ่มแทงพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำลายความมั่นใจในความเป็นชายจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

"เอาล่ะ...เมื่อร่างกายและจิตใจของพวกเธอพร้อมแล้ว" กานดาประกาศก้อง "ก็ถึงเวลาสำหรับบทเรียนสุดท้ายของวันนี้...บทเรียนที่จะสอนให้พวกเธอรู้จัก 'ความเจ็บปวด' ที่แท้จริง! เริ่มกระบวนการ 'บดขยี้ศักดิ์ศรี'!"

สิ้นเสียงของเธอ แท่นโลหะที่ตรึงร่างพวกเขาก็มีกลไกบางอย่างทำงาน แขนกลขนาดเล็กแต่ดูแข็งแรงทนทานหลายอันเลื่อนออกมาจากใต้แท่น จ่อล้อมรอบบริเวณหว่างขาของทหารแต่ละคน ปลายแขนกลเหล่านั้นมีอุปกรณ์ทรมานหลากหลายรูปแบบติดตั้งอยู่ ทั้งนวมชกมวยขนาดจิ๋ว, คีมโลหะปลายมน, และลูกกลิ้งหนามแหลม!

หัวใจของเหล่าทหารหาญหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่คือเครื่องจักรในตำนานที่พวกเขาเคยได้ยินแต่ชื่อ...เครื่องนวดไข่!

"เราจะเริ่มเบาๆ ก่อน...เป็นการวอร์มอัพ" กานดายิ้มอย่างเลือดเย็น

แขนกลที่ติดนวมชกมวยขนาดเท่ากำปั้นเด็กเริ่มทำงาน มันขยับเข้ามาใกล้พวงไข่ที่บวมช้ำของสิบเอกค้อน ก่อนจะเริ่มชกเบาๆ เป็นจังหวะ

ปุ้ก...ปุ้ก...ปุ้ก...

แรงกระแทกเบาๆ แต่ต่อเนื่องสร้างความรู้สึกจุกเสียดที่น่ารำคาญ ค้อนขมวดคิ้ว พยายามอดทน แต่แล้วจังหวะการชกก็เริ่มเร็วขึ้นและแรงขึ้น!

ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!

"อึ่ก!" ค้อนร้องออกมาเสียงหลง ความเจ็บปวดเริ่มรุนแรงขึ้น พวงไข่ของเขาถูกชกสลับซ้ายขวาจนแกว่งไปมาเหมือนลูกตุ้มนาฬิกาที่เสียสติ หนังหุ้มไข่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

"ร้องสิ!" กานดาสั่ง "ร้องออกมาดังๆ! ฉันอยากฟังเสียงของยอดนักรบตอนที่ไข่ของเขากำลังจะแหลก!"

เธอเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอีก! นวมชกต่อยเข้าที่พวงไข่ของค้อนอย่างบ้าคลั่ง เสียง "ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!" ดังรัวจนน่ากลัว ผสมกับเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของค้อนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

"อ๊า...อึ่ก...อ๊ากกก!"

น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากหางตาของเขา ความจุกเสียดแล่นพล่านไปทั่วช่องท้องจนหายใจแทบไม่ทัน เขารู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหว่างขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่หยุดหย่อน

ไม่ใช่แค่ค้อนคนเดียว ทหารคนอื่นๆ ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วห้องโถง กลายเป็นซิมโฟนีแห่งความทุกข์ทรมานที่น่าสยดสยอง

เมื่อเห็นว่าเหล่านักรบเริ่มทนไม่ไหว กานดาก็ยกมือเป็นสัญญาณให้เครื่องหยุด

"พักหายใจสักครู่" เธอกล่าว "เดี๋ยวจะหาว่าใจร้ายเกินไป"

แต่แทนนวมชก แขนกลที่เป็นคีมโลหะกลับเคลื่อนเข้ามาแทน มันอ้าออกช้าๆ ก่อนจะงับเข้าที่ลูกอัณฑะข้างซ้ายของค้อนอย่างนุ่มนวล แต่แล้ว...มันก็เริ่มบีบ!

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาห์!"

ค้อนกรีดร้องออกมาดังลั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! ความเจ็บปวดจากการถูกบีบไข่มันแตกต่างจากการถูกชกอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความเจ็บปวดที่แหลมคมและลึกซึ้งกว่าร้อยเท่าพันเท่า เขารู้สึกเหมือนลูกอัณฑะของเขากำลังจะถูกบดขยี้ให้กลายเป็นเยื่อละเอียดอยู่ภายในถุงไข่ เส้นเลือดบนหน้าผากและลำคอปูดโปน ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจนโซ่ที่พันธนาการไว้สั่นสะเทือน

"เป็นไงล่ะ?" กานดาถามด้วยรอยยิ้มสะใจ "ความรู้สึกเหมือนความเป็นชายกำลังจะแตกสลาย...มันสุดยอดไปเลยใช่มั้ย?"

คีมโลหะบีบแน่นขึ้นอีก! ค้อนดิ้นพล่านเหมือนปลาถูกทอดในกระทะร้อน น้ำตา น้ำมูก น้ำลายไหลปนเปกันไปหมด ศักดิ์ศรีของยอดนักรบหน่วยกระทิงดุได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ใช่นักรบอีกต่อไป เขาเป็นเพียงก้อนเนื้อที่กำลังร้องครวญครางขอความเมตตา

"พอ...พอแล้ว!" เขาร้องอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ "ได้โปรด...พอเถอะ! ยอมแล้ว! ผมยอมทุกอย่างแล้ว!"

เสียงร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กทารกของผู้นำหน่วยกระทิงดุดังก้องไปทั่วห้องชำระล้างศักดิ์ศรี มันเป็นเสียงแห่งความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงที่ทำให้เหล่ายามหญิงยิ้มออกมาด้วยความสะใจ และเป็นเสียงที่ประกาศถึงจุดจบของศักดิ์ศรีแห่งเผ่าพันธุ์ชายที่กำลังถูกบดขยี้อยู่ใต้เท้าของพวกเธอ

พัศดีกานดามองภาพนั้นด้วยแววตาที่พึงพอใจอย่างถึงที่สุด นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น บทลงโทษที่แท้จริง...มันยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ สงครามครั้งนี้กำลังจะตัดสินกันที่ความสามารถในการทำลายล้าง "บัลลังก์ไข่" ของฝ่ายตรงข้าม และดูเหมือนว่าฝ่ายหญิงกำลังเป็นผู้กุมชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ตอนที่ 7

สมรภูมิกำจัดไข่

เสียงกรีดร้องโหยหวนของสิบเอกค้อน แฮร์ริสัน คือเสียงแห่งการเริ่มต้นอย่างแท้จริง มันคือสัญญาณเปิดม่านการแสดงมหกรรมบดขยี้ไข่ที่พัศดีกานดาเฝ้ารอคอยมานาน รอยยิ้มของเธอผลิบานกว้างขึ้นอย่างน่าสยดสยอง แววตาเป็นประกายด้วยความสุขสมที่ได้เห็นยอดนักรบผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีความเป็นชาย กำลังนอนน้ำลายฟูมปาก ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนทารกที่ถูกแย่งของเล่น เพียงแต่ของเล่นชิ้นนี้คือลูกอัณฑะของเขาเอง

"ยอมแล้วเหรอ?" กานดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานเย็น แต่แฝงไปด้วยความเหยี้ยมเกรียม "เร็วไปหน่อยมั้ง...ฉันยังไม่ได้เริ่มสนุกเลยนะ"

เธอพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณ คีมโลหะที่บีบไข่ซ้ายของค้อนคลายออกชั่วครู่ ให้เขาได้พักหายใจเฮือกใหญ่ แต่แล้วมันก็เคลื่อนตัวไปงับลูกอัณฑะข้างขวาที่ยังคงบวมเป่ง ก่อนจะเริ่มต้นบีบอีกครั้งด้วยแรงที่มากกว่าเดิม!

"อ๊ากกกกกก! ไม่! ไม่เอาแล้ว! ผมยอมแล้ว! ได้โปรด!" ค้อนดิ้นรนสุดชีวิต โซ่ที่ล่ามข้อมือข้อเท้าเขากระทบกับเตียงโลหะดังเกร๊งกร๊าง ความเจ็บปวดครั้งใหม่นี้รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดที่แหลมคม แต่เป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าแก่นกลางของชีวิตกำลังจะถูกบดทำลายให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง

"พวกมึงทุกคนก็เหมือนกัน!" กานดาหันไปตวาดใส่เชลยศึกที่เหลือ ซึ่งกำลังมองภาพผู้นำของตนถูกทรมานด้วยสายตาที่หวาดกลัวจนขี้ขึ้นสมอง "ไอ้ความภาคภูมิใจในความเป็นชายของพวกมึง...ไอ้ความแข็งแกร่งที่พวกมึงชอบเอามาเบ่ง...สุดท้ายมันก็กองรวมกันอยู่ในถุงหนังเหี่ยวๆ นี่แหละ! พอกูบีบมันให้แตก...พวกมึงก็ไม่เหลือเหี้ยอะไรเลย!"

สิ้นเสียงของเธอ แขนกลคีมโลหะอีกสิบเอ็ดชุดก็เคลื่อนเข้าประจำที่พร้อมกัน มันอ้าออกช้าๆ เหนือหว่างขาของทหารหน่วยกระทิงดุแต่ละนาย ก่อนจะงับเข้าที่พวงไข่อันบอบช้ำของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน!

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!"

เสียงกรีดร้องประสานเสียงดังกระหึ่มไปทั่วห้องชำระล้างศักดิ์ศรี มันคือบทเพลงแห่งความทุกข์ทรมานที่ไพเราะที่สุดในโสตประสาทของกานดาและเหล่ายามหญิง จ่ารถถัง โรดริเกซ ชายที่ร่างกายใหญ่โตราวกับตู้เย็น พยายามเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างเพื่อต่อต้านความเจ็บปวด เส้นเลือดบนขมับของเขปูดโปน ดวงตาเหลือกถลน "อี...อีสัส...พวกกู...จะจำมึงไว้..." เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน แต่ประโยคยังไม่ทันจบดี คีมโลหะก็บีบแน่นขึ้นอีกระดับจนเสียงของเขากลายเป็นเสียงร้องแหลมสูงปรี๊ดด้วยความเจ็บปวดเกินบรรยาย

นักรบคนแล้วคนเล่าต่างพังทลายลงภายใต้แรงบีบมหันตนาการนี้ บางคนสลบไปแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ด้วยแรงกระตุกจากความเจ็บปวด บางคนฉี่ราดออกมาโดยไม่รู้ตัว บางคนก็เริ่มสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าที่ไม่มีอยู่จริง ภาพของหน่วยรบที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายชาย กำลังนอนดิ้นพล่าน ร้องไห้ฟูมฟายเพราะโดนบีบไข่ เป็นภาพที่น่าสมเพชและน่าสะใจในเวลาเดียวกัน

"พวกแกเห็นรึยัง ว่าความหยิ่งผยองของพวกแกมันไร้ค่าแค่ไหน" กานดาเดินวนไปรอบๆ เตียง มองดูผลงานของเธอด้วยความพึงพอใจ "แต่ไม่ต้องห่วงนะ...ฉันไม่ได้จะทำลายของเล่นชิ้นใหม่ของฉันเร็วขนาดนี้หรอก วันนี้แค่เป็นการแนะนำตัว...และเพื่อให้พวกแกได้เห็นอนาคตของตัวเอง ฉันมีแขกพิเศษมาแนะนำให้รู้จัก"

เธอดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ประตูเหล็กด้านหนึ่งของห้องเลื่อนเปิดออกช้าๆ แสงไฟจากด้านนอกสาดเข้ามา พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ถูกหิ้วปีกลากเข้ามาโดยยามหญิงสองคน ร่างนั้นผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ดวงตาของเขากลวงโบ๋ไร้แววแห่งชีวิตชีวา เขาสวมเพียงผ้าเตี่ยวผืนเก่าๆ ที่ปิดของสงวนไว้พอเป็นพิธี ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทั้งเก่าและใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้หน่วยกระทิงดุต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือใบหน้าที่คุ้นเคย แม้จะซูบตอบไปมากก็ตาม

"กระทิง..." สิบเอกค้อนพึมพำออกมาเสียงแผ่วเบา เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่คือกระทิง ทอมป์สัน ยอดนักรบในตำนาน หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่เก่งกาจที่สุด วีรบุรุษที่พวกเขาเคยได้ยินแต่ชื่อเสียงในความดุดันและแข็งแกร่ง แต่สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับซากศพเดินได้

"ถูกต้อง" กานดายิ้มเยาะ "นี่คือกระทิง...หรือที่ตอนนี้พวกเราเรียกว่า 'ของเล่นชิ้นโปรดของไพลิน' เขาเป็นตัวอย่างของผลผลิตที่สมบูรณ์แบบจากการบำบัดของเรา ตอนนี้มันเชื่องยิ่งกว่าหมาเสียอีก ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยขัดขืน...ใช่ไหมจ๊ะ กระทิง?"

กระทิงไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กับที่ ดวงตาเหม่อลอยมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

กานดาถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ "สงสัยต้องกระตุ้นความจำหน่อย" เธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเท้าที่สวมรองเท้าบู๊ตหนังแข็งๆ เขี่ยเข้าไปที่หว่างขาของกระทิงเบาๆ ผ่านผ้าเตี่ยวผืนนั้น "จำหน้าที่ของแกได้รึยัง?"

ร่างของกระทิงกระตุกเฮือกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต เขาก้มหน้าลง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งไร้อารมณ์ เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ "ผม...มีไว้เพื่อรับใช้...ไข่ของผม...เป็นของท่านหญิงไพลิน...ร่างกายของผม...เป็นของท่านหญิงไพลิน...ทุกอย่างของผม...เป็นของท่านหญิงไพลิน..."

คำพูดเหล่านั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบเข้าใส่หัวใจของเหล่าทหารหน่วยกระทิงดุ นี่คือชะตากรรมของพวกเขา นี่คือสิ่งที่รออยู่ปลายทางของการทรมานนี้ ความหวังทั้งหมดที่เคยมีมอดดับลงในทันที ความกลัวที่แท้จริงไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่คือการสูญเสียตัวตนจนกลายเป็นเพียงทาสรับใช้ที่ไร้วิญญาณแบบนี้

"พาเขาไปที่ 'เก้าอี้' ได้แล้ว" กานดาสั่งยามหญิง "วันนี้เขาต้องทำเป้าให้ครบ"

ยามหญิงลากร่างของกระทิงไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่นั่นมีเก้าอี้โลหะหน้าตาประหลาดตั้งอยู่ มันมีที่รัดแขนขาและที่ค้ำศีรษะ แต่ส่วนที่น่าสยดสยองที่สุดคือช่องว่างขนาดใหญ่ตรงกลางเบาะนั่ง ซึ่งมีอุปกรณ์คล้ายถ้วยดูดและแขนกลขนาดเล็กจ่อรออยู่ กระทิงนั่งลงบนเก้าอี้นั้นอย่างว่าง่าย ปล่อยให้ยามหญิงถอดผ้าเตี่ยวของเขาออก เผยให้เห็นพวงไข่ที่เหี่ยวแห้งและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ก่อนที่เครื่องจักรจะเริ่มทำงานของมัน...ภาพนั้นได้เผาไหม้ลงไปในจิตใจของหน่วยกระทิงดุทุกคนจนวันตาย


ขณะที่นรกบนดินกำลังดำเนินไปในสถานกักกันของฝ่ายหญิง ณ บังเกอร์บัญชาการใต้ดินของฝ่ายชาย บรรยากาศก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน ผู้การศิลากำลังทุบโต๊ะเหล็กอย่างหัวเสีย เสียงของเขากร้าวดังลั่นไปทั่วห้อง "ไอ้เหี้ยเอ๊ย! อีกแล้วเหรอวะ! กองร้อยที่สิบสอง...ละลายทั้งกองร้อย! เพราะอะไร! เพราะพวกมันหยุดยืนดูรูปอีตัวโฮโลแกรมแล้วก็โดนสอยไข่แตกเรียงตัว!"

นายทหารสื่อสารรายงานด้วยใบหน้าซีดเผือด "ครับท่านผู้การ...พลซุ่มยิงของฝ่ายหญิงซ่อนตัวได้แนบเนียนมาก พอพวกมันเปิดโฮแกรมล่อ ทหารของเราก็เหมือนโดนสะกดจิต หยุดนิ่งเป็นเป้าให้พวกมันยิงไข่เล่นสบายๆ เลยครับ เกราะป้องกันไข่แทบช่วยอะไรไม่ได้เลยถ้าเราหยุดให้พวกมันเล็ง"

"สมองพวกมึงมีแต่เรื่องควยๆ หรือไงวะ!" ผู้การศิลาตะคอกใส่เครื่องรับส่งวิทยุราวกับจะให้เสียงของเขาทะลุไปถึงทหารโง่เง่าพวกนั้นในสนามรบ "สงครามอยู่ตรงหน้า แต่พวกมึงกลับไปสนใจหีโฮโลแกรม! ศักดิ์ศรีของพวกมึงไปไหนหมด!"

เขาเดินวนไปวนมาในห้องเหมือนเสือติดจั่น เขาลองทุกอย่างแล้ว ทั้งคำสั่ง ทั้งการปลุกใจ ทั้งการขู่ลงโทษ แต่ก็ไม่มีอะไรสามารถสู้กับสัญชาตญาณดิบของเพศชายได้ เมื่อเห็นภาพหญิงสาวเปลือยเปล่าเย้ายวนอยู่ตรงหน้า สมองส่วนเหตุผลก็หยุดทำงานทันที เปิดโอกาสให้ศัตรูเด็ด "หัวใจ" ของความเป็นชายทิ้งได้อย่างง่ายดาย

"เรา...เราสู้กับมันไม่ได้..." เขาพึมพำกับตัวเอง "เราสั่งให้ทหารเลิกเงี่ยนไม่ได้...มันเป็นไปไม่ได้..."

เขาหยุดเดิน หันไปมองแผนที่การรบที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายสีแดงแสดงถึงการสูญเสีย แล้วทันใดนั้น...แววตาของเขาก็เปลี่ยนไป เหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นในความคิด

"ใช่...เราสั่งให้พวกมันเลิกเงี่ยนไม่ได้" เขาพูดเสียงดังขึ้น "แต่เราสั่งให้มันวิ่งไปข้างหน้าได้! เราสู้สัญชาตญาณตัวเองไม่ได้...แต่เราใช้ความเจ็บปวดเพื่อควบคุมมันได้!"

ผู้การศิลากระชากเครื่องรับส่งวิทยุมาไว้ในมือ "เรียกผู้บังคับกองพันที่เหลือทั้งหมดมารวมตัว เดี๋ยวนี้! กูมีแผนใหม่! แผนที่จะเปลี่ยนไอ้ความเงี่ยนของพวกมึงให้กลายเป็นอาวุธ!"

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สนามฝึกที่ใหญ่ที่สุดของฐานทัพก็เต็มไปด้วยเสียงตะโกนและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ผู้การศิลาได้ออกกฎเหล็กข้อใหม่ที่เรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม: "ห้ามหยุด!"

ทหารหลายกองร้อยถูกสั่งให้วิ่งฝ่าสนามฝึก ที่กลางสนาม เครื่องฉายโฮโลแกรมกำลังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ภาพของหญิงสาวสวยในชุดวาบหวิวและเปลือยกายปรากฏขึ้นทั่วทุกหนแห่ง พวกเธอส่งยิ้มหวาน โบกมือทักทาย ทำท่าทางยั่วยวนสารพัด แต่ที่ด้านหลังของแถวทหาร จ่าฝึกหน้าเหี้ยมหลายสิบคนยืนตั้งปืนไรเฟิลที่บรรจุกระสุนยางความเร็วสูงเล็งไปที่เป้ากางเกงของทหารที่อยู่ข้างหน้า

พลทหารหนุ่มคนหนึ่งอดใจไม่ไหว เขาชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยเพื่อจะมองภาพโฮโลแกรมสาวอกโตให้ชัดขึ้นอีกนิด...

ปัง!

กระสุนยางพุ่งเข้ากระแทกเกราะป้องกันไข่ของเขาอย่างจัง! แม้เกราะจะป้องกันการทะลุทะลวงได้ แต่แรงกระแทกมหาศาลก็ส่งความจุกเสียดแล่นปราดขึ้นมาถึงลิ้นปี่ เขาทรุดลงไปกองกับพื้นหน้าเขียวหน้าดำ "อุก!"

"กูบอกให้มึงวิ่ง!!!" จ่าฝึกตะคอกใส่หน้าเขา "มึงอยากไข่แตกเพราะกระสุนจริงของศัตรู หรืออยากแค่จุกเพราะกระสุนยางของพวกเดียวกัน! เลือกเอา! แล้วก็ลุกขึ้นมาวิ่งต่อ!"

ทหารหนุ่มกัดฟัน ลุกขึ้นวิ่งต่อทั้งที่ยังจุกจนน้ำตาเล็ด บัดนี้ ภาพสาวสวยตรงหน้าไม่ได้ดูน่าพิศวาสอีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็นสัญญาณเตือนถึงความเจ็บปวดที่กำลังจะตามมาหากเขาหยุดมอง ทหารคนแล้วคนเล่าเรียนรู้บทเรียนเดียวกันนี้ด้วยความเจ็บปวด พวกเขาถูกฝึกให้เชื่อมโยงความเงี่ยนเข้ากับความเจ็บปวดที่มาจากพวกเดียวกันเอง จนในที่สุด พวกเขาก็เริ่มท่องบทสวดใหม่ที่ผู้การศิลาบัญญัติขึ้น

"ไข่กูอยู่หน้า! ศัตรูอยู่หน้า! วิ่งไปข้างหน้า!"

เสียงตะโกนดังกึกก้อง มันไม่ใช่เสียงแห่งความฮึกเหิม แต่เป็นเสียงแห่งการสะกดจิตตัวเอง เสียงที่เปลี่ยนความกลัวตายให้กลายเป็นแรงผลักดัน

แล้ววันพิสูจน์ก็มาถึง ณ สมรภูมิ "สันเขาเสียงกระซิบ"

กองทัพชายเปิดฉากบุกครั้งใหญ่ เอ็มม่า ผู้บัญชาการภาคสนามฝ่ายหญิง ยิ้มอย่างใจเย็นอยู่หลังแนวป้องกัน "พวกคนโง่ ไม่เคยเรียนรู้เลยจริงๆ" เธอบอกกับพลซุ่มยิงของเธอ "เตรียมระบบ 'นัทแคร็กเกอร์' ให้พร้อม...เปิดระบบล่อลวงได้เลย!"

ทุ่งสังหารเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสรวงสวรรค์ของคนหื่นในทันที หญิงสาวเปลือยงามหยาดเยิ้มหลายร้อยนางปรากฏกายขึ้น ล่อหลอกให้เหล่าทหารชายเดินเข้ามาติดกับ พลซุ่มยิงหญิงปรับศูนย์เล็งของปืน TB-12 จ่อไปที่เป้าหมายที่คุ้นเคย รอคอยจังหวะที่ทหารชายจะหยุดนิ่งเพื่อชื่นชมภาพลวงตา

แต่แล้ว...สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

แทนที่จะชะลอความเร็ว เหล่าทหารชายกลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น! พวกเขาเริ่มตะโกนบทสวดประจำตัวออกมาเป็นเสียงเดียวกัน!

"ไข่กูอยู่หน้า! ศัตรูอยู่หน้า! วิ่งไปข้างหน้า!"

เสียงคำรามของชายฉกรรจ์นับพันดังก้องหุบเขา พวกเขาวิ่ง! วิ่งโดยไม่มองซ้ายมองขวา ดวงตามุ่งตรงไปยังสันเขาที่เป็นที่ตั้งของศัตรู พวกเขาวิ่งทะลุผ่านร่างของโฮโลแกรมสาวสวยไปราวกับพวกเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ!

"อะไรกัน!?" เอ็มม่าอุทานด้วยความตกใจ "พวกมันไม่หยุด! ยิง! ยิงพวกมันเดี๋ยวนี้!"

แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว การจะยิงไข่ของเป้าหมายที่กำลังวิ่งสุดฝีเท้าเข้าใส่เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ กระสุนส่วนใหญ่พลาดเป้า บางนัดเฉี่ยวไปโดนส่วนอื่นซึ่งไม่สร้างความเสียหายร้ายแรงอะไร ก่อนที่พลซุ่มยิงจะได้ตั้งตัว คลื่นมนุษย์ในชุดเกราะหนักก็โถมเข้าถึงแนวป้องกันแล้ว!

สงครามระยะประชิดอุบัติขึ้น ความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีของฝ่ายหญิงหมดความหมายในทันที พวกเธอถูกบังคับให้ต่อสู้ด้วยพละกำลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเธอด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เสียงกรีดร้องของเหล่านักรบหญิงดังขึ้นระคนกับเสียงคำรามของทหารชายที่บ้าคลั่งราวกับฝูงสัตว์ป่าที่ถูกปลดปล่อยจากกรงขัง

ผู้การศิลายืนมองภาพการรบจากกล้องส่องทางไกลบนเนินบัญชาการ ธงของฝ่ายชายถูกปักลงบนยอดสันเขาเสียงกระซิบแล้ว เขากำหมัดแน่นด้วยความสะใจ พวกเขาชนะแล้ว...พวกเขาพลิกสถานการณ์กลับมาได้แล้ว ด้วยการเปลี่ยนจุดอ่อนที่สุดของตัวเองให้กลายเป็นอาวุธที่โหดร้ายที่สุด ชัยชนะครั้งนี้หอมหวาน แต่ก็แลกมาด้วยการทุบทำลายจิตใจของทหารตัวเองจนไม่เหลือชิ้นดี สงครามยังไม่จบ แต่ประกายแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิด...เป็นความหวังที่ส่องไปไม่ถึงห้องทรมานอันมืดมิดที่ซึ่งหน่วยกระทิงดุและวีรบุรุษในตำนานของพวกเขากำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ตอนที่ 8

แร้นแค้นแห่งศักดิ์ศรี

เสียงโห่ร้องกึกก้องสะท้อนไปทั่วสันเขาเสียงกระซิบ ชัยชนะที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อ เลือด และศักดิ์ศรีที่ถูกบดขยี้จนป่นปี้ หอมหวานราวกับน้ำทิพย์ชโลมใจเหล่าทหารชายที่เคยตกอยู่ในความหวาดผวามานานนับเดือน ธงของอารยธรรมชายโบกสะบัดอย่างทระนงอยู่บนยอดเขาที่เคยเป็นของศัตรู ร่างของนักรบหญิงในชุดเกราะเบาที่ถูกสังหารนอนเกลื่อนกลาดปะปนกับซากปืนไรเฟิลไฮเทคที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า เหล่าทหารชายเดินย่ำไปบนซากปรักหักพังแห่งชัยชนะ บ้างก็เตะซ้ำไปที่ศพของศัตรู บ้างก็เปล่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า เป็นการปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานาน ผู้การศิลายืนมองภาพทั้งหมดจากบังเกอร์บัญชาการชั่วคราวที่ตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วบนเนินใกล้ๆ รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ แผนของเขาได้ผล พวกมันวิ่งทะลุภาพลวงตาแห่งความเงี่ยนไปได้ พวกมันเปลี่ยนความกลัวที่จะเจ็บไข่ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาลที่พุ่งเข้าทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า

“รายงานความเสียหาย!” เสียงทุ้มต่ำของผู้การศิลาดังขึ้น ขัดจังหวะเสียงแห่งความยินดี

“ทหารบาดเจ็บสาหัสหนึ่งร้อยเจ็ดสิบนายครับท่าน! ส่วนใหญ่โดนยิงสวนในช่วงชุลมุน แต่ไม่มีใครถึงแก่ชีวิต! เกราะรุ่นใหม่ช่วยลดความรุนแรงได้มาก แต่แรงกระแทกระยะใกล้ยังทำให้ไข่ระบมกับช้ำในอยู่หลายรายครับ!” นายทหารสื่อสารรายงานเสียงดังฟังชัด

“แล้วฝ่ายมันล่ะ?”

“เสียชีวิตทั้งหมดเก้าสิบสามราย จับเป็นได้สิบสองรายครับ! เป็นหน่วยพลซุ่มยิงและหน่วยสนับสนุนด้านเทคนิค ตอนนี้คุมตัวไว้ในถ้ำเสบียงเก่าของพวกมันครับ!”

ผู้การศิลาพยักหน้ารับรู้ ชัยชนะที่แลกมาด้วยทหารบาดเจ็บเกือบสองร้อยนายที่ถึงแม้จะไม่ตาย แต่ก็คงต้องนอนครางเพราะไข่บวมไปอีกหลายวัน มันไม่ใช่ชัยชนะที่ขาวสะอาดนัก แต่ในสงครามแบบนี้ การที่ไม่มีใครตายก็นับว่าดีที่สุดแล้ว “ดีมาก...พาพวกเชลยไปที่ห้องสอบสวน คัดเอาพวกที่ดูเป็นหัวหน้าหรือพวกช่างเทคนิคออกมา กูต้องการข้อมูล...กูต้องการรู้ว่าพวกมันมีของเล่นเหี้ยอะไรซ่อนไว้อีก ปืนนั่น... TB-12 อะไรของมันนั่น...มันยิงไข่พวกเราได้จากระยะเป็นกิโลเมตร กูต้องการพิมพ์เขียวของมัน กูต้องการวิธีรับมือกับมัน!”

“แล้ว...เราจะสอบสวนพวกมันด้วยวิธีไหนครับท่าน?” นายทหารคนสนิทถามขึ้นด้วยความลังเล เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ฝ่ายชายไม่เคยมีหน่วยสอบสวนที่ซับซ้อนเหมือนฝ่ายหญิง พวกเขาเชื่อในการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันซึ่งๆ หน้า

ผู้การศิลาหันขวับมามอง ดวงตาของเขาแข็งกร้าวราวกับหินผา “พวกมันทำอะไรกับคนของเราไว้...พวกมันทำอะไรกับหน่วยกระทิงดุ...ทำอะไรกับวีรบุรุษอย่างกระทิง ทอมป์สัน...มึงจำได้ไหม? พวกมันเล่นกับความเป็นชายของพวกเรา ย่ำยีเกียรติของพวกเราด้วยเครื่องจักรทรมานไข่...งั้นเราก็จะตอบแทนพวกมันด้วยสิ่งเดียวกัน แต่ไม่ใช่ด้วยเครื่องจักร...ไม่ใช่ด้วยเทคโนโลยีขี้ขลาด...แต่ด้วย ‘ของจริง’...ด้วยพละกำลังที่พวกมันเคยดูถูกนักหนา” เขาหยุดไปชั่วครู่ แววตาฉายประกายอำมหิต “ไปคัดทหารที่ตัวใหญ่ที่สุด กำยำที่สุด และ...เก็บกดที่สุดมาสักสี่ห้าคน บอกพวกมันว่า...นี่คือภารกิจพิเศษ เป็นการ ‘ชำระแค้น’ ให้กับพี่น้องของเราที่ถูกย่ำยีไป บอกพวกมันว่า...ผู้การอนุญาตให้ ‘สั่งสอน’ พวกเชลยผู้หญิงพวกนั้นได้เต็มที่ จนกว่าพวกมันจะคายทุกอย่างออกมา...หรือจนกว่าพวกมันจะพัง”

คำสั่งเด็ดขาดของผู้การศิลาแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เหล่าเชลยศึกหญิงสิบสองนางก็ถูกลากตัวมายังถ้ำที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องขังและห้องสอบสวนชั่วคราว พวกเธอถูกกระชากชุดเกราะเบาและเครื่องแบบออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นเทาด้วยความหนาวเย็นและความกลัว พวกเธอถูกจับมัดมือไพล่หลังและกดให้นั่งคุกเข่าเรียงกันเป็นแถวบนพื้นถ้ำที่เย็นเฉียบและชื้นแฉะ แสงจากคบไฟที่ปักอยู่ตามผนังถ้ำส่องให้เห็นเรือนร่างที่งดงามแต่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและฝุ่นดินจากการต่อสู้ ในบรรดาเชลยทั้งหมด มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าใคร เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่า ดวงตาคมกริบที่ยังคงทอประกายท้าทายแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ บั้นท้ายดินระเบิด และแผ่นหลังที่ยังมีมัดกล้ามเล็กๆ ของนักรบอยู่ เธอคือร้อยโทหญิง “รุ้ง” ผู้บัญชาการหน่วยซุ่มยิงที่ถูกจับตัวได้

“มองหน้าหาพ่องมึงเหรอไอ้พวกสัตว์ป่า!” รุ้งตะคอกใส่ทหารยามที่จ้องมองเรือนร่างของเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย “คิดว่าจับพวกกูได้แล้วจะชนะเหรอ? พวกมึงมันก็แค่ลิงถือกระบอง รอวันโดนเทคโนโลยีของพวกกูบดขยี้จนไม่เหลือซาก!”

“ปากดีนักนะมึง!” ทหารยามคนหนึ่งเงื้อมือจะตบ แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากปากถ้ำ ทำให้ทุกคนหันไปมอง

ร่างสูงใหญ่สี่ร่างเดินเข้ามาในถ้ำ ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ได้มาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงและกรำศึกมาอย่างโชกโชน แต่ละคนสูงเกินหกฟุต หน้าตาหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น พวกเขาสวมเพียงกางเกงทหารลายพรางตัวเดียว เปลือยท่อนบนให้เห็นแผงอกกว้างที่ปกคลุมไปด้วยขนดกดำ กลิ่นเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นดินและกลิ่นอายของความเป็นชายที่รุนแรงแผ่กระจายไปทั่วทั้งถ้ำจนน่าอึดอัด คนที่เดินนำหน้าดูจะตัวใหญ่และน่าเกรงขามที่สุด เขามีชื่อเล่นว่า “หมูป่า” สมกับรูปร่างที่บึกบึนราวกับหมูป่าตัวเต็มวัย ขนหน้าอกของเขาดกหนาจนแทบมองไม่เห็นผิวหนัง และยาวต่อเนื่องลงไปถึงหน้าท้อง ก่อนจะหายเข้าไปในขอบกางเกง ใต้วงแขนของเขามีขนรักแร้สีดำสนิทจับกันเป็นก้อนจากเหงื่อ ดวงตาของเขาจ้องมองเหล่าเชลยหญิงราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่อ

“พวกมึงออกไปได้แล้ว ที่เหลือพวกกูจัดการเอง” หมูป่าพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทหารยามรีบทำความเคารพและถอยออกไปจากถ้ำอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงทหารร่างยักษ์ทั้งสี่กับเชลยหญิงที่บัดนี้เริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริง

“พวกมึง...จะทำอะไร?” เชลยคนหนึ่งถามเสียงสั่น

หมูป่าแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวที่ตัดกับผิวคล้ำและหนวดเคราครึ้ม “ทำอะไรเหรอ? ก็จะ ‘สอบสวน’ พวกมึงไง...ด้วยวิธีของพวกกู” เขาพูดพลางปลดเข็มขัดกางเกงออกอย่างช้าๆ เสียงหัวเข็มขัดโลหะกระทบกันดังก้องในความเงียบ กางเกงทหารตัวหนาหลุดร่วงลงไปกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นท่อนขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและขนหน้าแข้งดกดำ และที่สำคัญที่สุด...สิ่งที่อยู่ตรงกลางหว่างขาของเขา

ควยขนาดมหึมาที่ยังอ่อนตัวอยู่แต่ก็ใหญ่โตเกินขนาดชายปกติ แขวนต่องแต่งอยู่เหนือพวงไข่สองใบที่ใหญ่ไม่แพ้กัน ทั้งดุ้นควยและพวงไข่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าขนหมอยที่ดกหนาและหยิกงอเป็นสปริงสีดำสนิท กลิ่นสาบสางของความเป็นชายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมโชยออกมาจากจุดนั้น มันเป็นกลิ่นของเหงื่อที่หมักหมม กลิ่นของความต้องการทางเพศดิบๆ ที่ไม่เคยถูกปลดปล่อยมานาน ทหารอีกสามคนก็เริ่มปลดกางเกงของตัวเองออกตามกัน เผยให้เห็นดุ้นควยและพวงไข่ขนาดต่างๆ กันไป แต่ทุกอันล้วนใหญ่โตและปกคลุมด้วยขนดกดำน่าเกรงขาม

ดวงตาที่เคยท้าทายของรุ้งเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “พวกมึง...พวกมึงจะทำบ้าอะไร! นี่มันผิดกฎการสงคราม!”

“กฎเหรอ?” หมูป่าหัวเราะในลำคอ “ตอนที่พวกมึงใช้เครื่องจักรบีบไข่พวกกูจนแตกคาตาเพื่อนตัวเอง พวกมึงเคยพูดถึงกฎมั้ย? ตอนที่พวกมึงล้างสมองกระทิง ทอมป์สัน จนกลายเป็นหมาเลียหีให้ผู้หญิง พวกมึงเคยนึกถึงกฎเหรอ!?” เขาตะคอกกลับ เสียงดังจนผนังถ้ำสะเทือน “วันนี้พวกมึงจะได้เรียนรู้กฎข้อใหม่...กฎของสัตวป่า! กฎที่ว่าด้วยผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด! และพวกกู...คือผู้ที่แข็งแกร่งกว่า!”

หมูป่าเดินตรงเข้าไปหารุ้ง เขากระชากเธอให้ลุกขึ้นยืนอย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกที่แข็งแกร่งและชื้นเหงื่อของเขา กลิ่นตัวผู้ชายที่รุนแรงปะทะเข้าจมูกของเธอจนแทบสำลัก เขากดร่างเธอไว้กับผนังถ้ำที่เย็นเฉียบ มือใหญ่ข้างหนึ่งบีบเข้าที่ต้นคอของเธออย่างแรงจนแทบหายใจไม่ออก ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง

“ดูสิ...เนื้อตัวนิ่มๆ แบบนี้...น่าจะรับควยแข็งๆ ของกูได้ดีนะ” เขากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดต้นคอเธอ “พวกมึงชอบเล่นกับไข่ของพวกกูนักใช่มั้ย? ชอบเห็นพวกกูเจ็บปวดใช่มั้ย? เดี๋ยวกูจะให้มึงได้ลองสัมผัส ‘ของจริง’ ดูบ้าง...จะได้รู้ว่าพลังที่แท้จริงมันเป็นยังไง!”

“ปล่อยกูนะ! ไอ้สัตว์นรก!” รุ้งดิ้นรนสุดชีวิต แต่เรี่ยวแรงของเธอก็เหมือนลูกแมวเมื่อเทียบกับพละกำลังมหาศาลของเขา

หมูป่าไม่สนใจคำด่าทอ เขาใช้ท่อนแขนที่ใหญ่เท่าต้นขาของเธอรวบเอวเธอไว้แน่น แล้วใช้ขาข้างหนึ่งแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาของเธอ บดเบียดดุ้นควยที่เริ่มแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ เข้ากับร่องสวาทของเธอผ่านความว่างเปล่า ควยของเขาค่อยๆ พองตัวขึ้น ขยายขนาดจนน่ากลัว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาตามลำควยราวกับรากไม้ หัวควยบานฉ่ำสีแดงคล้ำเริ่มมีน้ำเงี่ยนใสๆ ปริ่มออกมา มันเสียดสีกับเนินสวาทของเธอ สร้างความรู้สึกทั้งเสียวและขยะแขยงในเวลาเดียวกัน พวงไข่ตุงๆ ของเขากระทบกับแก้มก้นของเธอเป็นจังหวะตามการขยับตัว

“รู้สึกมั้ย...นี่แหละพลังที่พวกมึงไม่มีวันมี...พลังแห่งการสร้างชีวิต...และพลังแห่งการทำลายล้างศักดิ์ศรี!” เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะจับขาเธอข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบ่าของเขา เปิดเปลือยให้เห็นปากทางเข้ารักที่ยังคงปิดสนิทอยู่

“ไม่! อย่า! ได้โปรด!” รุ้งร้องเสียงหลงเป็นครั้งแรก ความกล้าหาญทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความกลัวตายที่จับขั้วหัวใจ

หมูป่าแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ “ร้องสิ...ร้องดังๆ เลย...กูชอบฟังเสียงผู้หญิงคราง...ยิ่งเป็นเสียงครางของศัตรู ยิ่งทำให้ควยกูแข็ง” เขาพูดจบก็จัดตำแหน่งดุ้นควยของเขาให้ตรงกับปากทางรัก ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปอย่างไม่ปรานี!

“กรี๊ดดดดดดดดด!”

เสียงกรีดร้องของรุ้งดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ดุ้นควยที่ใหญ่และแข็งเหมือนท่อนเหล็กแหวกผ่านความคับแน่นของเธอเข้าไปอย่างรุนแรง เลือดพรหมจรรย์ที่เธอไม่เคยเสียให้ใคร บัดนี้ไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนโคนควยที่ดกหนาของเขา หมูป่าไม่รอให้เธอปรับตัว เขารวบเอวเธอไว้แน่นแล้วเริ่มกระแทกกระทั้นสวนเข้าไปเป็นจังหวะหนักหน่วงและรุนแรง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ‘พั่บ! พั่บ! พั่บ!’ ผสมกับเสียงครางด้วยความเจ็บปวดของรุ้งและเสียงคำรามอย่างสะใจของเขา พวงไข่ใหญ่ๆ ของเขากระทบกับก้นของเธอจนเป็นรอยแดง ทหารอีกสามคนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มหื่นกระหาย ก่อนจะเดินเข้าไปหาเชลยหญิงคนอื่นๆ ที่นั่งตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นระงมไปทั่วทั้งถ้ำ มันคือบทเพลงแห่งการแก้แค้นที่โหดร้ายและป่าเถื่อนที่สุด

หมูป่ากระหน่ำเย็ดรุ้งอย่างบ้าคลั่ง เขาจับเธอเปลี่ยนท่า hết ท่าแล้วท่าเล่า จากท่ายืนกระแทกผนัง ก็จับเธอกดลงกับพื้น ยกขาสองข้างของเธอขึ้นพาดบ่าแล้วซอยควยเข้าไปจนสุดลำ เสียงหอบหายใจของเขาสลับกับเสียงครวญครางของเธอที่เริ่มเปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน “เป็นไงล่ะมึง...ควยของพวกกู...ใหญ่พอจะยัดเข้าไปในสมองมึงได้มั้ย? บอกกูมา...บอกข้อมูลเกี่ยวกับปืนของพวกมึงมา! บอกมาว่ามันทำงานยังไง! ไม่งั้นกูจะเย็ดมึงจนหีพังคาควยกูตรงนี้!”

“อ๊ะ...อ๊า...ไม่...ฉันไม่รู้...” รุ้งพยายามปฏิเสธ แต่ทุกครั้งที่เธอพูด ควยแข็งๆ ของเขาก็จะกระแทกสวนเข้าไปที่จุดที่ลึกที่สุดจนเธอจุกลืมคำพูด

“ไม่รู้เหรอ!?” หมูป่าคำราม เขาจับเธอพลิกคว่ำ จัดให้อยู่ในท่าคุกเข่าโก้งโค้ง ก่อนจะเสียบควยเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างแรงจนร่างของเธอถลาไปข้างหน้า “งั้นกูจะช่วยให้มึงนึกออก!” เขาเร่งจังหวะการกระแทกให้เร็วและแรงขึ้นอีก ผมยาวสลวยของรุ้งสยายไปตามแรงกระแทก ใบหน้าของเธอแนบไปกับพื้นถ้ำที่เย็นเฉียบ น้ำตาไหลอาบแก้มปะปนกับฝุ่นดิน ศักดิ์ศรีของเธอถูกบดขยี้ไม่มีชิ้นดี เธอไม่ใช่นายทหารหญิงผู้กล้าหาญอีกต่อไปแล้ว เธอเป็นเพียงแค่รูระบายความใคร่ของสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“บอก...บอกกูมา!” เขากระแทกเน้นๆ ไปที่มดลูกของเธอ

“อ๊าาา! บะ...บอกแล้ว! บอกแล้ว! มัน...มันใช้คลื่นโซนิก...โซนิกในการนำวิถี...จับความร้อน...ความร้อนจากพวงไข่...อ๊าาา!” ในที่สุดเธอก็ยอมคายออกมา

แต่หมูป่ายังไม่หยุด เขาใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว “ดีมาก! แล้วมีอะไรอีก!?” เขายังคงซอยสะโพกไม่ยั้ง

“มี...มีระบบใหม่...กำลังทดสอบ...คลื่นเสียง...ความถี่ต่ำ...มัน...มันทำให้ไข่สั่น...จากข้างใน...อ๊าาา! ฉันไม่ไหวแล้ว

คุณอ่านมาถึงตอนล่าสุดแล้ว

นี่คือตอนทั้งหมดที่เผยแพร่จนถึงตอนนี้สำหรับซีรีส์นี้ กลับมาติดตามตอนใหม่ได้ในภายหลัง