จากซีรีส์: สมรภูมิพ่ายไข่สวาท
โดย Jonah Redfields·ตอนที่ 6 จาก 8·ใช้เวลาอ่าน ~23 นาที

บัญชาการไข่เหล็กพิฆาตศรีกระหน่ำ

21

เสียงหวีดหวิวของระบบระบายอากาศคือเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบในห้องน้ำชายที่ปลอดเชื้อจนน่าขนลุก แสงนีออนสีขาวสาดส่องลงบนกระเบื้องเคลือบมันวาว สะท้อนเงาร่างกำยำในชุดเครื่องแบบทหารที่กำลังยืนอยู่หน้าโถปัสสาวะ แต่ร่างนั้นกลับไม่ได้กำลังปลดทุกข์เบาอย่างที่ควรจะเป็น มือที่สวมถุงมือยุทธวิธีสีดำกำลังง่วนอยู่กับการเชื่อมต่อสายไฟเส้นเล็กๆ เข้ากับกลไกที่ซ่อนอยู่ในผนังหลังโถอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว นี่คือ "อัญชัน" สุดยอดสายลับหญิงแห่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่แฝงตัวเข้ามาในฐานทัพชายภายใต้เกราะโครงกระดูกกล "เงาอสูร" ชุดเกราะที่จำลองสรีระและมัดกล้ามของผู้ชายได้อย่างสมบูรณ์แบบจนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า ภารกิจของเธอในคืนนี้คือการติดตั้ง "กระสุนเจาะไข่แรงดันสูง" รุ่นล่าสุดในห้องน้ำซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทหารชายทุกคนต้องใช้งาน มันเป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุด สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสและทำลายขวัญกำลังใจจากภายใน

เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของอัญชันภายใต้หน้ากากจำลองใบหน้าชายฉกรรจ์ ความตึงเครียดของการทำงานในใจกลางแดนศัตรูนั้นมหาศาล ทุกวินาทีเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงาน นิ้วเรียวของเธอปรับเทียบเซ็นเซอร์จับความร้อนครั้งสุดท้าย แผงวงจรขนาดเล็กส่งเสียงบี๊บเบาๆ เป็นสัญญาณว่าระบบพร้อมทำงานแล้ว เธอกำลังจะปิดฝาครอบกลับเข้าที่...

เคร้ง!

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นทางเดินด้านนอกทำให้เธอชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกชุดเกราะ มีคนกำลังมา! อัญชันรีบยัดแผงควบคุมกลับเข้าไปในช่องผนังอย่างลวกๆ แล้วหันกลับมายืนทำทีเป็นกำลังรูดซิปกางเกง เหมือนเพิ่งเสร็จธุระ ประตูห้องน้ำเปิดผางออก ร่างสูงใหญ่ของทหารยามนายหนึ่งก้าวเข้ามา เขาคือ "สิบเอกสิงห์" นายทหารผ่านศึกผู้มีสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยว สิงห์เหลือบมองอัญชันในชุด "เงาอสูร" ด้วยสายตาสำรวจ ก่อนจะเดินไปยังโถปัสสาวะที่อยู่ถัดไป

ทันใดนั้นเอง! แสงสีแดงวาบขึ้นจากเซ็นเซอร์ที่อัญชันเพิ่งติดตั้ง ระบบทำงานผิดพลาด! บางทีอาจเป็นเพราะเธอรีบร้อนจนเชื่อมต่อวงจรผิดพลาด หรืออาจเป็นเพราะเซ็นเซอร์จับความร้อนจากชุดเกราะของเธอเอง...

ฟุ่บ! ฉึก!

เสียงแหวกอากาศอันแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่เป้ากางเกงของชุดเกราะเงาอสูรอย่างจัง! กระสุนเจาะไข่ที่เธอเป็นคนติดตั้งเองพุ่งเข้าใส่เป้าหมายจำลองที่ทำจากซิลิโคนและเจลสังเคราะห์อย่างแม่นยำ แรงกระแทกนั้นถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้ลูกอัณฑะให้แหลกละเอียดในพริบตา อัญชันรู้ทันทีว่าเธอต้องแสดงละครตบตาเพื่อเอาตัวรอด เธอถูกฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลักสูตรการฝึกไม่ได้เตรียมเธอไว้...นั่นคือความรู้สึกของการโดนกระแทกไข่!

"อ๊ากกกกกก!"

อัญชันแผดเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างเต็มที่ พยายามเลียนแบบเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดที่เธอเคยได้ยินจากบันทึกการสอบสวนเชลยศึก เธอบิดตัวอย่างทุรนทุรายและทิ้งตัวลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ กุมเป้ากางเกงของตัวเองไว้แน่นราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต การแสดงของเธอเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ...ในสายตาของคนที่ไม่เคยมีไข่ แต่สำหรับสิบเอกสิงห์ ผู้ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิและเคยเห็นเพื่อนทหารโดนดีดไข่มานับครั้งไม่ถ้วน ปฏิกิริยาของอัญชันมันดู "ผิด" อย่างร้ายแรง

สิงห์หันขวับมามองทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างจับผิด เขายืนนิ่ง สังเกตการณ์ "ไอ้ทหารใหม่" ที่กำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้นอย่างพิจารณา สมองที่เต็มไปด้วยประสบการณ์การรบเริ่มประมวลผลความผิดปกติทีละอย่าง... อย่างแรก เสียงร้องนั่น...มันดังเกินไป โอเวอร์เกินจริง ผู้ชายที่โดนกระแทกไข่จังๆ ส่วนใหญ่มักจะร้องไม่ออกด้วยซ้ำ ลมหายใจทั้งหมดจะถูกกระชากออกจากปอดในเสี้ยววินาที กลายเป็นแค่เสียง "อึ้ก!" ที่ดังอยู่ในลำคอเท่านั้น อย่างที่สอง ท่าทาง...ไอ้หมอนี่ล้มลงไปก็จริง แต่มันเป็นการล้มแบบทิ้งตัว ไม่ใช่การ "ยุบ" ตัวลงไปตามสัญชาตญาณ ผู้ชายที่เจ็บไข่จะงอตัวเป็นกุ้งโดยอัตโนมัติ สองมือจะพุ่งไปกุมสมบัติล้ำค่าของตัวเอง หน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก คลื่นความจุกเสียดที่แล่นจากหว่างขาขึ้นมาถึงลิ้นปี่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียน แต่โครงสร้างของชุดเกราะเงาอสูรที่แข็งทื่อทำให้อัญชันไม่สามารถงอตัวในท่าที่เป็นธรรมชาติได้ เธอทำได้แค่บิดตัวไปมาอย่างเก้ๆ กังๆ ซึ่งในสายตาของสิงห์ มันคือการแสดงละครที่ห่วยแตกสิ้นดี

"มึง..." สิงห์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความอำมหิต เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาอัญชันที่ยังคงแสร้งทำเป็นเจ็บปวด "การแสดงของมึงห่วยว่ะ"

อัญชันใจหายวาบ! ความลับแตกแล้ว!

"มึงไม่เคยโดนกระแทกไข่จริงๆ สินะ" สิงห์พูดต่อ เขาก้มลงมองเป้ากางเกงของอัญชันที่ถูกกระสุนอัดเข้าไป "ถ้ามึงเจ็บจริง...ป่านนี้มึงต้องตัวงอเป็นกุ้งแล้ว ไม่ใช่ดิ้นเป็นปลาขาดน้ำแบบนี้...มึงเป็นใครกันแน่?"

สิ้นคำพูดนั้น สิงห์ก็พุ่งเข้าชาร์จทันที! มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาหวังจะกระชากหน้ากากของเธอออก แต่เขากำลังประเมินศัตรูต่ำเกินไป การฝึกฝนของอัญชันทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างกายของเธอตอบสนองโดยอัตโนมัติ ในจังหวะที่สิงห์โน้มตัวลงมา วงจรประสาทของอัญชันก็ส่งคำสั่งไปยังชุดเกราะเงาอสูร!

หึ่ง...

เสียงมอเตอร์ไฮดรอลิกส์ทำงานดังขึ้นแผ่วเบา พลังงานถูกส่งไปยังข้อต่อบริเวณหัวเข่า ในเสี้ยววินาทีที่สิงห์เข้ามาในระยะ อัญชันก็ดีดตัวสวนกลับขึ้นมา! หัวเข่าที่เสริมกำลังด้วยกลไกเหล็กกล้าพุ่งสวนขึ้นไปอัดเข้าที่หว่างขาของสิบเอกสิงห์อย่างจังและแม่นยำราวกับจับวาง!

แผละ!

เสียงที่น่าสยดสยองดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงกระแทกของแข็ง แต่เป็นเสียงของเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่มถูกบดขยี้อย่างรุนแรง พลังทำลายล้างของหัวเข่าไฮดรอลิกส์นั้นมหาศาลเกินกว่าที่พวงไข่อันบอบบางของผู้ชายจะรับไหว มันเหมือนกับลูกมะเขือเทศสุกงอมสองลูกที่ถูกค้อนปอนด์ทุบจนแตกเละคามือ! ดวงตาของสิบเอกสิงห์เบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดสุดขีดเกินกว่ามนุษย์จะทนทาน ไม่มีเสียงร้องใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของเขา มีเพียงลมหายใจที่ถูกกระชากออกจากปอดอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงฟู่เบาๆ ร่างสูงใหญ่ของเขากระตุกเกร็งกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ดวงตาของเขาเหลือกขึ้นจนเห็นแต่ตาขาว และหมดสติไปในบัดดลจากอาการช็อกเฉียบพลันจากการบาดเจ็บรุนแรง

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งฐานทัพ! การโจมตีเจ้าหน้าที่ถูกตรวจจับแล้ว! อัญชันไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เธอกระโจนไปยังผนังห้องน้ำ กรงเล็บไทเทเนียมขนาดเล็กดีดออกจากปลายนิ้วและปลายเท้าของชุดเกราะ จิกลึกลงไปในผนังคอนกรีต เธอกลายร่างเป็นตุ๊กแกเหล็ก ไต่ขึ้นไปบนเพดานด้วยความเร็วเหลือเชื่อ เปิดฝาช่องระบายอากาศแล้วมุดเข้าไปข้างในอย่างคล่องแคล่ว ระบบรบกวนสัญญาณในตัวชุดเกราะทำงาน ป้องกันการตรวจจับจากเซ็นเซอร์ทุกชนิด เธอเคลื่อนที่ผ่านท่อระบายอากาศที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตเหมือนหนูที่คุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี ทิ้งความโกลาหลและร่างที่น่าสมเพชของสิบเอกสิงห์ไว้เบื้องหลัง เธอไปถึงจุดนัดพบที่ซ่อนอยู่ในส่วนซ่อมบำรุงของฐาน ทิ้งชุดเกราะเงาอสูรที่เปรอะเปื้อนไว้ตามคำสั่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ร่างหญิงสาวบอบบางในชุดปฏิบัติการสีดำสนิท แล้วหลบหนีออกจากฐานทัพศัตรูหายไปในความมืดในที่สุด

ไม่กี่นาทีต่อมา หน่วยรักษาความปลอดภัยก็พังประตูห้องน้ำเข้ามา พวกเขาพบร่างของสิบเอกสิงห์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นในสภาพที่น่าอนาถ เป้ากางเกงของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือด และเมื่อพวกเขาพบชุดเกราะเงาอสูรที่ถูกทิ้งไว้ในอีกฟากหนึ่งของฐาน ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏชัด ฝ่ายหญิงไม่เพียงแต่มีเทคโนโลยีในการสร้างกับดักไข่ แต่พวกเธอยังมีขีดความสามารถในการแทรกซึมเข้ามาถึงใจกลางฐานที่มั่นที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดของพวกเขา!

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ทำให้ผู้การศิลาแทบคลั่ง เขาสั่งการด้วยความเกรี้ยวกราดให้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันที ประตูทุกบานถูกติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะและเครื่องสแกนไบโอเมตริก การตรวจการณ์เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ที่โหดร้ายที่สุดคือ "การตรวจร่างกายแบบสุ่ม" ที่ออกแบบมาเพื่อขุดรากถอนโคนสายลับหญิงโดยเฉพาะ ทหารทุกนายไม่ว่าจะยศใดก็ตาม มีสิทธิ์จะถูกเรียกตัวไปเข้าเครื่องสแกนร่างกายแบบเจาะลึกที่สามารถตรวจจับความผิดปกติทางสรีรวิทยาได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของกระดูกที่แตกต่างกัน การกระจายของมวลกล้ามเนื้อที่ไม่ตรงตามเพศชาย หรือแม้กระทั่งระดับฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยน เทคโนโลยีนี้ทำให้การปลอมตัวด้วยชุดเกราะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ยุคสมัยแห่งการลอบเร้นแทรกซึมได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และกับดักในห้องน้ำทั้งหมดก็ถูกค้นพบและทำลายจนสิ้นซาก

กองกำลังต่อต้านหญิงกลับมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง กลยุทธ์ที่เคยได้ผลกลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ตอนนี้สนามรบได้เปลี่ยนกลับไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรง แต่เป็นเวอร์ชั่นที่เลวร้ายกว่าเดิม เพราะฝ่ายชายไม่เพียงแต่มี "เกราะป้องกันไข่" ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาจนแทบไม่มีช่องโหว่ ข้อได้เปรียบทางยุทธวิธีของฝ่ายหญิงได้มลายหายไปจนหมดสิ้น

แต่ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังวุ่นวายกับการอุดช่องโหว่ความปลอดภัยและเตรียมพร้อมสำหรับการรบครั้งสุดท้าย ชะตากรรมของเชลยศึก "หน่วยกระทิงดุ" ทั้ง 12 นายที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ก็กำลังดำเนินไปสู่บทลงโทษที่โหดร้ายและน่าอัปยศเกินกว่าที่ทหารหาญคนใดจะจินตนาการถึง

ณ ห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกเรียกว่า "ห้องชำระล้างศักดิ์ศรี" แสงไฟสีขาวสว่างจ้าจนแสบตาสาดส่องลงมา เผยให้เห็นภาพที่น่าอดสูอย่างถึงที่สุด ทหารกล้าแห่งหน่วยกระทิงดุทั้ง 12 นาย นำโดยสิบเอกค้อน แฮร์ริสัน และจ่ารถถัง โรดริเกซ ถูกตรึงร่างเปลือยเปล่าไว้กับแท่นโลหะที่เรียงรายกันเป็นแถว แขนขากางออก ถูกพันธนาการด้วยกุญแจแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่มีทางดิ้นหลุด ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการรบ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงวัตถุจัดแสดงที่ไร้ซึ่งเกียรติยศ ช่วงล่างของพวกเขาถูกเปิดโล่งอย่างโจ่งแจ้ง เผยให้เห็นความเป็นชายที่เคยน่าภาคภูมิใจ ทั้งดุ้นควยที่อ่อนตัวห้อยต่องแต่ง และพวงไข่ที่ยังคงบวมช้ำจากการต่อสู้ครั้งล่าสุด ถูกนำมาประจานอย่างไร้ความปรานี

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นที่น่ารังเกียจ มันคือ "กลิ่นสาบผู้ชาย" ที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นเหงื่อไคลที่หมักหมม กลิ่นความกลัวที่ซึมออกมาจากทุกรูขุมขน และกลิ่นอับชื้นจากขนดกหนาตามร่างกายที่ไม่ได้ถูกสุขอนามัย เหล่ายามหญิงในชุดเครื่องแบบสีเทาเข้มเดินตรวจตราไปมา ใบหน้าของพวกเธอเรียบเฉย แต่แววตากลับฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด

"เหม็นกลิ่นตัวผู้ชะมัด" ยามหญิงคนหนึ่งพึมพำกับเพื่อน "เหมือนกลิ่นสัตว์ในกรงที่ไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน"

"ดูขนพวกมันสิ" อีกคนชี้ไปยังขนหน้าอกดกดำของจ่ารถถัง "ยังกับป่าดงดิบ ขนควยก็คงรกเป็นพงหญ้าไม่ต่างกัน พวกผู้ชายนี่มันสกปรกซกมกจริงๆ"

คำพูดเสียดแทงเหล่านั้นกรีดลึกลงไปในศักดิ์ศรีของเหล่าทหารกล้า พวกเขาได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความอัปยศอดสู ทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตแค้นไปยังศัตรู แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

ประตูบานใหญ่ที่ปลายโถงเลื่อนเปิดออก ร่างระหงในชุดโค้ตยาวสีขาวสะอาดตาของ "พัศดีกานดา" ก้าวเข้ามา เธอคือผู้บัญชาการของสถานกักกันแห่งนี้ ใบหน้าสวยคมของเธอเรียบเฉยราวน้ำแข็ง แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเหล่าเชลยศึก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนบาดลึกเข้าไปในกระดูก

"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนแรกของการเป็นพลเมืองที่ดี" กานดาเริ่มต้น "พวกเธอ...เหล่าสัตว์ป่าผู้หยิ่งทะนงในพละกำลังและสรีระที่น่ารังเกียจของตนเอง วันนี้พวกเธอจะได้เรียนรู้ถึงความต่ำต้อยของเผ่าพันธุ์ชาย บทเรียนที่จะชำระล้างความป่าเถื่อน สกปรก และศักดิ์ศรีจอมปลอมของพวกเธอให้หมดสิ้นไป"

เธอผายมือไปยังเพดาน "กระบวนการแรก...การชำระล้าง!"

สิ้นเสียงของเธอ แขนกลจำนวนมากก็เลื่อนออกมาจากเพดาน แต่ละแขนติดตั้งหัวฉีดแรงดันสูง ก่อนที่พวกทหารจะได้ทันตั้งตัว สายน้ำเย็นเฉียบที่ผสมยาฆ่าเชื้อกลิ่นฉุนก็ถูกฉีดพุ่งเข้าใส่ร่างของพวกเขาทุกทิศทุกทาง!

ซ่า! ซ่า! ซ่า!

แรงดันน้ำมหาศาลปะทะเข้ากับร่างกายจนรู้สึกเจ็บแสบไปหมด มันชะล้างคราบเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกออกไปก็จริง แต่เป้าหมายหลักของมันคือการสร้างความอัปยศ หัวฉีดหลายอันจงใจเล็งไปที่ช่วงล่างของพวกเขา ฉีดอัดเข้าไปที่ดุ้นควยและพวงไข่อย่างไม่ปรานี ความเย็นเฉียบทำให้หนังหุ้มไข่หดตัวเหี่ยวย่น ลูกอัณฑะที่อยู่ข้างในถูกกระแทกจนแกว่งไปมาอย่างน่าเวทนา ทหารหลายคนร้องครางออกมาด้วยความจุกและหนาวสะท้าน

หลังจากผ่านไปเกือบสิบนาที การฉีดน้ำก็หยุดลง ร่างของทหารทั้ง 12 นายเปียกโชกและสั่นเทา แต่การทรมานยังไม่จบแค่นั้น

"ร่างกายสะอาดแล้ว...ก็ถึงเวลาจัดการกับป่าดงดิบที่น่ารังเกียจของพวกเธอ" กานดาประกาศ "เริ่มกระบวนการ 'ถอนรากถอนโคน'!"

แขนกลชุดใหม่เลื่อนลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ปลายแขนของมันคือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าและกระปุกครีมกำจัดขน! แขนกลเคลื่อนตัวอย่างเป็นระบบ มันป้ายครีมกำจัดขนสีขาวเย็นเฉียบลงบนร่างกายของพวกเขาอย่างแม่นยำ ตั้งแต่ขนหน้าอก ขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ไปจนถึงส่วนที่น่าอับอายที่สุด...ขนควยที่ดกหนาเป็นพงรก กลิ่นฉุนของครีมแสบจมูก ทหารกล้ามโตอย่างรถถังถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง ครีมเย็นๆ ถูกละเลงไปทั่วบริเวณหัวหน่าว รอบโคนควย และถุงไข่ของเขาอย่างทั่วถึง ก่อนที่แขนกลอีกข้างที่มีใบมีดโกนติดอยู่จะเริ่มทำงาน

วิ้ด...วิ้ด...

เสียงเครื่องโกนไฟฟ้าดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบเมื่อใบมีดลากผ่านผิวหนัง ขนที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชายถูกกำจัดออกไปอย่างง่ายดายจนน่าใจหาย พวกเขามองดูร่างกายของตัวเองที่ค่อยๆ เกลี้ยงเกลาขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเด็กหนุ่มที่ยังไม่แตกพาน มันเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่าและน่าสมเพชอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องโกนทำงานบริเวณช่วงล่าง ขนควยที่เคยปกปิดอวัยวะเพศถูกไถออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผิวหนังเรียบเนียนที่เผยให้เห็นดุ้นควยและพวงไข่ที่ห้อยต่องแต่งอย่างโจ่งแจ้งยิ่งกว่าเดิม

เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง ร่างกายของทหารกล้าก็เกลี้ยงเกลาจนน่าตกใจ กล้ามเนื้อที่เคยดูดุดันกลับดูอ่อนโยนลงเมื่อไร้ซึ่งขนดกดำปกคลุม พวกเขาดูเปราะบาง อ่อนแอ และน่าสมเพช

พัศดีกานดาเดินตรวจดูผลงานด้วยความพึงพอใจ เธอหยิบแท่งโลหะปลายมนยาวประมาณหนึ่งฟุตขึ้นมาจากรถเข็นเครื่องมือ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าสิบเอกค้อน ผู้นำหน่วย

"ไหนดูซิ...ผลผลิตของความสะอาดเป็นยังไงบ้าง" เธอยิ้มเยาะ ก่อนจะใช้แท่งโลหะเขี่ยไปที่ดุ้นควยที่อ่อนปวกเปียกของค้อน "อืม...ก็ไม่ได้ใหญ่โตสมกับที่เป็นหัวหน้านี่นา"

ค้อนกัดฟันกรอดจนกรามสั่น "มึง...อีปีศาจ!"

"ปากดี" กานดาหัวเราะในลำคอ เธอเลื่อนปลายแท่งโลหะลงไปแตะที่ถุงไข่ของเขาเบาๆ "ไข่ก็ดูเหี่ยวๆ นะ สงสัยจะกลัวจนไข่หดหมดแล้ว" เธอพูดพลางใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบีบลูกอัณฑะของเขาผ่านหนังหุ้มไข่เบาๆ แต่สร้างความรู้สึกเสียวแปลบจนค้อนสะดุ้ง "แต่ไม่ต้องห่วง...เดี๋ยวฉันจะทำให้มัน 'ตื่น' เอง"

เธอเดินตรวจไปตามแถว วิจารณ์ขนาดและรูปร่างอวัยวะเพศของทหารแต่ละคนอย่างสนุกสนาน สร้างความอัปยศอดสูให้กับพวกเขาจนแทบอยากจะมุดดินหนี

"ของไอ้นี่เล็กจัง เหมือนหนอนชาเขียวเลย"
"ส่วนเจ้านี่...ไข่เบี้ยวๆ นะ ไม่สมมาตรเลย"
"โอ้โห...คนนี้ไข่ใหญ่ดี แต่ดูสิ...ยานเชียว"

คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นทิ่มแทงพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำลายความมั่นใจในความเป็นชายจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

"เอาล่ะ...เมื่อร่างกายและจิตใจของพวกเธอพร้อมแล้ว" กานดาประกาศก้อง "ก็ถึงเวลาสำหรับบทเรียนสุดท้ายของวันนี้...บทเรียนที่จะสอนให้พวกเธอรู้จัก 'ความเจ็บปวด' ที่แท้จริง! เริ่มกระบวนการ 'บดขยี้ศักดิ์ศรี'!"

สิ้นเสียงของเธอ แท่นโลหะที่ตรึงร่างพวกเขาก็มีกลไกบางอย่างทำงาน แขนกลขนาดเล็กแต่ดูแข็งแรงทนทานหลายอันเลื่อนออกมาจากใต้แท่น จ่อล้อมรอบบริเวณหว่างขาของทหารแต่ละคน ปลายแขนกลเหล่านั้นมีอุปกรณ์ทรมานหลากหลายรูปแบบติดตั้งอยู่ ทั้งนวมชกมวยขนาดจิ๋ว, คีมโลหะปลายมน, และลูกกลิ้งหนามแหลม!

หัวใจของเหล่าทหารหาญหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่คือเครื่องจักรในตำนานที่พวกเขาเคยได้ยินแต่ชื่อ...เครื่องนวดไข่!

"เราจะเริ่มเบาๆ ก่อน...เป็นการวอร์มอัพ" กานดายิ้มอย่างเลือดเย็น

แขนกลที่ติดนวมชกมวยขนาดเท่ากำปั้นเด็กเริ่มทำงาน มันขยับเข้ามาใกล้พวงไข่ที่บวมช้ำของสิบเอกค้อน ก่อนจะเริ่มชกเบาๆ เป็นจังหวะ

ปุ้ก...ปุ้ก...ปุ้ก...

แรงกระแทกเบาๆ แต่ต่อเนื่องสร้างความรู้สึกจุกเสียดที่น่ารำคาญ ค้อนขมวดคิ้ว พยายามอดทน แต่แล้วจังหวะการชกก็เริ่มเร็วขึ้นและแรงขึ้น!

ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!

"อึ่ก!" ค้อนร้องออกมาเสียงหลง ความเจ็บปวดเริ่มรุนแรงขึ้น พวงไข่ของเขาถูกชกสลับซ้ายขวาจนแกว่งไปมาเหมือนลูกตุ้มนาฬิกาที่เสียสติ หนังหุ้มไข่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

"ร้องสิ!" กานดาสั่ง "ร้องออกมาดังๆ! ฉันอยากฟังเสียงของยอดนักรบตอนที่ไข่ของเขากำลังจะแหลก!"

เธอเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอีก! นวมชกต่อยเข้าที่พวงไข่ของค้อนอย่างบ้าคลั่ง เสียง "ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!" ดังรัวจนน่ากลัว ผสมกับเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของค้อนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

"อ๊า...อึ่ก...อ๊ากกก!"

น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากหางตาของเขา ความจุกเสียดแล่นพล่านไปทั่วช่องท้องจนหายใจแทบไม่ทัน เขารู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหว่างขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่หยุดหย่อน

ไม่ใช่แค่ค้อนคนเดียว ทหารคนอื่นๆ ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วห้องโถง กลายเป็นซิมโฟนีแห่งความทุกข์ทรมานที่น่าสยดสยอง

เมื่อเห็นว่าเหล่านักรบเริ่มทนไม่ไหว กานดาก็ยกมือเป็นสัญญาณให้เครื่องหยุด

"พักหายใจสักครู่" เธอกล่าว "เดี๋ยวจะหาว่าใจร้ายเกินไป"

แต่แทนนวมชก แขนกลที่เป็นคีมโลหะกลับเคลื่อนเข้ามาแทน มันอ้าออกช้าๆ ก่อนจะงับเข้าที่ลูกอัณฑะข้างซ้ายของค้อนอย่างนุ่มนวล แต่แล้ว...มันก็เริ่มบีบ!

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาห์!"

ค้อนกรีดร้องออกมาดังลั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! ความเจ็บปวดจากการถูกบีบไข่มันแตกต่างจากการถูกชกอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความเจ็บปวดที่แหลมคมและลึกซึ้งกว่าร้อยเท่าพันเท่า เขารู้สึกเหมือนลูกอัณฑะของเขากำลังจะถูกบดขยี้ให้กลายเป็นเยื่อละเอียดอยู่ภายในถุงไข่ เส้นเลือดบนหน้าผากและลำคอปูดโปน ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจนโซ่ที่พันธนาการไว้สั่นสะเทือน

"เป็นไงล่ะ?" กานดาถามด้วยรอยยิ้มสะใจ "ความรู้สึกเหมือนความเป็นชายกำลังจะแตกสลาย...มันสุดยอดไปเลยใช่มั้ย?"

คีมโลหะบีบแน่นขึ้นอีก! ค้อนดิ้นพล่านเหมือนปลาถูกทอดในกระทะร้อน น้ำตา น้ำมูก น้ำลายไหลปนเปกันไปหมด ศักดิ์ศรีของยอดนักรบหน่วยกระทิงดุได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ใช่นักรบอีกต่อไป เขาเป็นเพียงก้อนเนื้อที่กำลังร้องครวญครางขอความเมตตา

"พอ...พอแล้ว!" เขาร้องอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ "ได้โปรด...พอเถอะ! ยอมแล้ว! ผมยอมทุกอย่างแล้ว!"

เสียงร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กทารกของผู้นำหน่วยกระทิงดุดังก้องไปทั่วห้องชำระล้างศักดิ์ศรี มันเป็นเสียงแห่งความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงที่ทำให้เหล่ายามหญิงยิ้มออกมาด้วยความสะใจ และเป็นเสียงที่ประกาศถึงจุดจบของศักดิ์ศรีแห่งเผ่าพันธุ์ชายที่กำลังถูกบดขยี้อยู่ใต้เท้าของพวกเธอ

พัศดีกานดามองภาพนั้นด้วยแววตาที่พึงพอใจอย่างถึงที่สุด นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น บทลงโทษที่แท้จริง...มันยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ สงครามครั้งนี้กำลังจะตัดสินกันที่ความสามารถในการทำลายล้าง "บัลลังก์ไข่" ของฝ่ายตรงข้าม และดูเหมือนว่าฝ่ายหญิงกำลังเป็นผู้กุมชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ตอนถัดไปตอนที่ 6 จาก 8
ตอนที่ 7

สมรภูมิกำจัดไข่

ใช้เวลาอ่าน ~15 นาที
อ่านตอนที่ 7 ต่อ